ตอนที่ 136
บทที่ 136 สถานการณ์เลวร้ายลงทุกวัน ทุกอย่างกำลังจะพังทลายลง
October 28, 2026
บทที่ 136 สถานการณ์เลวร้ายลงทุกวัน ทุกอย่างกำลังจะพังทลายลง
เฉินตงที่เหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ นอนหลับไปอย่างสนิท
จนกระทั่งถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ตอนที่แม่ยกอาหารเช้าเข้ามาให้เขาที่เตียง ถึงได้ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมา
เมื่อเห็นอาหารเช้าที่อยู่ตรงหน้า เฉินตงก็ยิ้ม : “แม่ ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ทำไมยังยกอาหารมาให้ผมถึงมืออีก ?”
หลี่หลานยิ้มแล้วพูดว่า : “ในสายตาของแม่ ลูกยังคงเป็นเด็กอยู่เสมอ”
เฉินตงยิ้ม จากนั้นจึงหยิบอาหารเช้าขึ้นมารับประทาน
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เข้าก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำ แล้วจึงเดินลงไปด้านล่าง
ในห้องรับแขก ท่านหลงและคุนหลุนกำลังนั่งดูข่าวช่วงเช้าอยู่
เมื่อเห็นเฉินตง ท่านหลงก็โบกมือ และพูดพร้อมรอยยิ้มแปลกๆ : “คุณชาย รีบมาดูข่าวนี้เร็วเข้า น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ”
เฉินตงเดินเข้าไปด้วยความอยากรู้ เมื่อเห็นข่าว เขาก็ผงะไป : “โจวเย่นชิวเองก็ซื้อที่ในภาคตะวันตกแปลงหนึ่งด้วย ?”
“น่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ ?” ท่านหลงยิ้มด้วยความประหลาดใจ
เฉินตงส่ายหัว : “จิ้งจอกเฒ่ามีแผนสำรอง”
คุนหลุนถามด้วยความสงสัย : “คุณชาย ท่านหลง นี่มันหมายความว่าอย่างไร ?”
ท่านหลงอธิบายอย่างอดทน : “ครั้งก่อนโจวเย่นชิวเลือกมที่จะเข้าข้างเฉินเทียนเซิง ก็เท่ากับว่ายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคุณชาย ต่อมาเขาล้มเลิกการคว่ำบาตรวัสดุ เท่ากับว่าตนเองกำลังเหยียบเรือสองแคมอยู่
ขณะที่กำลังพูด ท่านหลงก็ชี้ไปยังข่าวโทรทัศน์ : “ครั้งนี้ การที่เขารีบซื้อที่ดินตามบริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลงในทันที เพื่อแสดงให้เห็นว่า เขาตั้งใจที่สนับสนุนทางฝั่งไท่ติ่งของคุณชายด้วยหนึ่งทาง เพราะตอนนี้เขาเองก็ยังมองสถานการณ์ภายในตระกูลเฉินไม่ออก ดังนั้นจึงจงใจที่จะซื้อที่ดินแปลงนี้”
“ประการแรกเพื่อที่จะแสดงให้คุณชายเห็นว่า เขาเต็มใจที่จะสนับสนุนคุณชาย ประการที่สอง ที่ดินเพียงแค่ผืนเดียวไม่อาจชี้นำทิศทางของสถานการณ์ได้ หากทางฝั่งเฉินเทียนเซิงคิดที่จะสอบสวนขึ้นมา ก็คงไม่สามารถสอบสวนอะไรได้มากนัก”
คุนหลุนขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ : “เจ้าจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ ถือว่าฉลาดหลักแหลมจริงๆ”
“ฉันจะไปบริษัทก่อน”
เฉินตงพูดทิ้งท้ายเอาไว้ แล้วเดินออกไปด้านนอก
คุนหลุนรีบตามไปติดๆ เมื่อวานเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น ช่วงนี้เขาจึงจำเป็นต้องตามติดเฉินตงทุกฝีก้าว
ท่านหลงดูข่าวในโทรทัศน์ จากนั้นจึงหรี่ตาแล้วยแสยะยิ้มออกมา : “จับปลาสองมือ เกรงว่าสุดท้ายจะหลุดมือไปทั้งคู่นะสิ คนเราช่างไม่รู้จัดพอเสียจริงๆ !”
หลังจากโจวเย่นชิวซื้อที่ทางภาคตะวันตกของเมือง ข่าวก็แพร่สะพัดขึ้นอีกครั้ง
เดิมที การรายงานข่าวเมื่อคืนเรื่องที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลงซื้อที่ดิน ก็สร้างความปั่นป่วนขึ้นไม่น้อยแล้ว
มาตอนนี้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งและอันดับสองของเมืองต่างก็ยื่นมือเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
คนฉลาด แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่า ต้องการที่จะสนับสนุนบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งของเฉินตง ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
เหล่าบรรดาผู้ซื้อที่แต่เดิมตั้งใจที่จะคืนบ้าน มาตอนนี้มีบางคนเริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมาแล้ว
บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งและอันดับสองเข้าซื้อที่ดินพร้อมกัน แสดงให้เห็นว่าภาคตะวันตกของเมืองยังมีโอกาสที่จะพัฒนาได้ บ้านของตนเองก็มีโอกาสที่จะทำเงินได้
แต่แน่นอนว่ายังมีคนอีกจำนวนมาก ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงความคิดที่จะคืนบ้าน
น่าขำจริงๆ !
ต่อให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งและอันดับสองจะยื่นมือเข้ามา ก็ยังเทียบกับยี่เคอ กรุ๊ปไม่ได้อยู่ดี
ยี่เคอ กรุ๊ปเป็นยักษ์ใหญ่ของธุรกิจนี้ทั้งหมด !
ยี่เคอ กรุ๊ประงับโครงการแล้ว ในความคิดของคนที่แน่วแน่ในการคืนบ้านนั้น ก็ยังคงรู้สึกว่ายังไงเสียราคาอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันตกของเมืองจะต้องลดฮวบลงอย่างแน่นอน ถึงขนาดลดลงไปเท่าราคาเฉลี่ยเดิม ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองนี้ ไม่มีบริษัทไหนที่สามารถช่วยเมืองนี้เอาไว้ได้
อีกทั้งยังไม่สามารถค้ำจุนไท่ติ่งเอาไว้ได้อีกด้วย !
เหตุการณ์ในครั้งนี้อาจถึงขึ้นที่ทุกอย่างต้องพังทลายลง ไท่ติ่งอาจต้องล้มละลายจนปิดกิจการ ส่วนบ้านของพวกเขาเองก็ต้องพินาศไปด้วย หากไม่ให้ถอยตอนนี้แล้วจะให้ถอยตอนไหน ?
มีความคิดเห็นมากมายเกิดขึ้นในช่วงสองวันนี้ และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับคลื่นที่ซัดเข้ามาเป็นระลอกๆ ต่อเนื่องกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังคงมีคนสงสัยเรื่องที่ไท่ติ่งรับปากที่จะให้คืนบ้าน ว่าอาจเป็นการพยายามถ่วงเวลาเพื่อเตรียมหาทางหนีทีไล่ !
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกสับสน ทำให้เกิดการปิดล้อมตึกใหญ่ของไท่ติ่งอีกครั้ง
แต่ในครั้งนี้ เฉินตงไม่รู้สึกสับสนอีกต่อไปแล้ว เข้าแจ้งกับผู้ที่หน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ว่าให้ไปตักเตือนผู้หวังดี ว่าการที่เขารับปากที่จะให้คืนบ้านอย่างง่ายดายนั้น
ไม่ได้หมายความว่าเขานั้นอ่อนแอ ถึงขั้นถูกบีบคั้นและกดดันในภาวะวิกฤตได้ง่ายๆ !
พริบตาเดียว วันที่เฉินตงนัดแนะกับเหล่าผู้ซื้อก็มาถึง
ศูนย์กลางที่ทำการซื้อขายตึกทั้งสี่แห่ง ภายในเวลาสามวัน ก็ได้รับการฟื้นฟูแล้วเสร็จ
เช้าตรู่ ด้านหน้าของศูนย์กลางที่ทำการซื้อขายทุกแห่ง มีการต่อแถวยาวเหยียด
เรียกได้ว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ !
คึกคักยิ่งกว่าการเปิดขายตึกทั้งสามตึกล่วงหน้า ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เสียอีก !
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากเช่นนี้ แน่นอนว่ามีสื่อนำไปรายงานข่าวมากมาย
“ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายท่านนี้ เลือกที่จะคืนบ้านจริงๆ หรือคะ ?”
นักข่าวสาวคนหนึ่งเข้าไปสัมภาษณ์หนึ่งในคนที่กำลังต่อคิวเพื่อคืนบ้านอยู่
“ถ้าไม่คืนจะให้เก็บเอาไว้ฉลองปีใหม่หรือยังไง ?”
นักข่าวสาวยิ้มแล้วถามต่อว่า : “อะไรที่ทำให้คุณแน่ใจว่าต้องการจะคืนบ้านคะ ? มีรายงานว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ทั้งสองแห่งของเมืองนี้ได้เข้าไปซื้อที่ดินทางภาคตะวันตกของเมืองเอาไว้แล้ว ราคาอสังหาริมทรัพย์......”
ยังไม่ทันที่นักข่าวสาวจะพูดจบ ผู้ชายที่ถูกสัมภาษณ์ก็พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นว่า : “บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองแห่งนั้น นำมาเทียบกับยี่เคอ กรุ๊ปได้หรือ ? คุณกำลังพูดเรื่องตลกระดับชาติอยู่หรือยังไง ? ถ้าไม่มียี่เคอ กรุ๊ป ราคาอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันตกจะต้องดิ่งลงเหวอย่างแน่นอน ในเมื่อเจ้าของไท่ติ่งยินดีจะรับคืน แล้วทำไมพวกเราจะไม่คืนล่ะ ?”
นักข่าวสารรู้สึกเขินอายเล็กน้อย จากนั้นจึงถามต่อว่า : “นี่ถือเป็นการคืนบ้านครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ของเมืองนี้ นี่พอจะบ่งชี้ได้ว่าไท่ติ่งอาจจะมีโอกาสล้มละลายจนต้องปิดกิจการ ไม่ทราบว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้คะ ?”
ชายผู้นี้แสยะยิ้มออกมา : “ไท่ติ่งล้มละลายแล้วเกี่ยวอะไรกับผมด้วย ? เขาเจ๊งของเขา ส่วนผมก็รอดของผม ขอแค่เงินของผมยังอยู่ครบก็พอแล้ว !”
ทันใดนั้น
บริเวณหัวแถวมีเสียงตะโกนดังขึ้นว่า : “ศูนย์กลางที่ทำการขายอสังหาริมทรัพย์เปิดแล้ว !”