ตอนที่ 1119
ตอนที่ 1119 สำเนียงเป็นมิตร
September 23, 2026
“ข้าอะไร” ฉีเทียนเหอมองเขาอย่างงุนงง “ข้าคือใคร”
เขามองเข้าไปข้างในด้วยความสับสน ก็เห็นหญิงสาวสวยสามคนอยู่ในห้องนั่งเล่น ทุกคนมีเรือนผมสีดำเป็นประกาย ไม่มีใครเป็นแม่นางผมขาวเลย
พระเจ้าหลวงรู้ว่าตัวเองพูดผิดไปจึงรีบแก้ทันที “อ้อ ตาแก่อย่างข้ากำลังพูดถึงตัวเอง คนบ้านนอกเข้าเมืองครั้งแรก เวลาพูดจะติดสำเนียงเหน่อเล็กน้อย คงจะไม่ว่ากัน”
ระบบภาษาของทั้งสองโลกเหมือนกัน ดังนั้นการออกเสียงจึงคล้ายกันมาก ไม่มีความแตกต่างกันมากนักระหว่างภาษาจีนกลางของแคว้นต้าโจวกับภาษาจีนกลางสมัยใหม่
สี่ประเทศในแผ่นดินเก้าแคว้นเดิมทีเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่มีอุปสรรคในการสื่อสารระหว่างกัน เพียงแต่มีจุดเด่นของลักษณะภูมิภาคที่แตกต่างกันไป
ตัวอย่างเช่นภาษาจีนกลางของแคว้นต้าโจวฟังดูคล้ายกับภาษาไท่หยวนมากกว่า กงจื่อโยวมาจากแคว้นถังใต้ เวลาพูดก็จะให้ความรู้สึกน่ารักและพาซื่อของชาวปาสู่เสฉวน
แต่พระเจ้าหลวงประสูติที่เมืองสุย ภาษาจีนกลางก็ไม่ได้มาตรฐานมากนัก
ตอนแรกฉีเทียนเหอไม่ได้นึกถึงสำเนียง แต่เมื่อได้ยินชายชราเอ่ยถึง สีหน้าของเขาก็ฉายแววตกใจเล็กน้อย
ในไม่ช้า เขาก็กลับมายิ้มสดใสอีกครั้งแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรครับ สำเนียงคุณลุง ผมว่าฟังดูเป็นมิตรดีออก! สำหรับผมขาวของผมนั้น ต้องไปย้อมที่ร้านทำผม ไม่ใช่วัยรุ่นผมหงอกอะไรหรอกครับ!”
แม้ว่าวันนี้จะมาที่นี่เพื่อตีสนิทกับผู้คนในบ้านพักหลังนี้ แต่นี่ไม่ใช่คำพูดที่ฉีเทียนเหออยากจะผูกมิตร
สำเนียงของชายชราตรงหน้าทำให้เขารู้สึกว่าคุ้นเคยมานาน ทำให้เขานึกถึงแม่ที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน
“มาเถอะพ่อหนุ่ม เข้ามานั่งในบ้านสิ พ่อหนุ่มมาจากไหน ชื่อแซ่อะไร”
เมื่อเห็นว่าพวกอวิ๋นหลิงไม่คัดค้าน พระเจ้าหลวงก็ต้อนรับแขกหนุ่มเข้ามาในห้องนั่งเล่น เดิมทีเขาเป็นตาแก่น้อยช่างพูด ค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับคนหนุ่มสาวในโลกนี้
ฉีเทียนเหอยิ้มแย้ม กำลังจะพูด แต่ก็ได้ยินเสียงผู้ชายร้องอุทานอยู่ไม่ไกลนัก
“เอ๋? คุณไม่ใช่ฉีเทียนเหอ…ของตระกูลฉีที่เป็นแพทย์หรอกหรือ”
ทันทีที่กงจื่อโยวล้างจานผลไม้เสร็จก็เดินออกจากครัว เขาเห็นชายหนุ่มผมสีเงินที่อยู่ข้างๆ พระเจ้าหลวง
ตอนที่เขาท่องอินเทอร์เน็ตเมื่อไม่นานมานี้ เจอเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับอีกฝ่ายมากมาย ผมสีเงินอันเป็นเอกลักษณ์ดูหรูหราเหลือเกิน ดังนั้นเขาจึงจำคนผู้นี้ได้ทันที
ฉีเทียนเหอยิ้มแฉ่ง ลูบผมสีเงินของเขาด้วยฝ่ามือ “โย่? ดูเหมือนหมู่นี้ผมจะมีชื่อเสียงจริงๆ”
นี่เท่ากับเป็นการยอมรับสถานะ สายตาของอวิ๋นหลิงแปรเปลี่ยนไปทันที สบสายตาเป็นเชิงอันตรายกับหลงเย่
หลิวฉิงมีปฏิกิริยาทันที ดวงตาพลันเย็นชาอย่างรุนแรง ตอนที่กลับมาเมื่อคืนนี้ พวกนางได้รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันขององค์กรมอยเรและตระกูลฉีแล้ว
รอยยิ้มที่มุมปากของฉีเทียนเหอแข็งทื่อครู่หนึ่ง เขาก็รู้สึกไวว่ามีบางอย่างผิดปกติไปในสายตาของพวกเธอ ในใจรู้สึกสับสนอยู่บ้าง
แต่ไม่นานก็เข้าใจว่าอาจเป็นเพราะสถานะลูกนอกกฎหมายของเขาสินะ ถึงอย่างไรคนสมัยใหม่ก็เกลียดเมียน้อยอยู่ดี
แต่หญิงสาวที่ดูแก่กว่ามีดวงตาคมกริบอยู่ข้างโซฟาคนนั้น...ให้ตายเถอะ เธอมีไอสังหารรุนแรงนัก!
คงไม่ใช่มั้ง
“แค่กๆ...บุ่มบ่ามมาเยี่ยมถึงที่ออกจะกะทันหันไปหน่อย รบกวนการพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ของบรรดาพี่สาวหรือเปล่า ไว้ผมค่อยมาวันหลัง?”
สัญชาตญาณบอกฉีเทียนเหอว่าที่นี่ดูเหมือนจะมีอันตรายบางอย่าง ทำให้เขาอยากออกไปโดยสัญชาตญาณ
ครู่ต่อมา หลงเย่กลับเทน้ำผลไม้หนึ่งแก้วแล้วเดินไปหาเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ที่แท้เป็นหลานชายของคุณฉีไหวเซิง ไม่นึกว่าจะได้เป็นเพื่อนบ้านกับคนมีชื่อเสียงเช่นคุณ ช่างบังเอิญจังเลย ใกล้ถึงเวลาอาหารแล้ว ทำไมไม่อยู่รับประทานอาหารกลางวันล่ะ เป็นเพื่อนบ้านกันก็จะได้คุ้นเคยกันไว้”
เมื่อมองสองตาที่อ่อนโยนดุจวารีของพี่สาวคนสวย ฉีเทียนเหอก็รู้สึกว่าความไม่สบายใจและความระแวดระวังในใจหายไปในทันที เขาไม่สามารถพูดคำปฏิเสธใดๆ ได้
“งั้นก็ขอบคุณพี่สาวที่ต้อนรับครับ”