ตอนที่ 59
ตอนที่ 59 ให้ฉู่อวิ๋นหลิงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้
September 21, 2026
เช้าวันถัดมา อวิ๋นหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการวิงเวียนศีรษะ และพบว่าตัวเองนอนบนเตียงเซียวปี้เฉิง
“ตื่นแล้วหรือ?”
ข้างหูนางมีเสียของเซียวปี้เฉิงลอยมา อวิ๋นหลิงเอียงกายมองก็พบว่าตัวเองนอนข้างเขา จึงเกิดการประหม่าเล็กน้อย
อวิ๋นหลิงขมวดคิ้วนวดขมับ “ข้าดื่มสุราไม่เก่ง เมื่อคืนไม่ได้ทำอะไรท่านใช่หรือไม่? ข้าจำไม่ได้แล้ว”
เหมือนจำได้ว่าตอนที่นางเริ่มเมา นางพูดถึงหลิวฉิงไม่กี่ประโยค จากนั้นก็จำไม่ได้อีกเลย
ยังดีที่จำไม่ได้แล้ว
เซียวปี้เฉิงรู้สึกโล่งอก กระแอมเสียงเบาๆ “ไม่มีอะไร เมื่อคืนเจ้าเมามาก ข้ากลัวส่งเจ้ากลับเรือนหลันชิงแล้วพระเจ้าหลวงจะจับได้ จึงให้เจ้าพักในเรือนซู่สือ”
กล่าวจบ เซียวปี้เฉิงก็ลอบมองริมฝีปากบวมของอวิ๋นหลิงแล้วเกิดรู้สึกละอายใจเล็กน้อย
เมื่อคืนเพราะฤทธิ์สุราเป็นเหตุส่งผลให้เขาใจกล้า ฉวยโอกาสตอนที่นางไม่รู้สึกตัว
อวิ๋นหลิงหาวหวอดแล้วลุกขึ้น “ข้าต้องกลับเรือนหลันชิงแต่เช้า หากพระเจ้าหลวงไม่เจอข้าต้องโวยวายแน่”
“อืม เจ้ากลับไปก่อน ประเดี๋ยวข้าจะเรียกใช้ลู่ฉีเอง”
อวิ๋นหลิงรู้สึกว่าเช้านี้เซียวปี้เฉิงทำตัวไม่ปกติอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็ไม่ได้เค้นหาคำตอบ อาจเป็นเพราะเพิ่งตื่น ยังงัวเงียอยู่ก็ได้
เมื่อนางเดินออกไปแล้ว เซียวปี้เฉิงก็มองจุดที่นางนอนอย่างหดหู่ใจ เมื่อไหร่จะได้นอนด้วยกันทุกคืนเหมือนเมื่อคืนอีก?
อวิ๋นหลิงสาวเท้าเดินกลับเรือนหลันชิง เส้นผมดกดำสยายไปด้านหลัง นางเป็นคนยุคปัจจุบัน จัดทรงผมไม่เป็น ต้องให้ตงชิงช่วยทำให้
ตงชิงหวีผมให้นางไปพลาง ใช้สายตาหยอกล้อไปพลาง “เมื่อคืนพระชายานอนกับท่านอ๋องหรือเพคะ? บ่าวจะใช้สีผึ้งทาปากปิดรอยนะเพคะ”
อวิ๋นหลิงได้ยินประโยคนี้ก็มองคันฉ่องทันที จึงพบว่าปากของตัวเองบวมกว่าปกติ นางกระตุกมุมปาก
หรือว่าเมื่อคืนนางเมาจนตัณหาบังหน้า ไปขืนใจเซียวปี้เฉิง?
มิน่าละเช้านี้เขาถึงทำหน้าแปลกๆ
“ใช่แล้ว ตงชิง วันนี้มีเรื่องอะไรเหรอ? ระหว่างทางกลับข้าได้ยินพวกสาวใช้ซุบซิบกันสนุกปากเชียว”
“เช้านี้พระชายาตื่นสาย ท่านยังไม่รู้ว่ามีเรื่องใหญ่สองเรื่อง”
“เรื่องใหญ่สองเรื่อง?”
ตงชิงพูดเชิงเล่าสู่กันฟัง “อันแรกคือเมื่อคืนมีดวงตาสีแดงตกอีกหนึ่งดวงแล้วเพคะ แล้วอันที่สองคือฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้รุ่ยอ๋องเพคะ”
แม้ราชสำนักจะเก็บเรื่องดวงดาวตกคือนิมิตหมายของเทพธิดาจุติเป็นความลับสุดยอด แต่ชาวบ้านก็มีความเชื่อในแบบฉบับของตัวเอง
เพียงแต่หลังจากผ่านช่วงดาวตกมานานก็ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อเวลาล่วงเลยมานานแรมปี ก็กลายเป็นตำนานที่เอามาคุยเล่นๆเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น
อวิ๋นหลิงก็ไม่ได้สนใจมากนัก ถึงแม้หินอุกกาบาตสีแดงจะช่วยนางได้เยอะ ทว่าโลกใบนี้ออกจะกว้างขวาง ใครจะไปรู้ว่าดวงดาวจะตกไปอยู่ส่วนไหนของโลก
ส่วนข่าวรุ่ยอ๋องได้รับพระราชทานสมรสนั้นได้รับความสนใจกว่าดวงตกอย่างล้นหลาม
“วันนี้มีแต่คนคุยแต่เรื่องนี้เพคะ”
จักรพรรดิจ้าวเหรินพระราชทานสมรสให้รุ่ยอ๋องเอง หรงฉาน คุณหนูใหญ่แห่งจวนเจิ้นกั๋วกงเป็นพระชายารุ่ยอ๋อง ส่วนฉู่อวิ๋นหานเป็นพระชายารอง
“จะจัดพิธีสมรสเดือนหน้าเพคะ วันนั้นรุ่ยอ๋องจะแต่งภรรยาเข้าจวนพร้อมกันสองคนเพคะ?”
อวิ๋นหลิงหัวเราะเบาๆ ดื่มน้ำชาแล้วพูดว่า “แต่งเมียพร้อมกันสองคน? บุญหล่นทับเซียวเที่ยนอวี้แล้ว”