ตอนที่ 1108
ตอนที่ 1108 เล่นห่วยจนถูกรายงาน
September 23, 2026
ดังนั้น เฟิ่งเหมียนถูกเสวียนจีลากเข้าไปสู่การต่อสู้แบบคู่อย่างสับสนมึนงง กระทั่งยังไม่ทันเข้าไปฝึกฝนในค่ายฝึกหัดมือใหม่
“ตำแหน่งประจำที่ข้าใช้คือมือยิง ท่านใช้ตัวช่วยนี้เดินเลนล่างไปพร้อมกับข้าก็พอแล้ว ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ใช้ระบบอัตโนมัติอยู่ข้างหลังก็พอ”
“……”
เฟิ่งเหมียนถูกบังคับให้เล่นเกม ฝืนทำตามที่เสวียนจีสอน ควบคุมคนเล็กๆบนหน้าจอให้เคลื่อนไหว
การต่อสู้รอบแรกสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น จำได้แค่หน้าจอที่เต็มไปด้วยสีสันฉูดฉาดลายตา หน้าจอของตนเองดับแล้วสว่าง สว่างแล้วดับ ตัวละครตายไปในการต่อสู้แล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ สุดท้ายก็ได้รับชัยชนะ
เสวียนจีผ่อนลมหายใจออกมา “ไม่เล่นตั้งนาน ลำดับตกลงไปอยู่ที่ขั้นบรอนซ์แล้ว ฮึๆๆ......อย่างนี้ก็สะดวกพวกเราที่จะไล่ฆ่าตามอำเภอใจเลย”
แน่นอนว่า เฟิ่งเหมียนรับผิดชอบไล่ตาม นางรับผิดชอบการฆ่า
หลังจากชนะการต่อสู้สองสามรอบ พบว่าการต่อสู้ในระดับต่ำไม่ได้ยากอะไร เสวียนจีจึงแบ่งเวลาบางว่าส่วน บ่นพลางสอนเขาเล่นเกม
“เมื่อก่อนพวกเราสี่คนมักจะจับกลุ่มเล่นด้วยกัน ข้ารับผิดชอบตำแหน่งมือยิง ผู้หญิงเลวเป็นนักเวทย์ นายท่านหลีว์เป็นนักฆ่าในป่า พี่สามเป็นพี่เลี้ยงผู้ช่วยระดับเหรียญทองของข้า”
“ส่วนใหญ่ก็จะทำผลงานได้ไร้เทียมทาน ยังมีทีมนักกีฬาอีสปอร์ตเคยเชิญพวกเราไปร่วมด้วย เสียดายที่พวกเราสี่คนจับกลุ่มกัน ขาดหนึ่งคนที่เป็นผู้เล่นยืนเดี่ยวในหมวดรถถัง ถ้าไม่อย่างนั้นละก็ ก็สามารถสร้างทีมรบของตัวเองได้แล้ว......”
คำพูดหลายประโยคของเสวียนจีทำให้เฟิ่งเหมียนไม่เข้าใจ แต่เขาไม่ได้มีนิสัยเหมือนกงจื่อโยว
ดังนั้นจึงไม่พูดไม่จา ฟังด้วยสีหน้าตั้งใจ ในใจก็ครุ่นคิดความหมายในคำพูดเหล่านั้น
กระทั่งต่อสู้กันถึงรอบที่เจ็ด ในที่สุดเฟิ่งเหมียนก็หลุดพ้นจากสถานะของการเป็นตัวนำโชค สามารถใช้ทักษะบางอย่างได้บ้างแล้ว
เหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นในรอบที่แปด เสวียนจีปะทะกับทีมยอดฝีมือที่จับกลุ่มกันห้าคน
ศัตรูมองเห็นจุดบอดของเฟิ่งเหมียน พวกเขาร่วมมือกันล้อมโจมตีเลนล่างอยู่หลายครั้ง เพื่อนร่วมทีมเข้ามาช่วยไม่ทัน ทำให้ต้องใช้ไอเทมต่างๆในสถานการณ์ที่เสียเปรียบเพื่อจะเอาชนะ ความกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ
นักเวทย์และนักฆ่าเหมือนจะเป็นคู่รักกัน ผู้ชายที่เป็นนักฆ่านิสัยใจร้อน เปิดไมค์ก่นด่าขึ้นมาทันที
“ให้ตายเถอะ ตัวช่วยเล่นเกมเป็นไหม แกเป็นเด็กประถมหรือไง”
“เล่นห่วยเหมือนตัวละครในเกมที่ไม่ได้ควบคุมเอง ออกมาเอาเปรียบคนอื่นเพื่อแก้แค้นสังคมหรือไง”
นิ้วของเฟิ่งเหมียนชะงักไปหนึ่งวินาที รับรู้ได้ว่าเหมือนตนเองจะเป็นตัวปัญหาทำให้เพื่อนร่วมทีมต้องลำบาก จึงเปิดไมค์เอ่ยขอโทษ
“พี่ชายท่านนี้ ขออภัย ข้าน้อยเล่นเป็นครั้งแรก......”
ยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกเสียงหงุดหงิดของนักฆ่าพูดกลบขึ้นมาก่อน
“เล่นเป็นแค่ตัวช่วยยังตายได้น่าสมเพชขนาดนี้ ให้ตายเถอะนี่มันตัวไร้ประโยชน์อะไรกันเนี่ย ยังจะพูดจาตอแหลอีก พี่ชายข้าน้อยอะไร สมองแกมีปัญหาใช่ไหม”
หลังจากนั้นก็มีเสียงด่าตามมาเป็นพรวน
เฟิ่งเหมียนสีหน้าขรึมลงเล็กน้อย แต่ติดที่ตนเองเป็นฝ่ายผิดก่อน จึงไร้ทางโต้แย้งได้
แต่เสวียนจีกลับโมโหขึ้นมาทันที เปิดไมค์”โต้วาที”กับอีกฝ่าย
“คืนนี้แกใช้ขี้แปรงฟันแทนยาสีฟันหรือไง ทำไมถึงได้ปากเหม็นอย่างนี้”
“ตัวเองมีฮีโร่ตัวเก่งอยู่แท้ๆแต่ไม่กล้าบุกเข้าไปในเขตของอีกฝ่าย พอไม่มีอะไรทำก็วิ่งมาหาประสบการณ์ที่เลนล่าง พออีกฝ่ายล้อมวงกันมาโจมตีก็หายหัวไปไหนไม่รู้ ยังมีหน้ามาว่าคนอื่นเล่นห่วยอีก”
ผู้เล่นคนนี้แค่ดูก็รู้ว่าเป็นพวกเก็บแต้ม ขี้ขลาดจะตาย หลายครั้งที่เฟิ่งเหมียนใช้ตัวละครที่ตัวเองควบคุมไปปกป้องเขา เขากลับทิ้งเพื่อนร่วมทีมแล้วหนีไป ทำเอาเฟิ่งเหมียนต้องถูกรุมโจมตีจนสะบักสะบอม
ทำตัวแบบนี้แล้วยังกล้าด่านกโง่ของนางอีก ช่างน่าโมโหจริงๆ
เสวียนจีหยุดเล่นและด่านักฆ่าด้วยความโมโห ชี้ข้อผิดพลาดในการควบคุมและกลยุทธ์ที่อีกฝ่ายใช้อย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด
ผู้เล่นที่เป็นนักล่าคนนั้นเสียหน้าต่อหน้าสาวๆในทีม รู้สึกอายจนโกรธขึ้นมา ปะทะคารมกับเสวียนจีขึ้นมา
เวลานี้ ผู้เล่นยืนเดี่ยวในทีมทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว
ผู้เล่นที่ใช้ชื่อ”กาแล็กซีแห่งดวงดาว”เปิดไมค์ เสียงของผู้ชายที่ฟังดูสบายๆและหยิ่งยโสดังขึ้น
“เล่นเกมที่ใช้ทักษะต่ำแล้วยังจะด่าเพื่อนร่วมทีมอีก ทำไมแกไม่ขึ้นสวรรค์ไปเลยล่ะ เล่นในระดับที่ต่ำกว่าก็ต้องมีมือใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายจงใจสร้างบัญชีใหม่ขึ้นมารังแกผู้เล่นมือใหม่ จำเป็นต้องด่ากันรุนแรงขนาดนั้นเชียวหรือ”
“อีกอย่างน้องมือยิงก็พูดถูกต้อง นี่เป็นเกมของคนห้าคน แกไม่ให้ความช่วยเหลือเลยสักนิด คงบ้ามากถ้าเอาชนะได้”
“ฉันว่าแกคงจะมาสอนสาวที่ชอบเล่นเกมในระดับบรอนซ์ซะมากกว่า ตอนนี้แพ้แล้วตอแหลไม่ได้ ก็เลยพาลโกรธไปทั่วซะอย่างนั้น”
คำพูดประโยคสุดท้ายแทงใจดำผู้เล่นอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง อีกฝ่ายโกรธจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“แก......”
ยังไม่ทันด่าออกไป การต่อสู้ก็สิ้นสุดลง รอบนี้เห็นได้ชัดว่าแพ้แล้ว
เฟิ่งเหมียนรู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที เม้มปากเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า “ขอโทษ ต้องโทษข้าที่ทำให้พวกเจ้าลำบาก ข้า......”
เหมือนเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยปากอย่างไร
เสวียนจีเก็บอาการขุ่นเคืองบนใบหน้า รีบโบกมือพูดว่า “ไม่ๆๆ ไม่ใช่ความผิดของท่านเลย ท่านเป็นผู้เล่นมือใหม่ที่ทำให้ดีมากแล้ว ท่านดูซิผู้เล่นคนเมื่อกี้ยังยืนอยู่ฝ่ายพวกเราเลย”
“อีกอย่าง เดิมทีก็เป็นข้าที่ดึงดันจะดึงให้ท่านมาร่วมกับข้า จึงทำให้ท่านต้องถูกคนบ้าด่า”