ตอนที่ 179
บทที่ 179 ลูกเขยไม่ชอบ ผมก็ไม่ชอบ
October 28, 2026
กู้ชิงหยิ่งรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ใบหูของเธออ่อนระทวยไปหมด
เมื่อเรียกสติกลับมาได้เธอจึงถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว จากนั้นจึงเอ่ยถามอย่างประหลาดใจว่า : “อยู่ไหน ?”
แต่ทันทีที่พูดออกไป กลับเห็นรอยยิ้มที่ดูแปลกประหลาดของเฉินตง
กู้ชิงหยิ่งผงะไป และรู้สึกตัวในทันที
ทันใดนั้น ใบหน้าของเธอก็ค่อยๆเป็นสีแดงก่ำ
เธอพูดด้วยความโมโหว่า : “คนลามก คิดอะไรของคุณเนี่ย ? พ่อแม่ฉัน คุณลุงคุณอาก็อยู่ที่นี่นะ !”
“แล้วถ้าไม่อยู่ล่ะ ?” เฉินตงยิ้มพลางลูบดั้งจมูกของกู้ชิงหยิ่ง
ใบหน้าอันงดงามของกู้ชิงหยิ่งแดงจนเป็นลูกตำลึง เธอก้มหน้าก้มตาด้วยความอาย ไม่พูดไม่จา
เฉินตงหัวเราะออกมา ไม่คิดที่จะหยอกล้อกู้ชิงหยิ่งอีก : “ไปกันเถอะ ผมจะเข้าไปทักทายคุณลุงคุณป้าในบ้านสักหน่อย เรื่องเมื่อกี้น่าอายจริงๆ”
“คนลามก นับวันจะยิ่งลามกใหญ่แล้ว” กู้ชิงหยิ่งยืนอยู่ที่เดิม แล้วหันมองเฉินตงที่กำลังเดินเข้าไปในบ้านด้วยแววตาตำหนิ
คำพูดนี้ถูกคุนหลุนที่เดินตามมาด้านหลังได้ยินเข้า
เขายิ้มแล้วพูดว่า : “คุณชายลามกกับภรรยาของตัวเอง จะเรียกว่าลามกไม่ได้หรอกครับ”
“คุนหลุน ห้ามคุณพูดนะ” กู้ชิงหยิ่งกระทืบเท้าของเธอด้วยความเขินอาย
คุนหลุนหดคอแล้วยิ้มอย่างทะเล้น แล้วรีบเดินตามเฉินตงเข้าไปข้างใน
มีเพียงกู้ชิงหยิ่งที่ยืนเอามือประสานกันอยู่ที่เดิม และบ่นพึมพำออกมาเบาๆ ว่า : “ไม่เรียกว่าลามก แล้วจะเรียกว่าอะไร ?”
เฉินตงเดินเข้าไปในห้องรับแขก
กู้โก๋ฮั๋วกำลังดื่มน้ำชาร่วมกับท่านเมิ่งและผู้อำนวยการหลิว
เมื่อเห็นเฉินตงเดินเข้ามาในบ้าน
ท่านเมิ่งกับผู้อำนวยการหลิวก็ลุกขึ้นพร้อมกัน จากนั้นจึงยิ้มอย่างเก้อเขิน
“ตงเอ๋อ เรื่องเมื่อครู่ต้องขอโทษด้วยจริงๆ
ท่านเมิ่งรีบพูดขึ้นก่อน : “โทษที่ฉันเองไม่ยอมถามไถ่ให้ดีเสียก่อน”
เฉินตงยิ้มจากนั้นจึงโบกมือ : “ลุงเมิ่งกังวลเกินไปแล้ว ไม่เป็นไรหรอกครับ อันที่จริงต้องขอบคุณลุงเมิ่งกับอาหลิวด้วยซ้ำที่สนับสนุนผม”
หลังจากได้ยิน
ท่านเมิ่งและผู้อำนวยการหลิวก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก
ต่อให้เฉินตงจะไม่ได้เป็นผู้สืบทอดมรดกของตระกูลเฉินก็ตาม แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ พวกเขาก็ยังคงเลือกที่จะช่วยเฉินตงอยู่ดี
อย่างไรเสียนี่ก็คือลูกเขยของครอบครัว
บริษัทชิงหยิ่งไม่กลัวตระกูลหลี่ที่อยู่ในเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย
อีกทั้งพวกเขาทั้งสอง คนหนึ่งก็เป็นถึงผู้ที่อิทธิพล ส่วนอีกคนก็เป็นถึงยักษ์ใหญ่แห่งวงการแพทย์ แล้วทำไมจะต้องยอมก้มหัวให้กับตระกูลหลี่ซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลแสนไกลด้วย
“เรื่องเข้าใจผิด หากพูดกันให้เข้าใจแล้ว ก็ไม่มีอะไรอีก”
กู้โก๋ฮั๋วพูดไปพลางยิ้มไปพลาง จากนั้นจึงกวักมือให้ทั้งสามคนนั่งลง
รอจนกระทั่งเฉินตงนั่งลงเรียบร้อยแล้ว กู้โก๋ฮั๋วถึงได้เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย : “ตงเอ๋อ เธอเป็นหลานชายของตระกูลหลี่จริงหรือ ?”
หลังจากได้ยิน
ท่านเมิ่งและผู้อำนวยการหลิวเองก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเฉินตงด้วยความสงสัย
ถึงแม้จะผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่มาแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังอดที่จะรู้สึกสงสัยไม่ได้อยู่ดี
เด็กธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เกิดและเติบโตอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตกับมารดาตามประสาลูกกำพร้าและหญิงม่ายอย่างยากลำบากมากว่า 20 ปี จู่ๆ ก็กลายมาเป็นผู้สืบทอดมรดกของตระกูลเฉิน นี่ก็ถือเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึงมากพอแล้ว
มาบัดนี้กลับมีฐานะหลานชายของตระกูลหลี่ซึ่งร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของเมืองหลวงเพิ่มเข้ามาอีก
ความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน ต่อให้เป็นคนระดับกู้โก๋ฮั๋ว ท่านเมิ่ง หรือแม้กระทั่งผู้อำนวยการหลิวเองก็ยังอยากรู้อยากเห็น
เฉินตงพยักหน้าเพื่อเป็นการยอมรับ
เขายักไหล่แล้วยิ้มอย่างขมขื่น : “มันคือเรื่องจริง แต่นั่นก็เป็นอดีตไปแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่ผมลืมตาดูโลกก็ไม่ใช่อีกแล้ว”
“หมายความว่าอย่างไร” กู้โก๋ฮั๋วเป็นพ่อตาในอนาคตของเฉินตง ฐานะของเขาใกล้ชิดสนิทสนมกับเฉินตงมากกว่าท่านเมิ่งและผู้อำนวยการหลิว ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกลังเลที่จะเอ่ยถาม
“ผมกับแม่ผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมายี่สิบกว่าปี ดังนั้นความลำบากทั้งหมดในชีวิต ต้องขอบคุณตระกูลหลี่ที่เป็นผู้มอบให้ !”
เฉินตงไม่คิดที่จะพูดให้มากความ เรื่องนี้อย่าว่าแต่มารดาของเขาที่ไม่อยากจะหวนรำลึกถึงอีก แม้กระทั่งตัวเขาซึ่งเป็นลูกและไม่ได้ประสบเหตุการณ์โดยตรง ก็ไม่เต็มใจที่จะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเท่าไหร่นัก
ตา ?