ตอนที่ 1183
ตอนที่ 1183 กลายเป็นคู่แต่งงานอีกหนึ่งคู่
September 23, 2026
เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน หลี่หยวนเส้ายังคงอยู่กินข้าวที่บ้านตระกูลเมิ่ง ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นเขาที่เอ่ยถึงเรื่องการแต่งงานกับเมิ่งฝูเอ๋อร์
ท่านลุงเมิ่งรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที “หยวนเส้า เจ้าจริงจังหรือ”
“แน่นอน ก่อนหน้านี้ที่ไม่เอ่ยถึงเรื่องแต่งงาน ก็เพราะกลัวจะกระทบต่อการเรียนของข้ากับฝูเอ๋อร์ แต่ท่านพูดถูก หากยื้อต่อไปจะไม่ดีต่อชื่อเสียงของฝูเอ๋อร์”
หลี่หยวนเส้าพูดด้วยสีหน้านอบน้อม ในเมื่อตัดสินใจแต่งงานแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลามาอธิบายถึงความจริงเรื่องความสัมพันธ์จอมปลอมก่อนหน้านี้
“ข้ารู้สึกว่า ไม่จำเป็นต้องหมั้นหมายก่อนค่อยรอให้ถึงตอนที่จบการศึกษา ไม่สู้ทำให้เรียบร้อยในขั้นตอนเดียว เตรียมเรื่องการแต่งงานเลย”
“ที่จริงข้ามีเงินสะสมอยู่ส่วนหนึ่ง และข้อกำหนดด้านสวัสดิการของสำนักศึกษาชิงอี้ ถ้าหากนักเรียนในสำนักศึกษาแต่งงานกัน จะมีการมอบเงินและของขวัญให้ เมื่อรวมทั้งสองอย่างนี้แล้ว ก็สามารถซื้อบ้านเล็กๆสักหลังในหมู่บ้านเถาหยวนเพื่อใช้ต้อนรับเจ้าสาวได้ เพียงแต่รูปแบบงานเลี้ยงอาจจะธรรมดาสักหน่อย คงต้องทำให้ฝูเอ๋อร์ลำบากใจแล้ว”
สวัสดิการเรื่องการแต่งงานที่อวิ๋นหลิงกำหนดเอาไว้ในสำนักศึกษาเพื่อให้นักเรียนจับคู่กันเอง เป็นเงินของขวัญที่มีมูลค่าเก้าสิบเก้าตำลึง ประกอบไปด้วยเครื่องเรือนสั่งคำบางส่วน เช่นเตียงไม้แกะสลัก โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะหนังสือ ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เป็นเงินสด
สำหรับนักเรียนที่มาจากครอบครัวธรรมดา เครื่องเรือนเหล่านี้ใช้งานได้จริงและคุ้มค่ามาก ราคาแท้จริงคงเกินเก้าสิบเก้าตำลึง
แต่ว่า มีนักเรียนบางส่วนที่ครอบครัวมีฐานะดี ตัวอย่างเช่นหลี่เมิ่งชูและเฟิงอู๋จีที่ไม่ต้องการเครื่องเรือนเป็นของขวัญ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดเก้าสิบเก้าตำลึงได้
ได้ยินหลี่หยวนเส้ามีการวางแผนเรื่องการแต่งงานไว้แล้ว ท่านป้าเมิ่งก็ตื้นตันจนยิ้มออกมาอย่างยินดี แทบจะหุบปากไม่ลงเลยทีเดียว
“ได้ๆๆ พวกเราเป็นครอบครัวชาวบ้านธรรมดาไม่ได้พิถีพิถันเรื่องงานใหญ่โต ขอเพียงภายหน้าเจ้าดีกับฝูเอ๋อร์ ย่อมดีกว่าอะไรทั้งปวง”
ดังนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จ ท่านป้าเมิ่งก็ไปเอาปฏิทินมาด้วยความดีใจ เตรียมจะเลือกฤกษ์ยามที่ดีที่
หลี่หยวนเส้ากำลังปรึกษาหารือกับพ่อตาเรื่องเทียบสู่ขอและการซื้อบ้าน เมิ่งฝูเอ๋อร์อยู่ที่เรือนด้านข้างกำลังพูดคุยกับหลี่เมิ่งเอ๋อร์เรื่องส่วนตัว แก้มที่แดงระเรื่อผ่านไปนานมากแล้วก็ยังไม่หาย
ไม่นานนัก เงาร่างที่คุ้นเคยสายหนึ่งก็มาถึง เป็นจูเจียหยาง
“น้องฝูเอ๋อร์ ได้ยินมาว่าเจ้าจะแต่งงานแล้ว ช่างน่ายินดีจริงๆ พรุ่งนี้อย่าลืมเชิญข้าดื่มเหล้ามงคลเป็นคนแรกนะ”
เมิ่งฝูเอ๋อร์นิ่งอึ้ง “ทำไมแม้แต่ท่านก็รู้เรื่องนี้ด้วย”
“มีแต่ข้าที่ไหนกัน คนทั้งหมู่บ้านต่างก็รู้กันหมดแล้ว พี่ชายทั้งสองคนของเจ้าดีใจอย่างกับอะไรดี ไม่ว่าจะพบเจอใครก็เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง ทุกคนต่างก็บอกว่าหลังจากนี้เจ้าจะได้เป็นภรรยาตระกูลขุนนางแล้ว”
เมิ่งฝูเอ๋อร์รู้สึกอายในความปากไวของพี่ชายอยู่ลึกๆ เก็บเรื่องราวเอาไว้ในใจไม่ได้ นี่ก็เพิ่งจะรับปากเรื่องแต่งงาน ทำไมข่าวจึงแพร่ไปทั่วทั้งหมู่บ้านเถาหยวนแล้ว
จูเจียหยางยิ้มพลางพูดคุยกับนาง แต่สายตากลับมองไปที่หลี่เมิ่งเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆตลอด
“ใช่แล้วแม่นางหลี่ ขอบคุณน้ำแกงสมุนไพรที่เจ้าส่งมาให้ ฝีมือการต้มน้ำแกงของเจ้าช่างยอดเยี่ยมจริงๆ นี่เป็นของขวัญตอบแทนจากข้า”
ก่อนหน้านี้เขามักจะช่วยไปส่งเงินที่โรงยา ไปๆมาๆก็ต่างคุ้นเคยกัน ตอนที่อยู่ในเมืองก็มักจะคอยดูแลเอาใจใส่พวกนางสองแม่ลูกเสมอ
ด้วยเหตุนี้หลี่เมิ่งเอ๋อร์มาเยี่ยมพี่ชายครั้งนี้ ก็ไม่ลืมที่จะส่งน้ำแกงสมุนไพรมาให้จูเจียหยางด้วย
นางหลุบตาลงมอง จูเจียหยางนำขนมถั่วแดงมาให้หนึ่งห่อ บนห่อกระดาษมีตราประทับชื่อร้านขนมแห่งหนึ่งที่อยู่ในเมือง
ขนมถั่วแดงนี้เป็นขนมขึ้นชื่อของร้านนั้น เรียกว่าขนมคิดถึง
หลี่เมิ่งเอ๋อร์ยิ้ม ไม่ได้ยื่นมือไปรับ “คุณชายจู ข้ามาส่ง ก็เอาน้ำแกงติดมือมาส่งให้ท่านด้วย ทำไมท่านต้องมอบของตอบแทนเป็นการเฉพาะด้วย ดูเกรงใจจนเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เก็บไว้ให้ท่านผู้เฒ่าที่บ้านเถอะ”
คำพูดนี้ฟังดูสนิทสนม แต่กลับเป็นการปฏิเสธอย่างนุ่มนวล จูเจียหยางรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
ยังไม่รอให้เขาตอบรับ หลี่เมิ่งเอ๋อร์ก็ยิ้มพลางพูดต่อไปว่า “อีกอย่าง ข้าเคยแต่งงานมีลูกแล้ว ท่านเอาแต่เรียกข้าว่าแม่นาง คนอื่นได้ยินเข้าจะหัวเราะเยาะข้าได้ วันหลังเรียกข้าว่าหลี่เหนียงจื่อเถอะ”
“……”