ตอนที่ 952
ตอนที่ 952 เจ้าไข่โง่ตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว
September 23, 2026
อวิ๋นหลิงได้ยินดังนั้นพลันกระตุกหางตา นางยินดีเชื่อว่าไข่เหล็กชอบผู้ชาย แต่จะไม่เชื่อว่าเขาจะทำเรื่องแบบนั้นกับเสวียนจีในรถ
“เจ้าเห็นเองกับตารึ?”
คำถามเดียวของนางทำเอาลู่ฉีจุกจนพูดไม่ออก พูดอ้ำอึ้งว่า “ข้าน้อยไม่ได้เห็นเองกับตา แต่ได้ยินกับหูพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวปี้เฉิงหายตกใจก็ตระหนักได้ว่าเชื่อคำพูดของลู่ฉีหมดไม่ได้ ทำหน้าบึ้งตึง “เมื่อครู่เจ้าพูดราวกับเห็นเองกับตา”
ตอนเขาเล่า ทั้งน้ำเสียงและคำบรรยายราวกับเห็นฉากร่วมรักเองกับตา
ลู่ฉีใบหน้าแดงก่ำ “พระชายาเคยสั่งให้รายงานการเคลื่อนไหวของพวกเขาทุกอย่างไม่ใช่รึ? ข้าน้อยไม่เคยเห็นหมูวิ่ง แต่เคยกินเนื้อหมูมาก่อน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะบรรยายได้ละเอียด”
เซียวปี้เฉิง “...”
เขานับถือสมองของลู่ฉีจริง ๆ ยังคิดว่าชมเขาเล่าเก่งอีก?
อวิ๋นหลิงคิดว่าสมองตัวเองมีปัญหาที่มอบงานแบบนี้ให้ลู่ฉีทำ นางโบกมือ “ช่างเถิด ช่างเถิด ต่อไปเจ้าไม่ต้องจับตามองพวกเขาแล้ว ตอนนี้เจ้ายังไม่เข้าใจนิยามคำว่า สิ่งที่ได้ยินสวนทางกับความจริงที่เห็น”
ลู่ฉีคิดว่าอวิ๋นหลิงไม่ชอบใจที่เขาทำงานไม่ได้เรื่อง ร้อนรนใจขึ้นมา “พระชายา ข้าน้อยไม่ได้คาดเดาส่งเดชจริงๆ ตอนนั้นข้าน้อยก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นตอนใต้เท้าเฟิ่งเหมียนกับแม่นางหยวนเป่ากลับมา ข้าน้อยนั่งเฝ้าใต้ต้นไม้อยู่นานเลย”
“พวกพระองค์ทายดูสิว่าเป็นอย่างไร? หลังจากใต้เท้าเฟิ่งเหมียนอุ้มแม่นางหยวนเป่าเข้าห้องนอน ผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้วก็ยังไม่ออกมา สุดท้ายข้าน้อยทนหนาวไม่ไหวเลยกลับไปนอนก่อน”
ระหว่างนั้นในห้องไม่มีแสงสว่างจากตะเกียงเลย ทำให้ลู่ฉีสงสัยถึงสาเหตุที่เฟิ่งเหมียนอยู่ในนั้น
อวิ๋นหลิงได้ยินก็มีสีหน้าจริงจังขึ้น เลิกคิ้วถาม “จริงรึ?”
ลู่ฉียืนยัน “จริงแท้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ สิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องเท็จ สิ่งที่เห็นถึงจะเป็นเรื่องจริง ก่อนข้าน้อยกลับไปไม่เห็นใต้เท้าเฟิ่งเหมียนออกมาจริงๆ”
อวิ๋นหลิงเงียบไปสักพัก นางสบตากับเซียวปี้เฉิง ล้วนมีแววตาใคร่รู้กันทั้งคู่
ทั้งสองล้วนเชื่อว่าไข่เหล็กเป็นสุภาพบุรุษ ทว่าถ้าลู่ฉีพูดความจริง ไม่ว่าอย่างไรก็เกินงามอยู่ดี
เสวียนจีเป็นสาวศตวรรษที่ยี่สิบสาม เติบโตในอารยธรรมตะวันตก ดังนั้นเป็นคนเปิดกว้าง ไม่แบ่งแยกชายหญิง อันนี้พอจะเข้าใจได้
แต่เฟิ่งเหมียนไม่น่าเป็นคนแบบนี้ ก่อนหน้านี้เฝ้าเสวียนจีในสำนักศึกษาชิงอี้ทั้งคืน เพราะยัยตัวแสบเมาเหล้า แล้วครั้งนี้ล่ะ?
อวิ๋นหลิงครุ่นคิดในใจ จึงเอ่ยว่า “เจ้าคงตาฝาด หรือง่วงนอนจนเข้าใจผิด หรือด้านนอกไม่มีโคมไฟ เฟิ่งเหมียนเดินออกไปแล้วแต่เจ้าไม่เห็นเอง”
“พอแล้ว ไปทำงานของเจ้าเถิด ลืมคำพูดเมื่อครู่ไปซะ อย่าไปเล่าซี้ซั้วกับคนอื่นละ ไม่งั้นพวกเขาสองคนจะเสียชื่อเสียงได้”
ลู่ฉีได้ยินก็ได้แต่พยักหน้าด้วยความหดหู่ใจ “...ได้ขอรับ...ข้าน้อยน้อมรับคำสั่ง”
เมื่อคืนเขาอยู่ด้านนอกจนตัวหนาวสั่น จะง่วงนอนจนตาลายได้อย่างไร
ทว่าเขารู้ดี เรื่องแบบนี้ทำให้ผู้หญิงเสียชื่อเสียง พระชายาสั่งเช่นนี้ก็สมควรแล้ว
หลังจากลู่ฉีออกไป อวิ๋นหลิงก็เรียกตงชิงมา ให้นางไปสอดแนมตำหนักด้านข้าง
ไม่นานตงชิงก็กลับมาพร้อมกับข่าวสองอย่าง
เช้าตรู่ของวันนี้ นางกำนัลฝ่ายซักผ้าเห็นเฟิ่งเหมียนยังใส่เสื้อตัวเมื่อวาน แล้วผ้าห่มในห้องนอนของเฟิ่งเหมียนยังคงระเบียบเรียบร้อย