ตอนที่ 809
ตอนที่ 809 เจ้าอ๋องผู้อนาถ
September 23, 2026
เมื่อวานตอบพลบค่ำ องค์หญิงอี๋อันกำลังตำหนิติเตียนโม่อี้ซือด้วยเรื่องเครื่องสวมหัวอัญมณีทับทิม
ตอนแรกน้ำเสียงของนางถือว่ายังดี แต่เป็นเพราะโม่อี้ซือไม่ยอมรับสักที เบะปากเถียงอย่างน้อยใจ “ลูกไม่ได้ละโมบอยากได้เครื่องสวมหัวอันนั้น แต่พระชายาเยี่ยนยืนกรานจะมอบให้ ลูกปฏิเสธไม่ได้”
นางไม่เคยถูกรุมประคบประหงมมาก่อน กระทั่งบุตรีอนุในจวนอ๋องยังข่มเหงรังแกนาง ทว่าบัดนี้กลับเป็นที่สนใจของบรรดาองค์ชาย ความสุขที่มากะทันหันนี้ชวนให้ทำตัวไม่ถูก
ทว่าสตรีใช่คนหน้าด้านหน้าทนไม่ ไหนเลยจะกล้ายอมรับว่าตัวเองละโมบโลภมาก?
องค์หญิงอี๋อันผู้นิสัยดีเกรี้ยวกราดในบัดดล “หากเจ้าไม่พูดเช่นนั้น พระชายาเยี่ยนจะยืนยันที่จะมอบให้เจ้าทำไม? เจ้ารู้ดีว่าเครื่องประดับไข่มุกก็ได้มาเช่นนี้ ไยเจ้ารู้แล้วยังทำผิดอีก?”
แม้นต่อหน้าสามี องค์หญิงอี๋อันจะเป็นคนอ่อโยน ชดช้อย ทว่ายามพร่ำสอนบุตรกลับไม่เคยรักจนตามใจโม่อี้ซือเกินเหตุ
โดยเฉพาะด้านการวางตัวของสตรี นางจะให้ความสำคัญยิ่ง ดังนั้นพฤติกรรมของโม่อี้ซือ สำหรับนางแล้วคือไม่ต่างจากการทำผิดมหันต์
“เจ้าทำแบบนี้ ต่อไปจะให้พวกเสด็จน้องชายมองเจ้าเช่นไร มองข้าเช่นไร? แล้วถ้าเจอหลี่กุ้ยเฟยในวัง เจ้าจะทำตัวเช่นไร? หากเจ้าไม่ไปรับผิดที่จวนเยี่ยนอ๋อง แม่ก็ไม่มีหน้าอยู่ในวังต่อแล้ว พรุ่งนี้จะไปขอเสด็จพ่อให้สร้างจวนให้ ย้ายออกไปอยู่นอกวังจะดีกว่า”
โม่อี้ซือตกใจหน้าซีดเผือด ตำหนักเล็กของนางเพิ่งตกแต่งเสร็จไม่กี่วันเอง นางยังไม่อยากย้ายออกจากพระราชวัง
แล้วตำหนักเล็กของนางสวยงดงาม มีประติมากรรมแกะสลักทุกทั่วมุม โอ่อ่า หรูหรา เครื่องตกแต่งก็มีราคาแพงลิ่วทุกชิ้น
ดีกว่าเรือนปีกข้างที่นางพักในจวนอ๋องไหวเซียงหลายเท่า
ดังนั้นโม่อี้ซือจึงปาดน้ำตายอมรับผิดอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่อย่าโกรธเลย ลูกผิดไปแล้ว ข้าไม่ควรเอาความนิสัยดีของพระชายาเยี่ยนเพื่อครอบครองเครื่องสวมหัว...ลูกยินดีตามท่านแม่ไปขอขมาที่จวนเยี่ยนอ๋อง และคืนเครื่องสวมหัวกลับไป ต่อไปไม่กล้าแล้ว ฮือๆๆ...”
ตอนที่ตี้หวู่เหยามอบเครื่องประดับให้โม่อี้ซือครั้งแรก นางดีใจระคนตื่นเต้นจนไม่กล้ารับมาจริง
ตอนนั้นนางบอกว่าอยากสวมอันเก่า จึงคืนอันใหม่ให้ตี้หวู่เหยา ล้วนเป็นถ้อยคำที่กลั่นกรองมาจากใจ
เพียงแต่ไม่คิดว่าตี้หวู่เหยาจะมองเครื่องประดับทั้งสองชุดให้นางหมด จึงทำให้นางได้ลิ้มรสความหวาน ส่งผลให้ทำเรื่องในตอนนี้เช่นนี้
องค์หญิงอี๋อันมองนางด้วยนัยน์ตาโกรธขึ้งและรักใคร่
ตอนที่โม่อี้ซืออยู่จวนอ๋องไหวเซียง ไหนเลยจะเคยสวมเครื่องประดับงดงามปานนี้ ปกติใช้เพียงดอกไม้ราคาถูก
และจะมีบางครั้ง พี่น้องในจวนจะให้กำไลหรือปิ่นปักผมคุณภาพต่ำแก่นาง นางล้วนเก็บไว้อย่างทะนุถนอม หยิบออกมาใช้ก็ต่อเมื่อถึงงานเทศกาลเท่านั้น
สุดท้ายองค์หญิงอี๋อันก็ถอนหายใจยาวๆ พูดด้วยความหวังดีว่า “ซือซือ เสด็จพ่อกับท่านลุงไม่ได้ดูถูกเจ้าเพราะชาติกำเนิดของเจ้า หาไม่แล้วพวกเขาก็คงเข้ากับพระชายาโม่ไม่ดีเพียงนี้หรอก”
“พฤติกรรมที่เจ้าทำต่างหาก ถึงทำให้คนอื่นดูถูก รังเกียจ คิดว่าเจ้าไปยืนในสังคมชั้นสูงไม่ได้ เจ้าจงจำไว้นะ เป็นสตรีอยู่ในกรอบในศีลธรรม ถึงจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจริงๆ อะไรที่เจ้าไม่เคยมี ต่อไปเจ้าก็จะมีแน่”
โม่อี้ซือร้องไห้จนรู้สึกวิงเวียน พยักหน้าไม่หยุด และไม่รู้ว่าพูดปากแฉะขนาดนี้นางจะฟังเข้าหูกี่คำ แล้วจะจำได้มากน้อยเท่าใด
หากเปิดเผยภาพอันไม่พิสมัยต่อหน้าองค์หญิงอี๋อันเงียบๆก็ไม่เท่าไหร่
ทว่าบัดนี้กลับต้องโดนลวงลึกทุกข้อเท็จจริงต่อหน้าอวิ๋นหลิงจนหมดเปลือก นางจึงยากจะรับได้ รู้สึกไม่พอใจต่อองค์หญิงอี๋อันเล็กน้อย
นางรับปากว่าจะไปยอมรับผิดที่จวนเยี่ยนอ๋องแล้ว ไฉนท่านแม่ยังต้องตำหนินางต่อหน้าผู้อื่นเพียงนี้?
อวิ๋นหลิงเห็นท่าทางทุกข์ใจของโม่อี้ซือก็ทำเป็นไม่เห็นสิ่งใด
“เสด็จพี่หญิงพูดแรงไปแล้ว ผู้หญิงรักสวยรักงามเป็นเรื่องธรรมดา เจอเครื่องประดับสวยๆเข้าก็อยากได้กันทั้งนั้น? การแย่งเครื่องประทินกับเสื้อผ้ากับพี่น้องมีให้เห็นเกือบทุกจวน ถือเป็นเรื่องปกติ”
อวิ๋นหลิงพูดผ่านๆสองประโยค ทว่าทำให้โม่อี้ซือรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย