ตอนที่ 993
ตอนที่ 993 ต่อไปเจ้าโกหกข้าไม่ได้อีก
September 23, 2026
เสียนอ๋องไม่กล้าคาดหวังว่าเสิ่นชิ่นจะรักเขาในทันทีทันใด
แต่ชีวิตนั้นยาวนานนัก เขายังมีเวลาอีกมาก และความอดทนไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อเพียรพยายามให้นางรักเขาอีกครั้ง
เสิ่นชิ่นอดร้องไห้ด้วยเสียงแผ่วเบาไม่ได้ หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ท่ามกลางสายตาจ้องมองของเสียนอ๋อง นางก็ค่อยๆ ยื่นมือออกมารับผ้าเช็ดหน้า
นางสะอื้นไห้พลางกระซิบเบาๆ “เจ้าค่ะ”
เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากของนาง ยามนี้เสียนอ๋องก็ได้ยินเสียงบุปผาในวสันตฤดูผลิบานสะพรั่งอย่างเคลิบเคลิ้ม
ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มลุ่มลึก ราวกับสามจิตเจ็ดวิญญาณเต็มไปด้วยความอ่อนโยนของนาง
“อาชิ่น ขอบคุณที่เจ้าให้โอกาสข้าอีกครั้ง”
คราวนี้เขาจะอุทิศทั้งชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อคว้ามันไว้ และจะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปอีก
ใต้มุมกำแพงไกลโพ้น พวกอวิ๋นหลิงกำลังซ่อนตัวเฝ้าดูและแอบฟังอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ
ครั้นเห็นทั้งสองก้าวฝีเท้าเข้าหากัน ใบหน้าเซียวปี้เฉิงก็อดเผยความสุขใจไม่ได้
“ยังคงเป็นหลิงเอ๋อร์ที่มีทางออกดีที่สุด ตอนนี้ทุกคนก็สบายใจได้ ไว้นั่วเอ๋อร์เห็นพ่อแม่ของนางอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีอุปสรรคในใจอีกครั้ง นางจะต้องดีใจมากเป็นแน่”
อวิ๋นหลิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มพรายว่า “ต่อไปเมื่อพวกเขาจัดงานเลี้ยงแต่งงาน พวกเราจะต้องได้ที่นั่งชั้นหนึ่ง”
ในความเห็นของนาง แม้ว่าเสิ่นชิ่นจะงุนงงและไม่คุ้นเคยกับคนที่นางรัก แต่ในที่สุดก็ยังคงเป็นจิตวิญญาณเดิม ช้าเร็วก็ต้องรักเสียนอ๋องอีกครั้ง
ที่เหลือแค่ปล่อยให้เป็นไปตามเวลาก็พอ
ไม่นานนัก เสียนอ๋องและเสิ่นชิ่นก็เดินไปยังลานข้างๆ เพื่อขอบคุณเสวียนจีที่ช่วยชีวิตโดยก้มโค้งคำนับสามครั้งอย่างเคร่งขรึม
เมื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เช่นนี้ เสวียนจีก็ทำตัวสงบเสงี่ยมและตกประหม่าอย่างหาได้ยากนัก “โอ้โฮ ไม่เป็นไรเลย แค่เรื่องเล็กน้อย การช่วยชีวิตหนึ่งชีวิตย่อมดีกว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น!”
นางสีหน้าท่าทางจริงจัง แต่ในใจแทบจะโผล่หางที่มีความสุขออกมา
ไม่มีเด็กซุกซนคนใดสามารถทนต่อคำชมเช่นนี้ได้ อย่างไรเสียนางก็มักจะก่อเรื่องอยู่บ่อยครั้งนับตั้งแต่โตมา ยามปกติจะถูกทุบตีและดุด่าเกือบตลอดเวลา
เมื่อส่งเสียนอ๋องและเสิ่นชิ่นกลับไป นางยังไม่ลืมโบกมือกำชับว่า “พวกท่านคู่สามีภรรยาต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขนะ เช่นนี้ทุกคนก็จะไม่ผิดหวัง ขอเพียงทั้งสองจิตใจมั่นคงอยู่ด้วยกันก็จะผ่านพ้นปัญหาทุกอย่างไปได้ หากเข้าใจผิดกันก็ให้รีบอธิบายให้กระจ่างชัดก็พอ!”
เฟิ่งเหมียนเห็นนางแสร้งทำทีเป็นผู้ใหญ่ก็อดรู้สึกนึกขำเล็กน้อยไม่ได้ แต่พอได้เห็นวีรกรรมความรักของเสียนอ๋องและภรรยาด้วยตาของเขาเอง ความรู้สึกในใจเขาก็แปรเปลี่ยนไปมาก ที่แท้คำว่ารักช่างทรมานจิตใจผู้คนถึงเพียงนี้
การต่อสู้ที่จวนอ๋องจินในตอนนั้นคล้ายกับฉากเมื่อไม่กี่วันก่อนยิ่งนัก
เวลานั้นเสียนอ๋องได้รับบาดเจ็บสาหัส ชีวิตตกอยู่ในอันตราย เสิ่นชิ่นก็อกสั่นขวัญแขวนจนทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน
ทว่าเวลานั้นอารมณ์ของเฟิ่งเหมียนไม่ได้แปรปรวนมากนัก เขาไม่สนใจเรื่องของคนอื่นด้วยซ้ำ และไม่เข้าใจความเจ็บปวดรวดร้าวของสองคนนี้
แต่คราวนี้เขามีอารมณ์ท่วมท้นอยู่ในใจ
นั่นเป็นอารมณ์ที่อธิบายไม่ถูก เฟิ่งเหมียนเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร เขาแค่รู้สึกว่าเขาดูเหมือนจะสามารถเข้าใจปมในใจของเสิ่นชิ่นได้ และก็รู้สึกโล่งใจอยู่บ้างในฐานะคนนอกที่เห็นทั้งสองได้คืนดีกัน
มองออกไปข้างนอก เฟิ่งเหมียนก็พูดด้วยเสียงเข้ม “เขาจ่ายราคามหาศาลที่เคยหลอกลวงไป”
เสวียนจีพยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่รู้ตัว “ใช่แล้ว ต้นร้ายปลายดีความสุขก็มาเยือนเสียที...”
“ดังนั้นการโกหกจึงเป็นเรื่องผิด เจ้าเคยโกหกข้ามาครั้งหนึ่ง ข้ายกโทษให้เจ้า ต่อไปเจ้าจะโกหกข้าเป็นครั้งที่สองไม่ได้อีก ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่คุยด้วยง่ายๆ เหมือนเสิ่นชิ่น”
เฟิ่งเหมียนพูดอย่างจริงจัง ราวกับเขาไม่สามารถเกลี้ยกล่อมได้ง่ายๆ