ตอนที่ 209
บทที่ 209 ตระกูลโจวแห่งซีสู่
October 28, 2026
คำพูดเพียงประโยคเดียว แต่กลับทำให้บรรยากาศภายในห้องพักผู้ป่วยหนาวเหน็บราวกับอยู่ในถ้ำน้ำแข็งใต้ดิน
พวกของเฉินตงต่างตกตะลึง
ตระกูลตระกูลหนึ่ง ต้องผ่านความพยายามอย่างหนักของคนหลายชั่วอายุคนถึงจะสามารถประสบความสำเร็จขึ้นมาได้
ไม่เพียงแค่เรื่องของทรัพย์สินเท่านั้น แม้กระทั่งฐานะรวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ต่างสร้างมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของคนหลายชั่วอายุ
และการที่ทำให้คนตระกูลหนึ่งกลายเป็นแพะรับบาปได้นั้น ทำกับเป็นการทำลายความพยายามที่มีมาทั้งหมดของคนกี่ชั่วอายุกัน ผู้บงการคนนี้ จะต้องเป็นคนที่น่ากลัวขนาดไหน ?
อย่างน้อย กู้ชิงหยิ่งก็รู้สึกตกใจจนกระทั่งต้องยกมือขึ้นมาป้องปาก
“เฮ้อ......”
เฉินตงถอนหายใจ เขาหยิบข้อมูลขึ้นมาอ่านอีกครั้ง
“ตระกูลโจวแห่งซีสู่ ?”
ข้อมูลเขียนไว้ชัดเจนว่า ตระกูลโจวเป็นเพียงแค่ตระกูลเล็กๆ ภายในซีสู่เท่านั้น
หากเทียบกับตระกูลหลี่ ตระกูลฉู่ และตระกูลจางแล้วนั้น หรือแม้กระทั่งนำมาเปรียบเทียบกับโจวเย่นชิว ก็เป็นเพียงมดตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น
อาศัยอยู่ในพื้นที่เล็กๆ เป็นเหมือนผู้มีอิทธิพลประจำท้องถิ่นก็เท่านั้น
ทรัพย์สินโดยรวมของทั้งตระกูล ก็มีไม่เกินสามร้อยล้าน
แล้วมีคุณสมบัติอะไรที่จะมาเป็นผู้บงการ ?
อย่าว่าแต่เรื่องที่ไม่มีความแค้นต่อกันเลย ต่อให้มีความแค้นจริง ตระกูลโจวก็ไม่มีทางที่จะมีความกล้าขนาดนี้ !
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีทางรอดพ้นจากการร่วมมือกันสืบหาอย่างพลิกแผ่นดินมาได้ถึงสามวันขนาดนี้
“น่าขำสิ้นดี !”
เฉินตงปิดข้อมูลกลับไปเหมือนเดิม แล้วโยนลงถังขยะ
โจวเย่นชิวหันมองถังขยะหนึ่งครั้ง แล้วพูดออกมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก : “แต่การร่วมมือกันสืบหาขนาดนี้......”
“สืบออกมาเหมือนกันขนาดนี้ ถึงได้เรียกว่ามีลับลมคมในอย่างไรล่ะ”
ท่านหลงพูดตัดบทโจวเย่นชิว : “ถ้าหากมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ก็ยังพอจะมีความเป็นไปได้ แต่นี่เหมือนกันทุกตัวอักษรขนาดนี้ แล้วมันไม่เหมือนกับการลอกข้อสอบหรืออย่างไร ?”
โจวเย่นชิวผงะไป เขายืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก
“ผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังคนนี้ก็น่าขำ ภายในเวลาสามวัน กลับหาแพะรับบาปออกมาได้ เขาทำอย่างไรกันแน่ ตระกูลโจวถึงยินดีที่จะยอมตายแทนเช่นนี้ ?”
เฉินตงรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
ตระกูลตระกูลหนึ่งต้องใช้ความพยายามของคนหลายชั่วอายุ แต่สุดท้ายกลับยอมเป็นแพะรับบาป ถึงขั้นที่ตระกูลอาจต้องจบสิ้นลง
ความเสียสละเช่นนี้ จะยอมเต็มใจทำเพียงเพราะถูกบีบบังคับได้เช่นนั้นหรือ ?
แน่นอนว่าไม่มีทาง
“คุณชาย ตอนนี้จะทำอย่างไรต่อดีครับ ?”
เฉินตงยักไหล่ จากนั้นจึงยิ้มออกมาอย่างจนใจ : “พ่อว่าอย่างไร ก็จัดการอย่างนั้นเถอะ”
“เข้าใจแล้วครับ”
ท่านหลงหันหลังเดินกลับออกไป
โจวเย่นชิวลังเลอยู่สักครู่แล้วจึงเดินตามออกไป
ภายในห้องพักผู้ป่วย บรรยากาศเงียบสงัด
รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินตงจางหายไป เหลืออยู่เพียงแค่ความเย็นชาและความหดหู่
คนที่สามารถควบคุมตระกูลตระกูลหนึ่งให้เป็นแพะรับบาปแทนตนได้นั้น ช่างน่าสนใจจริงๆ
จิ้งจอกที่สามารถซ่อนหางเอาไว้ได้หนึ่งครั้ง จะสามารถซ่อนเอาไว้ตลอดไปได้หรือไม่ ?
“เฉินตง......”
กู้ชิงหยิ่งเอ่ยปากพูด
เฉินตงโบกมือ : “เสี่ยวหยิ่ง เอาข้อมูลมาให้ผม ผมอยากจะอ่านดูอีกสักหน่อย”
หลังจากได้รับข้อมูลมาแล้ว เฉินตงก็ถ่ายรูปหน้าแรกเอาไว้ จากนั้นจึงส่งไปให้ฉินเย่
“คุณเป็นคนซีสู่ รู้จักตระกูลโจวนี่แค่ไหนกัน ?”
“ผมจะไปคุยกับคุณที่โรงพยาบาล” ฉินเย่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
......
หมู่ตึกยู่ฉวน
ภายในเทียนเก๋อ
ฉู่เจียนเจีย คุณท่านใหญ่ตระกูลจางและจางหยู่หลันนั่งมองหน้ากัน
หาข้อมูลออกมาได้เหมือนกันในเวลาเดียวกัน
ด้วยประสบการณ์ของคุณท่านใหญ่ตระกูลจางแล้ว ทำไมถึงไม่สามารถสังเกตเห็นว่ามีลับลมคมในได้ ?
“หน่วยข่าวกรองผิด !” ฉู่เจียนเจียกล่าว
คุณท่านใหญ่ตระกูลจางพยักหน้า ตอนนี้เขาเองก็พูดโดยไม่ได้คำนึงถึงความสงสัยก่อนหน้านี้ : “ผลของหน่วยข่าวกรองหลักออกมาเหมือนกันขนาดนี้ ดูอย่างไรก็เหมือนกับผู้บงการตั้งใจที่จะเปิดคำเฉลยให้พวกเราดูอย่างไรอย่างนั้น”
“อีกทั้งตระกูลโจวแห่งซีสู่นั้น ก็ไม่มีแรงจูงใจในการลงมือ ยิ่งไปกว่านั้นคงไม่มีความกล้าขนาดนั้นด้วย” ฉู่เจียนเจียกล่าว
“แล้วถ้าเป็นพวกเขาจริงๆ ล่ะ ?” จู่ๆ จางหยู่หลันก็เอ่ยถามขึ้นมา
ฉู่เจียนเจียขมวดคิ้วแน่นแล้วหันมองจางหยู่หลันด้วยสายตาเย็นชา : “หน้าอกใหญ่แต่ไม่มีสมอง”
“แก......” จางหยู่หลันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“หยู่หลัน หุบปาก !”
คุณท่านใหญ่ตระกูลจางห้ามปรามจางหยู่หลันไว้
จากนั้น เขาก็ยิ้มออกมาอย่างเบิกบาน : “แต่ว่า ในเมื่อได้คำตอบออกมาแล้ว เราทั้งสองตระกูลก็คงจะกลับเมืองหลวงได้เสียที”