ตอนที่ 833
ตอนที่ 833 จะมีความเคียดแค้นอะไรไปได้
September 23, 2026
เซียวปี้เฉิงออกคำสั่งด้วยใบหน้าหม่นทะมึนให้คนไล่ชาวบ้านที่มามุงดูอย่างอยากรู้อยากเห็นตรงหน้าประตูโรงยาออกไป
“ใครก็ได้รีบพาเสนาบดีซ้ายกับเสนาบดีขวาเข้าไปในห้อง” เขาสั่งการเสียงเข้ม จากนั้นหยุดครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า “จัดพวกเขาไว้ในห้องเดียวกัน”
ผู้คนโดยรอบจ้องมองอย่างนึกกังขา แต่เซียวปี้เฉิงอธิบายด้วยสีหน้าปกติโดยจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง
“จัดให้อยู่ด้วยกัน ประเดี๋ยวจะได้ไปซักถามสะดวก”
ลู่ฉีแสดงสีหน้าไม่เชื่อ เขาเดาว่ารัชทายาทคงดูเพื่อความสนุกสนานเพราะไม่ใช่เรื่องของตน จึงอยากชมละครฉากเด็ดเป็นแน่
เซียวปี้เฉิงใบหน้าขรึมลงเล็กน้อย “เจ้ามองเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เอาละ...ก่อนอื่นเจ้ารีบกลับวังไปรายงานข่าวกับหลิงเอ๋อร์ บอกว่าข้าจะกลับวังค่ำๆ หน่อย”
ลู่ฉีถูกส่งออกไป ทั้งเสนาบดีขวาหลี่กับเสนาบดีซ้ายเฟิงก็ถูกหามเข้าไปในห้อง
ห้องในโรงยาโหยวเจียนล้วนได้รับการปรับปรุงใหม่ตามคำขอของอวิ๋นหลิง ทั้งสองอยู่ในห้องผู้ป่วยคู่โดยแยกกันอยู่ทางซ้ายคนทางขวาคน
เดิมทีตาเฒ่าทั้งสองแสร้งทำเป็นลม แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็แก่แล้ว หลังจากวิวาทะกันอย่างดุเดือดเมื่อครู่ เรี่ยวแรงก็เริ่มอ่อนล้าไปบ้าง ตอนนี้ชักจะเริ่มวิงเวียนศีรษะ
พอหรี่ตาลงสักพัก พวกเขาก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าไปทั้งตัว
เซียวปี้เฉิงมองใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำลายของพวกเขาด้วยสายที่ยากจะบรรยาย ในใจรู้สึกหนาวยะเยือก รีบเรียกให้เด็กโรงยาไปตักน้ำมาให้พวกเขาล้างหน้าล้างตา
เฟิงอู๋จีกับหลี่เมิ่งชูเดินตามหลังมาติดๆ แล้วแยกไปนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ปู่ของตน ก่อนถอนใจยาว
“เหตุใดเรื่องของพวกเจ้าสองคนจึงถูกเปิดเผยเร็วขนาดนี้”
หลี่เมิ่งชูเอ่ยยิ้มหน้าปูเลี่ยนๆ “มันเป็นเหตุสุดวิสัย ศิษย์ก็ไม่นึกว่าจะเกิดโดยไม่ทันตั้งตัว พลอยทำให้ท่านเดือดร้อนไปด้วย”
นางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอย่างสั้นๆ เซียวปี้เฉิงขมวดคิ้วโดยไม่ให้สังเกตเห็น
ดูท่าตระกูลลู่ยังไม่ยอมถอดใจจะเกี่ยวดองกับตระกูลเฟิง
เฟิงอู๋จีมุ่นคิ้วแน่น เล่าความในใจอันแสนหนักอึ้ง “ไม่รู้ว่าท่านปู่กับเสนาบดีขวาหลี่มีความเคียดแค้นอะไรกันแน่ จึงได้เกลียดกันจนเข้ากระดูกดำถึงเพียงนี้”
“ไม่ว่าพวกเขาจะมีความเคืองแค้นอะไรกัน ก็จะไม่ข้ามรุ่นบานปลายไปถึงคนรุ่นเยาว์อย่างพวกเจ้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะรับผิดชอบเอง พวกเจ้าไม่ต้องกลุ้มใจไป”
เซียวปี้เฉิงเอามือกอดอก หมุนพัดในมือเล่นสองทีด้วยสีหน้าสุขุมนุ่มลึก
หลี่เมิ่งชูมองเขาด้วยประกายตาซาบซึ้งใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ศิษย์ทราบดีว่ารัชทายาทเข้าข้างพวกเรา เพียงแต่เป็นห่วงสุขภาพของผู้เฒ่าทั้งสอง...”
เซียวปี้เฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เจ้าวางใจได้ เสนาบดีซ้ายเฟิงกับเสนาบดีขวาหลี่จะไม่เป็นไร ลำพังแค่พวกเขาสองคนมีจิตใจจะประลองกันอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่ว่าอย่างไรก็จะสู้กันจนสุดกำลังจนกว่าอีกฝ่ายจะตายไปข้างหนึ่ง”
หลี่เมิ่งชูสำลัก รู้สึกว่าสมเหตุสมผลอย่างบอกไม่ถูก
ความกระวนกระวายใจแต่เดิมพลันมลายหายไปเพราะคำพูดประโยคนี้ของเซียวปี้เฉิง
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังคุยกัน อู๋อันกงที่รู้ข่าวก็มาถึงโรงยาโหยวเจียน
หลังจากเขาดูฝ้าที่ลิ้นและเปลือกตาของทั้งสองแล้ว ก็ฝังเข็มตรงจุดชีพจรสองสามแห่ง ก่อนชักมือกลับ
“ไม่มีอะไรร้ายแรง แค่ตื่นเต้นมากเกินไป ออกแรงไปเยอะ ต้องพักผ่อนสักสองสามวัน ก็จะฟื้นตัวได้ดี”
คู่หนุ่มสาวตัวน้อยที่อยู่ข้างๆ ต่างก็ถอนใจด้วยความโล่งอก ขณะที่เซียวปี้เฉิงถือโอกาสซักถามสองสามคำ
“อาจารย์ปู่ เสนาบดีซ้ายเฟิงกับเสนาบดีขวาหลี่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอดหลายปีที่ผ่าน พอเจอหน้าก็ทะเลาะกันจนเป็นแบบนี้ ตกลงระหว่างพวกเขาเคยมีความเคียดแค้นอะไรกันแน่*”
อู๋อันกงเป็นผู้เฒ่ารุ่นราวคราวเดียวกับพระเจ้าหลวง อายุมากกว่าเสนาบดีสองคนนี้ถึงยี่สิบกว่าปี เขาน่าจะรู้อะไรมาบ้าง
แต่เมื่อเห็นอู๋อันกงนั่งเก้าอี้จับพู่กันเขียนใบสั่งยา เขาก็กลอกตามองบน
“พวกเขาสองคนจะมีความเคียดแค้นอะไรไปได้ ก็แค่เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งเท่านั้นเอง สมัยเป็นหนุ่มๆ เด็กสองคนนี้ร่ำเรียนอยู่สำนักศึกษาเดียวกัน กินอยู่หลับนอนบนเตียงเดียวกันมาสิบกว่าปี คบหากันมายาวนานย่อมกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา”
เซียวปี้เฉิงกระตุกมุมปาก “แค่นี้เองหรือ ดูท่าทางพวกเขาแล้ว ข้ายังคิดว่าใครนอกใจใครหรือเปล่า...”