ตอนที่ 182
บทที่ 182 แผนการของเฉินตง
October 28, 2026
เมื่อเห็นท่าทีของกู้ชิงหยิ่งที่อยู่ตรงหน้า เฉินตงก็รู้สึกเก้อเขิน
เขาคิดว่าเขาและกู้ชิงหยิ่งต่างฝ่ายต่างก็ยินยอมพร้อมใจแล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาคิดไปเองฝ่ายเดียว ทำให้เข้าใจผิด
เฉินตงเกาหัวอย่างเก้อเขิน : “เสี่ยวหยิ่ง ขอโทษด้วย ผมเข้าใจผิดเอง ผมขอตัวกลับก่อน”
“เฉินตง !”
จู่ๆ กู้ชิงหยิ่งก็ดึงมือของเฉินตงเอาไว้ จากนั้นจึงยืนขึ้นแล้วพูดอย่างจริงจังว่า : “ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า ฉันก็เป็นคนของคุณ แต่ฉันเพียงแค่หวังว่า อยากจะเก็บครั้งที่ดีที่สุดไว้คืนวันแต่งงาน”
“ผมเคารพในการตัดสินใจของคุณ” เฉินตงพยักหน้าอย่างจริงจัง แต่แววตาดูผิดหวังเล็กน้อย
ตอนนี้ เขารู้สึกสับสนจริงๆ
ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่ากู้ชิงหยิ่งทำอะไรผิด
เพียงแต่รู้สึกว่าการกระทำของเขาเมื่อครู่ ช่างน่าละอายจริงๆ
ทันทีที่พูดจบ
จู่ๆ กู้ชิงหยิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็เขย่งเท้าขึ้น จากนั้นจึงใช้ริมฝีปากสีแดงระเรื่องของเธอ จูบเบาๆ ลงบนริมฝีปากของเฉินตง
เฉินตงผงะไปทันที
“ขอบคุณนะคะ” กู้ชิงหยิ่งยิ้มอย่างอ่อนโยน จากนั้นจึงปล่อยเฉินตง แล้วบิดขี้เกียจ ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จากนั้นจึงยิ้มแล้วพูดว่า : “เอาล่ะ คุณรีบกลับบ้านเถอะค่ะ กลับไปพักผ่อนให้สบาย ช่วงก่อนหน้านี้คุณเหนื่อยมามากแล้ว”
เฉินตงที่ยืนอึ้งอยู่ ค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบริมฝีปาก
เมื่อครู่ เขารู้สึกราวกับฝันไปจริงๆ
ไออุ่นและกลิ่นหอมจางๆ ที่ประทับอยู่ที่หลงเหลืออยู่ที่มุมปาก ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
เขาเผยรอยยิ้มออกมา : “ครับ คุณก็รีบพักผ่อนนะ”
ระหว่างทางกลับบ้าน เฉินตงยกมือขึ้นแตะริมฝีปากเป็นครั้งคราว จากนั้นจึงยิ้มเล็กน้อยออกมา
นี่ถือเป็นความสุขที่คาดไม่ถึงที่เกิดขึ้นในคืนนี้หรือไม่ ?
ถึงแม้จะไม่ได้กระชับความสัมพันธ์กับกู้ชิงหยิ่งให้แน่นแฟ้นไปอีกขั้น แต่เขากลับไม่รู้สึกผิดหวัง
แต่กลับรู้สึกว่าตนเองไม่ให้เกียรติกู้ชิงหยิ่งเท่าที่ควร
กู้ชิงหยิ่งรอเขามากว่าสามปี แล้วทำไมตัวเขาเองจะทนรอกู้ชิงหยิ่งอีกสักหน่อยไม่ได้ ?
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ควรจะต้องเก็บเอาไว้ใช้ในเวลาที่มีค่ามากที่สุด นี่ถึงจะงดงามและสมบูรณ์แบบ
เฉินตงลูบจมูกแล้วพึมพำออกมาว่า : “ถึงเวลาที่จะต้องวางแผนเรื่องการแต่งงานแล้ว”
......
สัปดาห์ต่อมา
เฉินตงเริ่มง่วนอยู่กับการทำงานอีกครั้ง
ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ตึกใหญ่ทั้งสี่แห่งสามารถขายออกจนหมด ไท่ติ่งเองก็กำลังเตรียมการเปิดขายล่วงหน้าในครั้งต่อไป
ส่วนเฉินตงเองก็มีความคิดที่จะริเริ่มโครงการอื่นๆ ถึงขั้นที่ว่าคิดจะก้าวข้ามไปสู่ธุรกิจในสายอื่นๆ
หลังจากได้เงินทุนคืนมาแล้ว จะต้องนำมาสร้างรายได้เพิ่มเติม จึงจะมีเงินทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
แต่หากจะอาศัยเพียงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่ง คงยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เฉินตงสามารถส่งกระดาษคำตอบที่ไร้ข้อผิดพลาดและมีเพียงหนึ่งเดียวให้แก่ตระกูลเฉินได้ !
เฉินเทียนเซิง เฉินเทียนหย่าง ล้วนแล้วแต่เป็นหัวกะทิของตระกูลเฉิน ได้รับการศึกษาที่อยู่ในระบบที่ยอดเยี่ยมของตระกูลเฉินมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของความรู้หรือทางด้านของเส้นสาย ล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับสูงทั้งสิ้น
เรื่องที่เป็นเรื่องที่เฉินตงไม่อาจปฏิเสธได้
สิ่งที่เขาสามารถทำได้คือ พยายามอย่างสุดกำลังที่จะไล่ตามให้ทัน และแซงหน้าในที่สุด !
ช่วงเย็นหลังเลิกงาน
บนระเบียงชั้นบนภายในบ้าน
“คุณชาย คุณตัดสินใจจะก้าวเข้าสู่ธุรกิจทางด้านการเงินจริงๆ หรือครับ ?”
ท่านหลงมองดูเฉินตงที่นอนตากลมเย็นอยู่บนเก้าอี้ด้วยความประหลาดใจ
“ฉันอยากที่จะทำความเร็วแซงหน้าพวกหัวกะทิของตระกูลเฉินพวกนั้น ถ้าอาศัยแค่ไท่ติ่งเพียงอย่างเดียว เห็นทีจะช้าเกินไป”
เฉินตงวางมือทั้งสองข้างประสานไว้ด้านหลังศีรษะของเขา
ตอนนี้ในเมืองนี้ ไท่ติ่งถือเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าไปแล้ว
เทียบชั้นได้กับบริษัทของโจวเย่นชิวและโจวจุนหลง
ขอแค่การพัฒนาภาคตะวันตกของเมืองแล้วเสร็จ การจะก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ถึงแม้ว่านั้น ก็แค่ใช้วิธีพัฒนาที่ดิน มาดำเนินการซ้ำเช่นนี้ต่อไป
พูดง่ายๆ ว่า ตอนนี้เรือใหญ่อย่างไท่ติ่งเป็นรูปเป็นร่างแล้ว การจะทำให้แล่นต่อไปด้านหน้านั้นไม่ใช่เรื่องยาก
แต่เฉินตงกลับยังไม่รู้สึกพึงพอใจเรือลำนี้
ท่านหลงขมวดคิ้วเหมือนกำลังใช้ความคิด จากนั้นตึงพูดออกมาอย่างเคร่งขรึมว่า : “คุณชาย กระผมคิดว่า เงินทุนที่มีอยู่ในมือของพวกเราตอนนี้ การก้าวเข้าสู่แวดวงการเงินในเวลานี้ อาจยังมีความเสี่ยงอยู่”