ตอนที่ 1101
ตอนที่ 1101 พ่อบ้าน ‘อ้ายเฟย’
September 23, 2026
อวิ๋นหลิงและอีกหลายคนเคยร่วมกันซื้อบ้านพักส่วนตัวสไตล์สมัยใหม่หลังหนึ่ง
บ้านพักหลังนี้มีทั้งหมดสามชั้น มีสวนดอกไม้สองแห่งที่มีขนาดต่างกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สวนด้านหลังมีแปลงปลูกดอกไม้หินสูงห้าสิบเซนติเมตรซึ่งทำเป็นม้านั่งได้
เสวียนจีพบว่าจุดที่ลงจอดอยู่ตรงกลางแปลงดอกไม้ คิดว่าเป็นเพราะค่ายกลต้องหันหน้าไปทางดวงดาวและดวงจันทร์ในท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง ด้วยเหตุนี้เต้าหวู๋ซินจึงเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นทางออก
เฟิ่งเหมียนเดินตามนางออกจากแปลงดอกไม้ มองสำรวจไปรอบๆ ด้วยสายตาประหลาดใจ “นี่คือบ้านในโลกนี้ของพวกเจ้าหรือเปล่า”
รูปแบบสถาปัตยกรรมของที่นี่แตกต่างไปจากโลกอื่นอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับศาลาหอสูงอันประณีตสง่างาม บ้านที่อยู่ตรงหน้าเป็นสีขาวดำเด่นชัด มีลายเส้นราบเรียบ ให้ความรู้สึกสวยงามเรียบง่ายและงามสง่า
สิ่งสำคัญที่สุดคือบ้านหลังนี้สูงสิบเมตรจากการประเมินด้วยสายตา ในแผ่นดินใหญ่เก้าแคว้น ประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างบ้านสูงเกินกฎที่ตั้งไว้
เสวียนจีพยักหน้า พูดอย่างเบิกบานใจ “ใช่แล้ว พวกเราซื้อบ้านพักหลังนี้เมื่อสองสามปีก่อน ไม่เพียงอยู่ใกล้ใจกลางเมือง แต่ไม่มีเสียงดังด้วย ให้ความเป็นส่วนตัวที่หาได้ยาก พวกเราจ่ายเงินเก็บไปมากกว่าครึ่งเชียวนะ”
แต่พวกนางเพิ่งอาศัยอยู่ได้เพียงประมาณหนึ่งปี จากนั้นก็ทยอยเดินทางทะลุมิติไปยังโลกนั้นทีละคน
ขณะที่ทั้งสองคุยกัน แสงสีแดงม่วงอีกดวงก็ส่องผ่านแปลงดอกไม้ หลงเย่กับสามีก็ยืนอย่างมั่นคงอยู่ตรงกลางแปลงดอกไม้
เสวียนจีดึงแขนเสื้อของนางอย่างตื่นเต้น “ยัยตัวร้าย ดูนี่สิ! ดอกกุหลาบจันทร์ที่พี่สามปลูกไว้ก่อนหน้านี้ยังอยู่ที่นี่ กำลังบานสะพรั่งสวยงามนัก...บ้านของพวกเราไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด”
หลงเย่มองไปรอบๆ ด้วยสายตาตื่นตระหนก แล้วถอนหายใจ “ยังนึกว่าชาตินี้จะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว”
แม้แต่คนระดับสูงในองค์กรก็ยังไม่รู้ว่ามีบ้านพักแห่งนี้อยู่ มันเป็นบ้านที่พวกนางปกปิดไว้
เวลานั้นพวกนางคิดเพ้อฝันอยู่เสมอว่าวันหนึ่งจะกำจัดองค์กรออกไป หลีกหนีจากความเร่งรีบและวุ่นวาย ใช้ชีวิตแบบธรรมดาสามัญได้
ตอนนี้องค์กรมอยเรถูกทำลายลงแล้ว ความฝันของพวกนางก็เป็นจริงในที่สุด
กงจื่อโยวแสดงความสนใจบ้านพักแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง “คฤหาสน์หลังนี้ของพวกเจ้างดงามยิ่งนัก บนผนังตรงนั้นมีของสีดำๆ ที่มีแสงสีแดง มันคืออะไร”
“นั่นคือกล้อง ข้าเคยบอกท่านแล้ว มันเป็นของที่สามารถเก็บบันทึกภาพได้” หลงเย่อธิบายด้วยรอยยิ้ม แล้วให้พวกเขาเดินตามนางไป “ข้างนอกมันหนาว เข้าไปข้างในกันเถอะ”
ฤดูกาลของทั้งสองโลกดูจะเหมือนกัน ใบไม้ที่มุมสวนด้านหลังจะเหี่ยวเฉาและเป็นสีเหลืองเล็กน้อย แต่ดอกกุหลาบจันทร์จะบานตามฤดูกาลพอดี
กงจื่อโยวพยักหน้าอย่างตื่นเต้น แล้วรีบเดินตามไปทัน
เมื่อเดินไปถึงประตูหลัง หลงเย่กดปุ่มสแกนใบหน้าเปิดประตูอย่างคุ้นเคย มีเสียงดิจิตอลดังบี๊บหลังจากผ่านไปสองสามวินาที
“การจดจำม่านตาเกิดข้อผิดพลาด ถ้าเกิดข้อผิดพลาดสามครั้งติดต่อกันจะทำให้ระบบเตือนภัยทำงาน!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ กงจื่อโยวก็เบิกตากว้าง เขาชี้ไปที่ประตูด้วยความประหลาดใจ “มันพูดได้จริงๆ!”
หลงเย่ตบหัวตัวเอง “เกือบลืมไปเลย ร่างกายนี้ไม่ใช่ร่างกายเดิมของพวกเราอีกแล้ว”
ในศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีจดจำใบหน้าได้รับความนิยมอย่างมาก แต่เทคโนโลยี AI ก็พัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นกัน
เนื่องจากมีเทคโนโลยีเปลี่ยนใบหน้าของ AI คนร้ายจึงใช้มาหลอกลวงการจดจำใบหน้าและก่ออาชญากรรมได้ ดังนั้นต่อมาผู้คนจึงปรับปรุงการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล
หลังจากที่ม่านตาของมนุษย์เกิดขึ้นในระหว่างพัฒนาการของทารกในครรภ์ ม่านตาจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตลอดชีวิตและปลอมแปลงยาก ประกอบกับความเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของม่านตา การจดจำม่านตาจึงค่อยๆ เข้ามาแทนที่การจดจำใบหน้า
เสวียนจีรีบก้าวขึ้นไปเอ่ยว่า “ให้ข้าทำ ให้ข้าทำ! ข้าจำรหัสผ่านสำรองพิเศษและหมายเลขประจำเครื่องจากโรงงานของอุปกรณ์ตรวจสอบบ้านพักได้!”
ด้วยการป้อนข้อมูลสองส่วนนี้ ก็จะได้รับสิทธิ์ในการตรวจสอบความปลอดภัยสูงสุดของบ้านพักทั้งหลัง
เสวียนจีได้ดัดแปลงและเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบอัจฉริยะดิจิตอลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายในบ้าน นางรู้ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับบ้านของนาง จึงไม่คณามือนางเลย