ตอนที่ 1133
ตอนที่ 1133 เมื่อก่อนมีคนมากมายตามจีบนาง
September 23, 2026
ทั้งสองคนเดินชมไปทั่วห้อง ไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน
ตอนที่ดูการ์ตูนอยู่ในห้องที่สาม ความตื่นเต้นของเสวียนจีได้ผ่านพ้นไปแล้ว ยังไม่ทันได้สำรวจแต่ละมุม ก็ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้นแล้ว
ศีรษะผงกหลายครั้ง นางก็ตุปัดตุเป๋นอนหลับไปแล้ว
หญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวนอนอยู่บนเตียงเจ้าหญิงสีขาว ขนตางอนยาวทอดยาวเป็นเงาอยู่ใต้ดวงตา ท่าทีสงบไร้เดียงสาราวกับนางฟ้าตัวน้อยๆ
เฟิ่งเหมียนใจอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว ปิดการ์ตูนเปลี่ยนเป็นดนตรีที่ผ่อนคลาย จ้องมองนางเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง
ผ่านไปชั่วครู่ เขามองเวลาบนจอภาพแวบหนึ่ง ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงสิบเก้านาที
ท้องฟ้าข้างนอกยังคงมือสลัวอยู่ แสงไฟนีออนยังคงส่องประกายอยู่ในม่านหมอก
เก้าโมงก็ต้องคืนห้องพักแล้ว แต่คุณภาพการนอนของนางหนูคนนี้ เกรงว่าคงจะตื่นอีกทีตอนบ่าย
เฟิ่งเหมียนตัดสินใจคืนห้องพักก่อนเวลา อาศัยจังหวะที่คนในคฤหาสน์ยังไม่ตื่นพาเสวียนจีกลับไปก่อน มิเช่นนั้นหากถามขึ้นมาว่าทำไมไม่กลับบ้านทั้งคืน คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกกระดากอาย
เพราะไปเยี่ยมชมโรงแรมกับนางหนูคนนี้หลายที่มาก ครั้งนี้เฟิ่งเหมียนมีประสบการณ์แล้ว ดังนั้นจึงไปคืนห้องที่เคาน์เตอร์ได้อย่างรู้ลู่ทาง
แต่เขายังไม่รู้จักการเรียกรถผ่านแอป ตึกระฟ้าอยู่ห่างจากหมู่บ้านทิวลิปเพียงถนนเดียว จึงแบกเสวียนจีเดินกลับไป
บนถนนเริ่มมีพนักงานออฟฟิศที่ทยอยเดินไปมากันแล้ว มีคนมองมาทางเฟิ่งเหมียนเป็นระยะ จากนั้นก็ยิ้มอย่างเข้าใจ
“หนุ่มหล่อแบกแฟนกลับบ้าน ดูใส่ใจและโรแมนติกมากเลย”
เฟิ่งเหมียน”อืม”เบาๆเป็นการตอบรับ สีหน้าไม่เป็นธรรมชาติสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้อธิบายปฏิเสธความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา
เผชิญหน้ากับแสงยามเช้า ตอนที่กลับไปถึงคฤหาสน์เป็นเวลาเกือบจะเจ็ดโมงเช้าแล้ว
ปกติแล้วหลงเย่จะตื่นประมาณเจ็ดโมงครึ่งเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้ทุกคน ดังนั้นเขาจึงเร่งฝีเท้า อุ้มเสวียนจีขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสองอย่างเงียบๆ
หลังจากถอดเสื้อตัวนอกและรองเท้าของอีกฝ่ายออก เช็ดหน้าและมือให้นางอย่างละเอียดแล้ว เขาก็รีบกลับไปยังห้องของตนเองก่อนที่คนอื่นๆจะตื่น
เที่ยวเล่นอยู่ข้างนอกทั้งวันทั้งคืน เฟิ่งเหมียนรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ้าง บวกกับความตื่นเต้นที่ราวกับคนกินปูนร้อนท้อง ด้วยเหตุนี้เขาจึงลืมของสิ่งหนึ่งไป
ของขวัญที่เสวียนจีมอบให้เขา ถูกลืมเอาไว้ในมุมหนึ่งของโซฟาในห้องรับแขกอย่างไม่ทันระวังตัว
……
หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่า ในคฤหาสน์เริ่มมีการเคลื่อนไหว ทุกคนทยอยกันตื่นนอนแล้ว
หลงเย่ได้รับความช่วยเหลือจากอ้ายเฟยตามปกติ ยกอาหารเช้ามาไว้บนโต๊ะ ก็เห็นเฟิ่งเหมียนเดินออกมาจากห้องนอน
เขายังไม่ได้พักผ่อน หลังจากกลับห้องก็อาบน้ำ ตอนนี้บนร่างยังมีกลิ่นหอมของสบู่อาบน้ำอยู่
“ท่านกับนางหนูคนนั้นเมื่อวานไปไหน แล้วกลับมาตอนไหน”
เฟิ่งเหมียนตอบด้วยสีหน้าปกติว่า “นางอยากจะเปิดโรงเตี๊ยมในเมืองหลวงของต้าโจว ข้าได้ไปเยี่ยมชมโรงแรมเป็นเพื่อนนางทั้งวัน กลับมาก็ดึกมากแล้ว คงไม่ได้รบกวนพวกเจ้ากระมัง”
นิสัยของเขาทำให้เขาไม่สามารถโกหกคนอื่นได้ แต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ประสบการณ์ที่น่าอับอายเมื่อคืนนี้ ดังนั้นการตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการโกหก
เพราะทุกคำล้วนเป็นความจริง
เฟิ่งเหมียนบำเพ็ญตนมาหลายปี เป็นคนตื่นเช้าตลอดมา เป็นคนที่สองที่ปรากฏตัวในห้องรับแขกทุกเช้า
หลงเย่ตักโจ๊กหมูสับไข่เยี่ยวม้า พลางพูดคุยเรื่องทั่วไปกับเขา
นางส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ “คิดอะไรก็ทำอย่างนั้น ลำบากท่านต้องทำตัวไร้สาระกับนางทั้งวัน ไม่รู้จริงๆว่านอกจากท่านแล้ว ยังมีใครสามารถยอมรับนิสัยคิดเร็วทำเร็วของนางได้”