ตอนที่ 429
บทที่ 430 สัตว์ประหลาดเลือดเย็น!
October 31, 2026
จู่ๆ โม่จิ่นหยุนก็สูญเสียการควบคุมอารมณ์ของเธอและการแสดงออกของเธอก็ดูแย่ลงเล็กน้อย:“ออกไปเดี๋ยวนี้ ไป!”
ในความทรงจำของมู่นวลนวล โม่จิ่นหยุนพิถีพิถันมากและเป็นผู้หญิงที่จะไม่เสียกริยาต่อหน้าคนอื่น
แต่ในตอนนี้โม่จิ่นหยุนจะใช้อำนาจบาตรใหญ่เหมือนเมื่อก่อนได้ยังไง เธอหมดอาลัยตายอยาก
มู่นวลนวลขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามเธอว่า:“โม่จิ่นหยุน คุณเป็นอะไร?”
โม่จิ่นหยุนหันไปมองมู่นวลนวลด้วยแววตาที่มีสติอย่างเดิม
ทันใดนั้นเธอก้ถามมู่นวลนวลว่า:“เธอมาหาฉันเพื่อโม่ถิงเซียว?”
มู่นวลนวลรู้สึกว่าโม่จิ่นหยุนดูแปลกๆ แต่เธอไม่ได้สนใจโม่จิ่นหยุนและถามเพียงแค่ว่า:“คุณให้ใครสะกดจิตให้โม่ถิงเซียว?คนคนนั้นอยู่ที่ไหน?มีลักษณะอย่างไร?”
“ไม่รู้” โม่จิ่นหยุนพูดอย่างเย็นชาด้วยสีหน้าซีดเซียว:“ฉันจะแนะนำให้นะ ถ้าเธอยังอยู่กับโม่ถิงเซียว เธอจะต้องเสียใจ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะทำเธอมีความสุข”
คำพูดของโม่จิ่นหยุนดูแปลกประหลาด มู่นวลนวลคิดว่าโม่จิ่นหยุนกำลังยุยงเธอกับโม่ถิงเซียว
เมื่อมู่นวลนวลได้ยินอย่างนั้น แววตาของเธอก็เป็นประกายอย่างเย็นชา:“ความสุขของโม่ถิงเซียวไม่เกี่ยวข้องกับคุณ ในทางตรงกันข้ามก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และไม่ผิดต่อโม่ถิงเซียว คุณไม่เคยเป็นห่วงเขาเลย มีสิทธิอะไรมาว่าเขา?”
โม่จิ่นหยุนมองไปที่มู่นวลนวลแล้วรู้สึกว่ามีความคล้ายคลึงกันระหว่างท่าทางของมู่นวลนวลกับท่าทางโม่ถิงเซียว
ครั้งหน้าต้องถูกโม่ถิงเซียวบีบจนตาย และจะทำให้ไม่พอใจมู่นวลนวลมากขึ้น
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา:“ฉันไม่ได้พูดอะไรผิด ตอนนี้เธอมาขอร้องฉัน?นี่เป็นน้ำเสียงที่เธอกำลังขอร้อง?”
“คุณพูดผิดแล้ว ฉันไม่ได้ขอร้องคุณ” มู่นวลนวลไม่ยอมถอย:“ที่โม่ถิงเซียวกลายเป็นอย่างตอนนี้ก็เพราะคุณ ในเมื่อคุณต้องการให้โม่ถิงเซียวดูแลตระกูลโม่ให้มั่งคั่งก็จงภาวนาให้เขามีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงและปลอดภัย ไม่อย่างงั้นเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ตำแหน่งคุณหนูใหญ่ตระกูลโม่ก็ไม่อาจรักษาได้”
“มู่นวลนวล เธอไม่ดูสถานะของตัวเองเลย แล้วยังจะกล้าพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้กับฉัน?คุณไม่รู้เหรอว่าคนที่เอาแต่ใจตัวเองมากเกินไปจะไม่มีจุดจบที่ดี?”
โม่จิ่นหยุนดูเหมือนจะนึกถึงบางสิ่งที่มีความสุขขึ้นมา ทันใดเธอก็ยิ้มขึ้นมา
“ตอนนี้โม่ถิงเซียวยังจำเรื่องเมื่อก่อนไม่ได้ใช่ไหม?ที่เขายังจำเรื่องเมื่อก่อนไม่ได้ และแน่นอนว่าจำความรู้สึกที่มีต่อเธอไม่ได้ด้วย เธอกระตือรือร้นที่จะแต่งงานกับเขาใหม่อีกครั้งและเป็นสะใภ้ของตระกูลโม่ เธอถึงได้มาหาฉัน”
เมื่อเห็นมู่นวลนวลไม่พูด โม่จิ่นหยุนก็คิดว่าการคาดเดาของตัวเองถูกต้อง
เธออดไม่ได้ที่จะยิ้ม:“แต่เธออย่าคิดลมๆ แล้งๆที่จะแต่งงานใหม่อีกครั้งแล้วก็กลับมาเป็นสะใภ้ตระกูลโม่ ฉันหาผู้เชี่ยวชาญด้านการสะกดจิตอันดับต้นๆ ของโลกมาสะกดจิตให้กับโม่ถิงเซียว เธอคิดว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการสะกดเป็นเพียงชื่อเสียงจอมปลอมหรอ?ฮ่าฮ่าฮ่า !”
ทันใดนั้นโม่จิ่นหยุนก็เงยหน้าขึ้นและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง:“ชีวิตนี้อย่าคิดว่าเขาจะจำเรื่องเมื่อก่อนได้อีก ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอจะไม่กลับมาอีก เขาเป็นสัตว์ประหลาดที่โหดเหี้ยม!”
มู่นวลนวลกำมือแน่นด้วยใบหน้าซีดขาว เธอกัดริมฝีปากและพูดอย่างเย็นชา:“ไม่ เขารู้สึกเหมือนคุณจะไม่สะทกสะท้านกับการตายของแม่ตัวเอง เธอรู้ว่าคนที่ฆ่าแม่เธออย่างโหดหี้ยม แต่เพราะเห็นแก่ความมั่งคั่งร่ำรวย จึงไม่พูดออกมา……”
เมื่อพูดถึงตรงนี้มู่นวลนวลก็หยุดชะงักและบีบคำสองสามคำออกมาจากริมฝีปากของเธอ:“เธอมันสัตว์ประหลาด!สัตว์ประหลาดเลือดเย็น!”
“เธอหุบปาก!” สีหน้าของโม่จิ่นหยุดดูสะเทือนจิตใจ:“เธอรู้อะไรบางอย่าง?”
มู่นวลนวลเงยคางขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดเบาๆ ว่า:“เรื่องที่คุณกลัวว่าฉันจะรู้ ฉันรู้หมดทุกอย่าง”
หลังจากที่พูดจบเธอก็มองไปที่สีหน้าที่เปลี่ยนไปของโม่จิ่นหยุนด้วยความพึงพอใจ และเดินจากไป
หลังจากรู้เรื่องแม่ของโม่ถิงเซียวแล้ว มู่นวลนวลก็เคยสงสัยว่าโม่จิ่นหยุนไม่ได้เพิกเฉยต่อเรื่องนี้
โม่จิ่นหยุนไม่ใช่ลูกสาวจองตระกูลร่ำรวยทั่วไปที่ซื่อบื้อ แต่เธอมีทั้งสมองและความคิด
เด็กผู้หญิงในวัยเดียวกันจะโตเร็วกว่าเด็กผู้ชายเสมอ อายุสิบเอ็ดเป็นวัยที่ต้องจดจำและพวกเขามีสามัญสำนึกระดับหนึ่ง
แม้ว่าโม่จิ่นหยุนจะไม่เห็นด้วยตาของตัวเอง แต่เขาต้องสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแ่ๆ