ตอนที่ 817
ตอนที่ 817 ท่านปู่งูเหลือมเลือกนอนอย่างเฉยชา
September 23, 2026
หลังจากเซียวปี้เฉิงออกไปแล้ว อวิ๋นหลิงจึงมีเวลาถามถึงเรื่องของท่านปู่งูเหลือม
“พี่ฉิงเกลี้ยกล่อมท่านปู่งูเหลือมยังไง”
อีกฝ่ายไม่ได้ถูกลักพาตัวกลับมา นี่ทำให้อวิ๋นหลิงรู้สึกประหลาดใจมาก ด้วยฝีปากของหลิวฉิง ถึงกับสามารถเกลี้ยกล่อมงูตัวหนึ่งได้ ช่างเป็นเรื่องแปลกประหลาดจริงๆ
หลิวฉิงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ผิดปกติไปหลายส่วน “ฉันเห็นท่านปู่เป็นโสดมาหลายปีไม่เห็นมีเมียงูเลยแม้แต่ตัวเดียว ก็เลยรับปากกับเขาว่า ขอเพียงเข้าไปอยู่ในสวนสัตว์ ภายหน้าจะหาเมียให้เขา”
แต่แล้วท่านปู่งูเหลือมไม่เพียงแต่มีโรคกลัวสังคม ยังไม่ถนัดในการพูดคุยกับเพศตรงข้าม
มันคุ้นเคยกับการมีชีวิตโดดเดี่ยวเดียวดายแล้ว พอได้ยินคำพูดนี้ของหลิวฉิงก็ยิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น
ที่จริงก็ไม่เร็วมาก ท่านปู่อายุมากแล้ว ทั้งยังเป็นงูเหลือมตัวใหญ่ยักษ์ การเคลื่อนไหวจึงช้ามาก มากสุดก็เลื้อยได้สองกิโลเมตรต่อชั่วโมง หลิวฉิงอยากจะไล่ตามอีกฝ่ายให้ทันเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
“แม้ว่าท่านปู่จะปฏิเสธฉันอย่างนุ่มนวล แต่ฉันก็คิดว่าจำเป็นต้องทำให้เขาเห็นถึงความจริงใจและแน่วแน่ของฉัน ดังนั้นก็เลยตามเขาไปเป็นเวลาสิบกว่าวัน ดีที่มีความตั้งใจจริง ปัญหาทุกอย่างก็คลี่คลายได้ หลังจากที่ฉันพูดจนปากเปียกปากแฉะ ในที่สุดเขาก็ยอมจะกลับมากับฉัน”
อวิ๋นหลิง “......”
ในสิบกว่าวันที่ผ่านมา หลิวฉิงบุกป่าฝ่าดงไปพร้อมกับมัน เดินห่างออกไปจากชานเมืองทางด้านตะวันออกของเมืองหลวงยี่สิบกว่ากิโลเมตร
ท่านปู่งูเหลือมเหนื่อยจนหายใจหอบ เลื้อยต่อไปไม่ไหวแล้ว
ในชีวิตงูของเขาไม่เคยเจออะไรที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน หญิงสาวที่เป็นมนุษย์ตามติดเขาไม่ปล่อย เอาแต่พูดจาซ้ำๆอยู่ที่ข้างกายของมันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ราวกับจะรบเร้าเขาจนฟ้าถล่มดินทลาย
มันมีชีวิตอยู่มาเกือบร้อยปี ตั้งแต่ยังโง่เขลาแยกแยะอะไรไม่ได้จนถึงจุดเริ่มต้นแห่งปัญญา ตอนนี้ก็สามารถเข้าใจมนุษย์ได้บ้างแล้ว
ข้างกายไม่มีสัตว์ชนิดเดียวกันที่สามารถสื่อสารได้ ในชีวิตที่แสนยาวนานนั้นท่านปู่งูเหลือมก็เคยรู้สึกโดดเดี่ยวมาก่อน แต่มันรู้ตัวดีว่าไม่ใช่มนุษย์ ในสัตว์ประเภทงูก็เป็นพวกที่แตกต่างจากตัวอื่นๆ ดังนั้นจึงเลือกที่จะอยู่อย่างสันโดษ
ครั้งแรกที่ได้มีวาสนาพบกับพวกอวิ๋นหลิงในสำนักศึกษาชิงอี้ ครั้งแรกที่ได้พบเจอกับสิ่งมีชีวิตที่สามารถ”สื่อสาร”กับตนเองได้ ท่านปู่งูเหลือมเคยรู้สึกดีใจมาก
แม้ว่าเขาจะไม่เปิดเผยตัวต่อหน้าผู้คน แต่ที่จริงมันชอบแอบขดตัวอยู่บนภูเขาสูง ฟังเสียงอ่านหนังสือที่ดังขึ้นมาจากข้างล่างด้วยความสงบ
กระทั่งวันหนึ่งที่กำลังอาบแดดอยู่ ถูกมนุษย์หญิงคนนี้ที่เรียกตัวเองว่าหลิวฉิงจับได้ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยได้มีชีวิตที่สงบสุขเลย
อีกฝ่ายมีพลังที่น่าอัศจรรย์มาก สามารถสื่อสารกับมันได้อย่างลึกซึ้งและไร้ข้อจำกัด
ไม่ว่ามันจะปฏิเสธอย่างไร ตั้งแต่ต้นจนจบมนุษย์คนนี้ยังคงยืนยันที่จะเชิญมันให้ย้ายบ้าน ยังจะเป็นแม่สื่อให้มันอีก
มันอยากจะหนีมาก แต่จะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น
ภายใต้การรบเร้ากว่าครึ่งเดือน ภายใต้ความเงียบและโมโหในที่สุดท่านปู่งูเหลือมก็เลือกที่จะนอนราบอย่างเฉยชา
อยากจะทำอะไรก็ทำเถอะ ขอเพียงมนุษย์คนนี้ไม่ไล่ตามมันและตามจู้จี้ต่อไป จะทำอย่างไรก็ได้
หลิวฉิงเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “ตอนนี้ท่านปู่งูเหลือมไปอยู่ในสวนสัตว์แล้ว สัตว์เทพทั้งสี่ประจำตำแหน่ง เจ้าอ๋องก็จัดการบ้านสวนได้พอสมควรแล้ว ฉันคิดว่าจะเปิดสวนสัตว์อย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนแปด เกาะกระแสความดังของสำนักศึกษาชิงอี้ ถึงเวลาต้องมีคนจำนวนมากมาซื้อตั๋วเพื่อไหว้ท่านปู่แน่ๆ ฉันจะได้หาเงินให้หนำใจไปเลย”
อวิ๋นหลิงพยักหน้า “ประเดี๋ยวจะให้คนไปช่วยท่านป่าวประกาศในสำนักศึกษาชิงอี้ ใช่แล้วฉันกับพี่ใหญ่ยังร่วมกันสร้างสำนักพิมพ์ด้วยล่ะ คาดว่าช่วงปลายเดือนนี้ก็สามารถจัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ล็อตแรกได้แล้ว ถึงเวลาจะทำการพาดหัวข่าวโฆษณาให้พี่”
หลิวฉิงได้ยินอย่างนั้นก็มีสีหน้ายินดี ยังไงพี่น้องก็เก่งและพึ่งพาได้มากที่สุด
ทั้งสองกินข้าวกลางวันร่วมกัน ก่อนที่หลิวฉิงจะขอตัวจากไป
นางรีบเข้าวังมาก่อน กู้ฉางเซินยังไม่รู้ว่านางกลับมาเมืองหลวงแล้ว ทั้งๆที่ทั้งสองคนน่าจะอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน พอยกนิ้วขึ้นมานับก็เป็นเวลาหนึ่งเดือนที่ไม่ได้เจอหน้ากันแล้ว