ตอนที่ 970
ตอนที่ 970 ถึงตานางถูกเพื่อนร่วมทีมไม่เอาไหนทำให้ตกที่นั่งลำบาก
September 23, 2026
เสี้ยววินาทีนั้น เสวียนจีคิดว่าตัวเองตาฝาดไป
แต่หลังจากที่ควันสลายไปแล้ว ชายหนุ่มที่สวมชุดนักบวชสีม่วง ยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ ไม่ใช่เฟิ่งเหมียนจะเป็นใคร
ตอนที่เฟิ่งเหมียนอยู่ห่างจากศาลต้าหลี่ประมาณร้อยเมตร ก็ได้ยินเสียงปื้นดังมาจากที่นี่
เขาที่ไม่นานมานี้เพิ่งจะมีประสบการณ์รบราฆ่าฟันแคว้นตงฉู่มา แค่ชั่วพริบตาก็แยกแยะได้ว่าเสียงนั้นไม่ใช่เสียงพลุดอกไม้ไฟ แต่เป็นเสียงที่มาจากปืนคาบศิลา
หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมาทันที หลังจากที่มาถึงประตูศาลต้าหลี่ แทบจะทิ้งรถไม้และวิ่งเข้ามา
พอมาถึงลานด้านหน้า ภาพตรงหน้าแทบจะทำให้หัวใจของเฟิ่งเหมียนกระเด็นออกมานอกอก
ควันลอยคละคลุ้ง เงาร่างของคนจำนวนไม่น้อยเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว เสียงปะทะกันของดาบและโล่ดังออกมาจากกลุ่มควัน ลมเย็นที่พัดเข้ามาปะปนไปด้วยกลิ่นคาวเลือดรุนแรง
หลังจากที่มองภาพในหมอกควันชัดเจน เฟิ่งเหมียนจำร่างบอบบางนั้นได้ทันที สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
“รีบหลบไป”
เสวียนจีถูกการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเขาทำเอาตกตะลึง ในเสี้ยววินาทีที่รู้สึกประหลาดใจ คมดาบแวววาวก็ฟาดฟันมาจากทางด้านข้าง
ร่างกายที่เคยมีประสบการณ์ต่อสู้มามากได้สร้างความทรงจำในกล้ามเนื้อ หลบหลีกการโจมตีนี้ได้อย่างคล่องแคล่วด้วยสัญชาตญาณ
นางกวาดตามองหน่วยกล้าตายที่สูดดมควันสลบเข้าไป อีกฝ่ายเคลื่อนไหวได้ช้าลงมาก
วินาทีต่อมา นางไม่เพียงแต่อยู่ให้ห่างออกไป กลับฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายถูกรมควันจนน้ำตาไหลไม่หยุดเข้าใกล้มากขึ้น
ในกลุ่มคนที่วุ่นวายภายในหมอกควัน นางราวกับปลาที่กระโจนลงน้ำ เคลื่อนไหวไปมาอย่างอิสรเสรี
ยกฝ่ามือขึ้น โจมตีไปที่ง่ามมือของหน่วยกล้าตายชุดดำอย่างแรง ดาบคมกริบหล่นลงมาในฝ่ามือของเสวียนจี
ยกมือขึ้นมาอีกครั้ง บาดคออีกฝ่ายในดาบเดียว
เลือดอุ่นร้อนสาดกระเด็นมาบนหน้ากากป้องกันพิษสีดำ ดวงตาที่อยู่ใต้หน้ากากคู่นั้นกลับไม่กะพริบเลยสักครั้ง
อืม ทักษะพิเศษของนายท่านหลีว์
แม้ว่านางจะใช้ดาบไม่เก่ง แต่กระบวนท่านี้อย่างไรเสียก็น่าจะเทียบกับทักษะของอีกฝ่ายได้สามส่วน
เฟิ่งเหมียนเห็นนางสังหารคนที่บุกโจมตี ความตื่นตกใจเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความโล่งใจ
เวลานี้ ยินถังที่สองขาถูกยิงจนบาดเจ็บก็ถูกเสียงร้องนั้นดึงดูดความสนใจ
ดวงตาทั้งคู่ของเขาแดงก่ำ อดทนต่อความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ขา ยกมือขึ้นชี้ไปยังทิศทางของเฟิ่งเหมียน “ฝ่าวงล้อม ฝ่าวงล้อมไม่ได้ก็ฆ่าเขาซะ ไม่ว่าต้องแลกกับอะไรก็ตาม”
เฟิ่งเหมียนเคยเป็นถึงราชครูอันเป็นที่เคารพของคนนับหมื่นในแคว้นตงฉู่ ถ้าหากเขามาตายที่นี่ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร แคว้นต้าโจวต้องนำมาซึ่งความไม่พอใจและโกรธแค้นของชาวแคว้นตงฉู่แน่
เวลานี้ ยินถังไม่กล้าหวังว่าจะสามารถหนีพ้นความตายได้ ขอแค่สามารถดึงคนที่อยู่ที่นี่ให้ล่มจมไปด้วยกันคนหนึ่งก็ยังดี
บีบเขาให้มาถึงจุดนี้ เช่นนั้นก็อย่าคิดว่าจะได้อยู่กันอย่างมีความสุขเลย
ตอนนี้ สีหน้าของเสวียนจีจะผ่อนคลายต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
ต้องรู้ว่า เฟิ่งเหมียนเป็นแค่ผู้ช่วยอ่อนหัดที่เชี่ยวชาญเรื่องโหราศาสตร์และการทำนายดวงชะตาเท่านั้น
แม้จะบำเพ็ญเพียรฝึกยุทธตลอดมา พื้นฐานร่างกายแข็งแรงกว่าคนทั่วไปไม่น้อย แต่นั่นล้วนใช้สำหรับการรักษาร่างกายให้แข็งแรง ไม่ใช่ความสามารถที่จะฆ่าศัตรูในสนามรบ
ก็เหมือนพวกคุณลุงที่ฝึกมวยไทเก๊กในสวนสาธารณะ สามารถสู้กับนักสู้มืออาชีพในโรงเรียนสอนการต่อสู้ได้หรือ
“เร็ว รีบหลบไป” เสวียนจีตะโกนด้วยสีหน้าร้อนใจ หมุนตัวหันไปตะโกนกับหน้ากากเงินว่า “เปลี่ยนรูปแบบทหารโล่ กระจายการคุ้มกัน”
ภายในลานกว้าง องครักษ์ทั้งหมดล้วนถือโล่กำบังตั้งแถวเป็นแนวกำแพงที่มิดชิด คุ้มกันหัวหน้าศาลต้าหลี่ต้านกระสุนปืนคาบศิลา และมีดดาบของศัตรู
เฟิ่งเหมียนยืนอยู่ที่ประตูทางออกเพียงทางเดียวของศาลต้าหลี่ มีหน่วยกล้าตายสิบกว่านายคั่นกลางระหว่างเขากับแนวทหารโล่
เสวียนจีอยู่ใกล้เขามากที่สุด ตามแผนการควรจะอาศัยโอกาสที่หน้ากากเงินโจมตีด้วยหมอกควัน หลบไปอยู่ทางด้านหลังโล่กำบัง ในขณะเดียวกันก็จะมีมือธนูอีกกลุ่มหนึ่งออกมาสังหารโจรกบฏ
แต่แล้วการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเฟิ่งเหมียนทำให้แผนการที่วางเอาไว้วุ่นวาย นางกัดฟันหมุนตัววิ่งไปหาอีกฝ่าย โยนดาบให้เขาป้องกันตัวเอง ตนเองกลับเอาปืนคาบศิลาขนาดเล็กออกมากราดยิงไปที่ศัตรู