ตอนที่ 1116
ตอนที่ 1116 ตาแก่น้อยที่น่ารัก
September 23, 2026
หลงเย่หัวใจกระตุก มีกงจื่อโยวเป็นบทเรียนก่อนหน้านี้ เกรงว่าคนแก่จะถูกหุ่นยนต์ทำให้ตกใจจนเกิดอะไรขึ้นมา
นางคิดไม่ถึงเลยว่าสองสามีภรรยาจะพาพระเจ้าหลวงมาด้วย เมื่อครู่ตอนที่พวกเขาไปรออยู่ที่สวนดอกไม้ เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนแรกที่ออกมาจากค่ายกล ทั้งสี่ต่างก็รู้สึกมึนงงมาก
ขณะที่กำลังรู้สึกเป็นห่วง ก็เห็นพระเจ้าหลวงไม่มีทีท่าตื่นเต้นหวาดกลัวเลยสักนิด ยังยื่นมือออกมาลูบตัวของอ้ายเฟยอย่างประหลาดใจ
อ้ายเฟยถามอย่างไม่เข้าใจว่า “แขกที่รัก คุณลูบฉันทำไม”
พระเจ้าหลวงกระโดดตัวลอยขึ้นมาทันที “อ๊ะ ในนี้มีคนซ่อนอยู่หรือ”
อวิ๋นหลิงกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ เดินเข้าไปอธิบายถึงประวัติที่มาที่ไปของอ้ายเฟย รวมไปถึงอะไรคือหุ่นยนต์ในบ้าน
พระเจ้าหลวงฟังได้ครึ่งเดียว ก็รีบพึมพำออกมาทันทีว่า “เข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว นี่ต้องเป็นอาวุธแห่งจิตวิญญาณแน่ๆ”
“ได้ยินมาว่าเวลาที่เซียนสร้างอาวุธแห่งจิตวิญญาณและอาวุธวิเศษ ถ้าหากเพิ่มวิญญาณของสัตว์ประหลาดเข้าไปด้วย ก็จะทำให้กลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่มีจิตวิญญาณ เจ้าเปลือกเหล็กนี่มีที่มาไม่ธรรมดาเลย”
อ้ายเฟยที่เป็นเทคโนโลยีเอไอระดับสูง สามารถเข้าใจความหมายในคำพูดของพระเจ้าหลวงทั้งหมด การตั้งค่าด้านความตลกขบขันกระทั่งทำให้มันพูดล้อเล่นอย่างให้ความร่วมมือขึ้นมา
“ฮ่าๆ คุณชมกันเกินไปแล้ว บางทีฉันอาจจะเคยเป็นสมบัติในมือของเซียนคนนั้นก็ได้”
เซียวปี้เฉิงอดไม่ได้ที่จะเขยิบเข้าไปหา เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เสด็จปู่ขยับออกไปหน่อย ให้ข้าลองจับดู”
ทันใดนั้นสองปู่หลานก็เริ่มลงมือ”ลูบไล้ไปมา” จับตรงนี้ เคาะตรงนั้น
กู้ฉางเซินก็เลิกคิ้วมองไปทางอ้ายเฟย เอียงศีรษะไปกระซิบถามอะไรบางอย่างกับหลิวฉิง
พวกพี่น้องอวิ๋นหลิงทำหน้าไม่ถูกขึ้นมาทันที
กงจื่อโยวเห็นเช่นนั้น กลับเบิกตาโต “พวกท่านเห็นมันครั้งแรก ไม่รู้สึกกลัวเลยหรืออย่างไร”
เซียวปี้เฉิงเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ “ก็แค่เปลือกที่ทำจากเหล็ก มีอะไรต้องกลัว ถ้าจะบอกว่าแปลกไหม ต้องบอกเลยว่าแปลกมาก”
กู้ฉางเซินก็ตอบอย่างรู้สึกสนใจมากว่า “เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มากจริงๆ ข้าเคยเห็นกลไกหุ่นไม้ที่ลูกศิษย์ตระกูลโม่และผู้สืบทอดของหลู่ปันสร้างขึ้นมา แต่กลไกหุ่นเหล็กที่สามารถพูดคุยได้ข้าเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก”
เหมือนพระเจ้าหลวงจะรับรู้ถึงอะไรบางอย่าง หันไปมองทางกงจื่อโยวอย่างได้ใจว่า “เห็นทีก่อนหน้านี้เจ้าหมอนี่คงตกใจไม่น้อย”
“เฮ้อ คนหนุ่มก็คือคนหนุ่ม มีประสบการณ์ชีวิตน้อย ไม่เหมือนข้าที่เป็นวีรบุรุษไร้เทียมทาน จะขี้ขลาดก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้”
กงจื่อโยวใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ชี้ไปทางเฟิ่งเหมียนแล้วเอ่ยเสียงสูงว่า “ที่ ที่ไหนกัน......ตอนนั้นพี่เฟิ่งเหมียนก็ถูกทำให้ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อเหมือนกัน”
แต่แล้วเฟิ่งเหมียนกลับเอ่ยด้วยเสียงเรียบเฉยว่า “ข้าไม่ได้กลัวมัน แต่เสียงร้องราวกับสัตว์ประหลาดของท่าน ทำให้ข้าตกใจ”
กงจื่อโยว “......”
คำพูดนี้ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้ จะให้เขาเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ในขณะที่กงจื่อโยวกำลังรู้สึกโกรธ เสวียนจีก็ร้องเรียกให้ทุกคนนั่งลงเพื่อกินมื้อดึกด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“รู้ว่าพวกท่านจะมา พวกเราได้เตรียมอาหารปิ้งย่างเอาไว้โดยเฉพาะ คืนนึคึกคักมากจริงๆ พวกเราต้องฉลองกันสักหน่อย ฮึๆๆ”
อวิ๋นหลิงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า โต๊ะกินข้าวที่บ้านได้เปลี่ยนใหม่เป็นโต๊ะยาวแบบตะวันตก สามารถรองรับทุกคนได้
ข้างบนมีตะแกรงปิ้งย่างและกระทะก้นแบนที่หลงเย่ซื้อมาวางอยู่ ข้างหนึ่งเป็นพวกผักและเนื้อสด อีกข้างเป็นพวกเครื่องดื่มและของหวาน
ระดับการยอมรับโลกใบใหม่ของพระเจ้าหลวงสูงกว่าที่พวกเขาคิดไปมากทีเดียว เพิ่งจะเข้าบ้านมาได้ไม่ถึงยี่สิบนาที ก็คุ้นเคยกับคฤหาสน์หลังนี้แล้ว
สิ่งแปลกใหม่ของที่นี่ไม่มีผลกระทบต่อเขาในการทำตัวให้กลมกลืนเลยสักนิด
อาศัยจังหวะที่กินปิ้งย่าง อวิ๋นหลิงอธิบายถึงเหตุผลที่มาพระเจ้าหลวงมาที่นี่ด้วย
“คืนนั้นตอนที่พวกท่านกระโดดลงไปในบ่อถูกเขาพบเห็นเข้า ปิดบังไม่อยู่ก็เลยต้องเปิดเผยตรงๆ หลังจากนั้นก็เอาแต่บ่นว่าจะมาเที่ยวที่นี่ด้วย”
หลงเย่เห็นคนแก่ที่ปรับตัวกับที่นี่ได้ดีมาก ก็รู้สึกวางใจ พูดยิ้มๆว่า “โชคดีที่ข้าได้เก็บกวาดทั้งสองห้องของชั้นแรกไว้เรียบร้อยแล้ว เดิมทีคิดว่าจะเตรียมไว้ใช้เป็นห้องนอนแขก คิดไม่ถึงว่าจะได้ใช้อย่างรวดเร็วเช่นนี้”
“อย่างนี้ก็ดี ข้าไม่เคยคิดเลยว่าบ้านของพวกเราจะมีวันที่คึกคักมากขนาดนี้”
ที่จริงนางเป็นคนชอบความเงียบสงบ ไม่ชอบเสียงเอะอะของผู้คน