ตอนที่ 908
ตอนที่ 908 ท่านปลดข้าเลยสิ
September 23, 2026
จักรพรรดิจาวเหรินเอามือกุมศีรษะ ไม่คิดเลยว่าหลี่กุ้ยเฟยจะจาบจ้วงล่วงเกินถึงเพียงนี้ ถึงกับลงไม้ลงมือกับเขาด้วยซ้ำ
ครั้นเห็นสายตาตกตะลึงของแม่นางหลีที่อยู่ข้างๆ เขาก็รู้สึกตื่นตระหนก ในใจนึกรำคาญความก้าวร้าวของหลี่กุ้ยเฟยมากยิ่งขึ้น
“หลี่เสาอี๋! เจ้าอย่าให้มันเกินไปนัก อย่าคิดว่ามีพระเจ้าหลวงให้ท้าย แล้วข้าจะไม่กล้าลงโทษเจ้า! ลำพังที่เจ้าพูดเจ้าทำ ข้าส่งเจ้าไปสำนึกผิดที่ศาลบรรพชนสามเดือนยังน้อยไป!
“ท่านควรเรียกหมอหลวงมารักษาโรคตาฝ้าฟาง ตาข้างไหนของท่านหรือที่เห็นว่าพระเจ้าหลวงส่งข้ามาที่นี่”
หลี่กุ้ยเฟยเป็นคนที่ไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ได้ สมัยเป็นดรุณีก็มีชื่อเสียงดังกระฉ่อนในเมืองหลวงว่าพูดจาขวานผ่าซาก ในใจคิดเช่นไรก็พูดเช่นนั้น
ตอนยังไม่ออกเรือน นางมักจะเยาะเย้ยเสี่ยวเฟิงต่อหน้าธารกำนัลหลายครั้งจนอีกฝ่ายต้องปิดหน้าวิ่งหนีร้องไห้ไป กระทั่งนางเข้าวังมาเป็นสนม จึงค่อยสำรวมกิริยาลงหลายส่วน
เมื่ออยู่กับจักรพรรดิจาวเหรินเป็นการส่วนตัว ยามนางอารมณ์ดีก็จะยกยอปอปั้นเขา ยามอารมณ์เสียก็สามารถถีบเขาตกเตียงไปเลย
ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้จักรพรรดิจาวเหรินรู้สึกละอายใจและสะเทือนใจต่อนาง แต่เขาไม่เคยตกหลุมรักนางเลย
“เลิกเล่นลิ้นซะที คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าที่พวกสนมเหลียงไปร้านของหวานเป็นคำสั่งของพระเจ้าหลวง หากเจ้าไม่มาขัดขวางข้า แล้วจะมาอยู่ในเรือนของหว่านเจิงได้อย่างไร เจ้าคงข่มขู่นางเป็นแน่ ซ้ำยังสั่งให้นางไปเอาข้าวเที่ยงมาให้เจ้าอีก!”
จักรพรรดิจาวเหรินปักใจเชื่อว่าหลี่กุ้ยเฟยมาข่มขู่คนรักของตน เขาจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
แม่นางหลีที่อยู่ด้านข้างได้ฟังแล้วสีหน้าตื่นตกใจ จนถึงบัดนี้ นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแขกผู้หญิงที่พากลับมาคือหลี่กุ้ยเฟยคนปัจจุบัน
ได้ยินคำพูดของจักรพรรดิจาวเหริน นางก็รู้ว่าเขาเข้าใจผิดไป จึงรีบเอ่ยปากอธิบาย ช้าก่อนฝ่าบาท...
ทันทีที่คำพูดหลุดออกจากปาก นางก็ถูกน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของหลี่กุ้ยเฟยขัดจังหวะ
“ถุย! หยุดถือตัวซะทีเถอะ ท่านจะเป็นหรือตาย อึหรือฉี่ ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเลย!”
“ท่านคิดว่าตัวเองเป็นคนมีเสน่ห์นักหรือไร มีค่าพอที่ข้าจะวางแผนสารพัดวิธีเพื่อดึงกลับมาอย่างนั้นหรือ จะบอกอะไรให้นะ ท่านในสายตาข้าตอนนี้ก็เหม็นไม่ต่างจากมูลวัวตามข้างถนน!
ตอนนี้หลี่กุ้ยเฟยไม่มีความหลงใหลได้ปลื้มต่อชายตรงหน้าอีกต่อไป มองตรงไหนก็รู้สึกขัดหูขัดตา นางชี้จมูกของจักรพรรดิจาวเหรินแล้วด่าสาดเสียเทเสีย
ยิ่งนางพูดก็ยิ่งโมโหมากขึ้น ไม่ว่าจะปวดท้องแค่ไหน นางก็หยิบข้าวโพดที่เหลือในตะกร้าไม้ไผ่ออกมาอย่างมีน้ำโห แล้วปาใส่จักรพรรดิจาวเหรินจนหมดในรวดเดียว
“ลงโทษไปสำนึกผิดที่ศาลบรรพชนจะไปมีประโยชน์อะไร ท่านมีปัญญาก็ปลดข้าซะเลยสิ ถ้าไม่ปลด ท่านก็เป็นแค่ไอ้โง่เง่าเต่าตุ่น!”
เดิมทีหลี่กุ้ยเฟยคิดว่าในเมื่อระหว่างทั้งสองคนหมดสิ้นเยื่อใยกันแล้ว อยู่ในวังแห่งนี้ไม่ต้องติดต่อกันไปจนแก่ตายก็ดีเหมือนกัน
นางจงใจไม่สนเขา แต่เขาก็ยังไม่วายมาหาเรื่องบ่อยครั้ง บัดนี้เขาก็ปรักปรำนางโดยไม่แยกแยะถูกผิด
วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่นางทนต่อไปไม่ไหวแล้ว!
“ปลดข้าเลยสิ ท่านปลดข้าเดี๋ยวนี้เลย! อย่างไรเสียตระกูลหลี่ก็ไม่มีใครควบคุมท่านได้อีก ท่านจะทำอะไรก็เชิญ และไม่ต้องกังวลว่าตระกูลหลี่จะกล้ำกลืนความเจ็บช้ำเพราะข้าอีกต่อไป!”
หลี่กุ้ยเฟยกรีดร้องเสียงดังลั่นแทบจะประคองสติไม่อยู่
จักรพรรดิจาวเหรินเอาสองมือปัดป้อง แล้วถอยหลังกรูดเมื่อถูกทุบตีระรัว เขาตะโกนกร้าวด้วยความกรุ่นโกรธ “เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่กล้า! ถ้าเจ้าตีอีกที ข้าจะปลดเจ้าจริงๆ...”
จนกระทั่งไม่ทันระวังไปชนเข้ากับใครบางคน จักรพรรดิจาวเหรินก็หยุดกึก
เซียวปี้เฉิงยกมือขึ้นรับข้าวโพดที่บินร่อนมา เขาขมวดคิ้วพลางพูดด้วยน้ำเสียงเข้ม “เสด็จพ่อ เกิดอะไรขึ้นกับพวกท่าน”
อยู่ดีๆ เหตุใดจึงพูดถึงการปลดตำแหน่ง