ตอนที่ 1111
ตอนที่ 1111 เฟิ่งเหมียนเปลี่ยนไป
September 23, 2026
รอบข้างเริ่มมีคนเข้ามาประจบ “เป็นคนหนุ่มที่มีอนาคตจริงๆ ลูกเศรษฐีที่มีจิตใจแสวงหาความก้าวหน้าอย่างเธอมีไม่มากแล้ว คนหนุ่มสาวตอนนี้ถ้าไม่นอนอยู่บ้านเฉยๆก็เป็นพวกขอเงินพ่อแม่ใช้ ไม่มีหรอกที่จะออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง”
และมีคนเอ่ยอย่างประชดประชันว่า “อยากจะสร้างธุรกิจต้องมีเงินทุน ลูกหลานเศรษฐีออกมาสร้างธุรกิจสำเร็จเราเรียกว่าคนหนุ่มสาวที่มีอนาคต ถ้าล้มเหลวก็กลับไปสืบทอดกิจการที่บ้าน คนทั่วไปไม่มีเงื่อนไขแบบนี้”
คนรอบข้างต่างก็แสดงความคิดเห็น ยังมีคนเกิดความคิดขึ้นมา อยากจะอาศัยเรื่องธุรกิจเพื่อหลอกเอาข้อมูลติดต่อของเฟิ่งเหมียน
“พ่อหนุ่ม ญาติของฉันทำธุรกิจร่วมลงทุน ถ้าเธอจะเปิดร้านของเล่นละก็ ฉันขอนามบัตรหน่อยได้ไหม ถ้าไม่มี จะเป็นพีพีไอดีก็ได้”
“……”
เฟิ่งเหมียนสีหน้าเรียบเฉย ในใจกลับรู้สึกกระวนกระวายอยู่บ้าง
นามบัตรอะไร พีพีไอดีอะไร เขาฟังไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่คำเดียว
ดีที่พวกน้าๆที่มีท่าทีกระตือรือร้นได้เบียดลุงคนนั้นไปด้านข้าง คลี่คลายสถานการณ์กระดากกระเดื่องของเขาไปได้
คุณป้าที่ดูร่ำรวยคนนั้นเอ่ยยิ้มๆว่า “พ่อหนุ่ม เธออายุตั้งยี่สิบแปดปีแล้วยังไม่แต่งงาน คงจะมุ่งมั่นอยู่กับธุรกิจแน่ๆ คงจะยุ่งคนไม่มีเวลามีความรักใช่ไหม”
“พอดีเลย ลูกสาวฉันทำก็ร้านเครื่องเขียน เป็นธุรกิจของตัวเอง ฉันรู้สึกว่าพวกเธอสองคนน่าจะเข้ากันได้ดีมากดีเดียว อยากจะลองคบดูไหม”
เฟิ่งเหมียนยังไม่ทันได้เอ่ยปากปฏิเสธ น้าผมลอนอีกคนหนึ่งก็เขยิบเข้ามาข้างกายเขาอย่างไม่ยอมแพ้ โปรโมทลูกของตัวเองอย่างเต็มที่
“โธ่เอ๊ย พ่อหนุ่มเป็นคนบ้างาน ถ้าอย่างนั้นก็คงอยากจะหาภรรยาที่ดีแน่ๆ ถ้าเอาแต่มุ่งมั่นเรื่องธุรกิจทั้งสองคน ครอบครัวจะดีได้ยังไง”
“พ่อหนุ่ม ลูกชายฉันเป็นนักโภชนาการระดับสูง ยังเคยเรียนทำอาหารกับเชฟมิชลินห้าดาวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหารจีนอาหารฝรั่งล้วนไม่มีปัญหา เขาเป็นคนนิสัยสงบเสงี่ยม ดูแลเทคแคร์เก่งมาก พวกเราเพิ่มเพื่อนกันดีกว่า”
เฟิ่งเหมียน “?”
เขาเข้าใจทุกอย่าง แต่ทำไมต้องนำเสนอแม้แต่ลูกชาย
ในที่สุดใบหน้าเขาก็สูญเสียการควบคุม เอ่ยราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูว่า “คุณผู้หญิงทั้งหลาย ขอบคุณความหวังดีของพวกคุณ ผมมีคนที่ชอบแล้ว”
พอพูดคำนี้ออกไป รอบข้างก็มีเสียงถอนหายใจดังขึ้นมาทันที บนใบหน้าของเหล่าน้าๆเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เกรงว่าจะถูกรบเร้าต่อ เฟิ่งเหมียนรีบหมุนตัวจากไป เงาร่างดูน่าเวทนาอย่างเห็นได้ชัด
เสวียนจีกับกงจื่อโยวไม่รู้ว่าออกห่างจากกลุ่มคนในลานกลางแจ้งตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งสองคนต่างก็ถือไอศกรีมช็อกโกแลตเอาไว้ในมือคนละแท่ง ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสนุกสนาน
มุมปากของกงจื่อโยวเลอะช็อกโกแลต เอ่ยอย่างเห็นใจว่า “โถ คิดไม่ถึงว่าพี่เฟิ่งที่ปราดเปรียวขนาดนี้ ยังทนรับความกระตือรือร้นเช่นนี้ไม่ไหว”
เห็นนางหนูคนนั้นยังหัวเราะชอบใจอยู่ข้างๆเขา เฟิ่งเหมียนก็เอ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจว่า “ทำไมเจ้าไม่ช่วยข้าคลี่คลายสถานการณ์ ตอนที่ต้องการข้า ก็ให้ข้าเป็นคู่รักอะไรนั่นของเจ้า พอไม่ต้องการข้าแล้ว ก็วิ่งหนีอย่างว่องไวเชียว”
“ก็ช้าเห็นว่าท่านคุยกับพวกน้าๆเหล่านั้นได้ถูกคอมาก ไม่กล้ารบกวนพวกท่าน”
เสวียนจีมองเขาอย่างไร้ความผิด จากนั้นก็เอ่ยสนับสนุนด้วยเจตนาร้าย “ก่อนหน้านี้ท่านอยากจะเรียนรู้เรื่องทางโลกมิใช่หรือ จะให้ข้าช่วยหาแฟนทางนี้ให้เอาไหมล่ะ”
“ที่นี่ไม่เหมือนกับที่นั่น ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงอิสระมาก คนมากมายที่มีคู่รักไม่ได้มุ่งหมายเรื่องแต่งงาน ก็แค่มีความสุขกับความรักก็เท่านั้น จืดชืดแล้วก็เลิกกัน คนต่อไปดียิ่งกว่า”
“อืม.....ท่านหน้าตาดีขนาดนี้ คงมีผู้หญิงที่ทั้งสาวทั้งสวยทั้งรวยมาชอบมากมายแน่ๆ”
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งเหมียนก็รู้สึกจุกในใจ มีความรู้สึกโมโหเกิดขึ้นมาอย่างกะทันหันโดยไม่มีเหตุผล
“เจ้าเห็นข้าเป็นคนอย่างไร”
ถ้าหากเขามีความคิดเช่นนี้จริงๆ ตอนที่อยู่แคว้นตงฉู่ก็คงจะมีหญิงสาวมากมายโผเข้ามาหาเข้าไม่ขาดสายตั้งนานแล้ว
เห็นเฟิ่งเหมียนโมโหแล้ว เสวียนจีก็รีบหยุดทันที ตากลมโตกะพริบปริบๆ
“ข้าก็แค่ล้อเล่น”
พอรู้ตัวว่าตนเองตอบสนองรุนแรงเกินไป เฟิ่งเหมียนก็สงบจิตใจ ค่อยๆพูดขึ้นมาว่า “ขออภัย ข้าไม่ได้ดุเจ้า ข้าก็แค่ไม่ชอบความรู้สึกที่ราวกับลอยคว้างเช่นนั้น”
เขาพูดไม่ออกว่าทำไมต้องโกรธเช่นนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะว่าล้อเล่นไม่ได้ เพียงแต่คำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของอีกฝ่าย ทำให้เขารู้สึกทรมานในใจ