ตอนที่ 211
บทที่ 211 ร่วมธุรกิจเพียงอย่างเดียว
October 28, 2026
ตุ๊บ !
ฉู่เจียนเจียกำหมัดแน่น จากนั้นจึงต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของเฉินตง
เฉินตงตัวเอียง แล้วส่งเสียงร้องดัง “โอ๊ย” ออกมา
เขารู้สึกว่าหัวของเขาสั่นในทันที จนแทบจะหมดสติ
“แบบนี้แหละค่ะ”
ฉู่เจียนเจียกลับไปนั่งที่เก้าอี้ : “แต่ว่าวันนั้น ฉันต่อยคุณจนสลบ แต่ครั้งนี้ฉันออมแรงเอาไว้”
เฉินตงลูบใบหน้าที่ถูกต่อยของเขา จากนั้นจึงมองไปที่ฉู่เจียนเจียอย่างขมขื่น : “คุณแค่พูดก็พอแล้วนี่ ทำไมจะต้องต่อยผมอีกครั้งด้วย ?”
ฉู่เจียนเจียทำท่าทีเย็นชา : “ถ้าคืนนั้นไม่ใช่เพราะมีตอบโต้ได้ทันเวลา ต่อยคุณให้สลบไปเสียก่อน คุณคงจะได้ทำอะไรเกินเลยแล้วจริงๆ”
“ฉันมาหาคุณเพื่อที่จะเจรจาธุรกิจ ตั้งแต่เล็กจนโตไม่มีใครกล้าทำกับฉันแบบนี้ ตอนนี้ร่างกายของคุณฟื้นฟูแล้ว จะไม่ยอมให้ฉันต่อยเพื่อระบายอารมณ์หน่อยหรือ ?”
เฉินตง : “......”
มันก็จริง จู่ๆ ก็รู้สึกว่าฟังดูมีเหตุผลขึ้นมา
แต่เขาเองก็ได้รู้จักฉู่เจียนเจียในมุมมองใหม่
ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่เย็นชาเท่านั้น แต่เธอยังเป็นคนที่มีอารมณ์แข็งแกร่งอีกด้วย
เขารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก
ถึงแม้ใบหน้าของเขาจะรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย แต่เฉินตงกลับรู้สึกโล่งใจ
ยังดีที่ไม่ได้ทำเรื่องอะไรเกินเลย
มิเช่นนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าตนเองจะไปสู้หน้ากับกู้ชิงหยิ่งได้อย่างไร
“คุณเรียกฉันมา เพื่อถามแค่นี้หรือ ?”
ฉู่เจียนเจียเลิกคิ้วถาม มือทั้งสองข้างกอดอก
เฉินตงพยักหน้า
“คนบ้า !”
เมื่อเห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของฉู่เจียนเจีย เฉินตงก็รีบหลบสายตาทันที
เรื่องที่เขาต้องการแน่ใจมากที่สุด ตอนนี้เขาแน่ใจแล้ว ไม่ว่าฉู่เจียนเจียจะมองเขาอย่างไร เขาก็ไม่ได้สนใจ
สักพัก เฉินตงจึงเอ่ยถามขึ้นว่า : “จริงสิ คุณบอกว่าต้องการเจรจาธุรกิจ มันคือธุรกิจอะไรกันแน่ ?”
ในที่สุดก็เข้าเรื่องเสียที !
ฉู่เจียนเจียรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
คำถามของเฉินตงทำให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาได้อีกครั้ง
ครั้งนี้เธอเป็นตัวแทนของตระกูลฉู่เดินทางมาหาเฉินตง จริงๆ แล้วมีจุดประสงค์เช่นเดียวกับตระกูลจาง คือต้องการกระชับความสัมพันธ์กับเฉินตงและผูกมิตร
ตำแหน่งผู้สืบทอดมรดกของเฉินตงนั้นสำคัญมากจริงๆ
ถึงแม้ผู้สืบทอดมรดกของตระกูลเฉินจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้โอกาสที่เฉินตงจะได้เป็นเจ้าบ้านในอนาคตนั้นมีอยู่น้อยมาก
แต่สำหรับฉู่เจียนเจียแล้ว ก็ถือว่ายังคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงดู !
ฐานะและความมั่นคงแข็งแกร่งของตระกูลจางและตระกูลฉู่ในเมืองหลวงนั้น ยังไม่ถือว่าอยู่ในระดับสูงสุด อีกทั้งกว่าที่จะพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ได้ จะต้องอาศัยความพยายามของตนเองเป็นหลัก จึงเป็นการยากที่จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว
ถ้าหากเธอพนันข้างเฉินตงแล้วเขาเป็นฝ่ายชนะ เพียงแค่อาศัยพึ่งใบบุญของมังกรเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลของเธอขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเมืองหลวงได้จริงๆ
ความแตกต่างในการผูกมิตรกับเฉินตงของตระกูลจางและตระกูลฉู่ก็คือ ฉู่เจียนเจียคิดที่จะอาศัยเรื่องการเจรจาธุรกิจในการผูกมิตร ส่วนจางหยู่หลันนั้น กลับคิดที่จะใช่ร่างกายของตัวเองเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนในการผูกมิตร
อีกทั้งตอนนี้ เฉินตงก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามด้วยตนเอง
ทำให้ฉู่เจียนเจียแน่ใจได้ในทันทีว่า เฉินตงได้ตัดสินใจเลือกระหว่างสองตระกูลแล้ว
ในเมื่อมีเรื่องธุรกิจให้เจรจา ก็จะสามารถใกล้ชิดกับเฉินตงได้มากขึ้น ส่วนที่เหลือก็คงต้องอาศัยเวลาเป็นตัวช่วย
ใบหน้าเย็นชาของฉู่เจียนเจีย ปรากฏรอยยิ้มอันอบอุ่นออกมา : “ไม่ทราบว่าคุณเฉินสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในธุรกิจด้านสื่อบันเทิงบ้างหรือไม่ ?”
“ก็น่าสนใจนะ”
เฉินตงพยักหน้าแล้วตอบว่า : “ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ?”
การตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ฉู่เจียนเจียรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เดิมทีเธอเตรียมตัวมามากมาย แต่เมื่อเฉินตงพูดอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ทำให้สิ่งที่เธอเตรียมตัวมานั้นสูญเปล่า
“เอ่อ คุณเฉินคะ คุณจะไม่ฟังรายละเอียดหน่อยหรือ ?” ฉู่เจียนเจียถามออกมาอย่างรู้สึกสูญเสียความมั่นใจเล็กน้อย
เฉินตงส่ายหัว แล้วยิ้มเล็กน้อย : “คุณกล้ารับมีดแทนผมขนาดนี้ แค่น้ำใจในครั้งนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ผมยอมร่วมลงทุนกับคุณได้แล้ว แค่คุณเป็นคนจัดการ ผมก็วางใจ ไม่ต้องถามอะไรมากอีก”
เฉินตงรู้ถึงจุดประสงค์ในการมาของตระกูลจางและตระกูลฉู่ดี
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับตระกูลจางแล้ว วิธีการที่ตระกูลฉู่ใช้ ทำให้เขารู้สึกสบายใจมากกว่า
แต่สิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจร่วมลงทุนก็คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเทียนเก๋อคืนนั้น ฉู่เจียนเจียพาเขารอดพ้นจากความตายมาได้ รวมไปถึงยังรับมีดแทนเขา
ในเมื่อรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายชัดเจนแล้ว ทำไมยังต้องถามให้มากความอีก ?
เปลือกนอกดูเหมือนใช้เงินลงทุนเพื่อทำธุรกิจร่วมกัน แต่หากมองให้ลึกลงไปก็คือ ต้องการใช้โอกาสในการทำธุรกิจครั้งนี้ กระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ฉู่เจียนเจียรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก