ตอนที่ 227
บทที่ 227 เต้นรำ ? !
October 28, 2026
เปรี้ยง !
ราวกับมีฟ้าผ่าตอนกลางวันแสกๆ
ร่างกายของเฉินตงแข็งทื่อในทันที
ความโกรธและความเคียดแค้นก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับเกลียวคลื่นขนาดมหึมา
เฉินตงจ้องตาเขม็งเหมือนลูกตาจะถลนออกมา ท่าทางของเขาในตอนนี้ราวกับสัตว์ร้าย เข้าพยายามต่อสู้ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
ต้องหนีออกไปให้ได้ !
จะต้องหนีออกไปให้ได้ !
เขาไม่รู้ว่าคนที่อยู่ด้านนอกคนนั้นพูดถึงคำว่ารับช่วงต่อหมายความว่าอย่างไร จะใช้วิธีการเช่นไรกันแน่ แต่ว่า “รับช่วงต่อชีวิตของเขา” เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจที่จะจินตนาการได้เลย
ความกลัวเข้าปกคลุมภายในจิตใจของเขาอย่างรวดเร็ว
ตุ๊บๆๆ......
เฉินตงพยายามออกแรงทุบ และใช้เท้าเตะกล่องอย่างสุดกำลัง
รับช่วงต่อชีวิตของเขา ทำให้เขารับรู้ได้ทันทีว่าจะมีคนอีกคนหนึ่งเข้ามาใช้ชีวิตแทนที่เขาอย่างสมบูรณ์ ดำเนินชีวิตในเส้นทางของเขา รับช่วงต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขา รวมไปถึงแม่และกู้ชิงหยิ่งด้วย !
สิ่งนี้ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่า ตัวเขาเองจะต้องหายไปตลอดกาล !
เมื่อคิดถึงแม่ คิดถึงกู้ชิงหยิ่ง เฉินตงก็มีท่าทีเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังบ้าคลั่งและกระหายเลือด
การมีคนเข้ามาแทนที่เช่นนี้ เขาไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน !
จากนั้น
เป็นเพราะการต่อสู้ดิ้นรนของเขา ทำให้หัวของเขากระแทกจนเลือดไหลออกมา
กล่องถูกคนมัดเอาไว้กับที่เรียบร้อยแล้ว เป็นการมัดที่แน่นหนาจนกล่องไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย
“ไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่มีวันปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ !”
เฉินตงบ่นพึมพำ ผ้าพันแผลที่พันอยู่บนศีรษะเปียกชุ่มไปด้วยเลือดอีกครั้ง ทำให้มีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งออกมา
เขาพยายามทุบกล่องไม้อย่างสุดกำลัง : “ฉันจะกลับไป เสี่ยวหยิ่งยังรอถ่ายภาพแต่งงานกับฉันอยู่ แม่ยังรอฉันกลับบ้านอยู่ จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้ ต่อให้ต้องตาย ฉันก็จะต้องหาทางกลับไปให้ได้”
ตุ๊บๆๆ......
มีเสียงดังสะท้อนไปมาอยู่ภายในกล่องไม้
ความกลัว ความไม่เต็มใจ ความโกรธแค้น ความขุ่นเคือง และอารมณ์ทุกรูปแบบประสมปนเปกันและปะทุอยู่ภายในกล่องไม้ที่ไม่ขยับเขยื้อน ความรู้สึกเหล่านี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นภายในจิตใจของเฉินตง
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดตอนนี้ก็คือ บางแผลบนศีรษะของเขาเลือดไหลออกมาอีกครั้ง เนื่องจากแรงกระแทกอย่างรุนแรงเมื่อครู่
ทันใดนั้นก็เกิดอาการวิงเวียนศีรษะขึ้นอย่างรุนแรง
ในที่สุด เฉินตงก็ไม่อาจทนฝืนได้อีกต่อไป
และหมดสติไปอีกครั้ง......
......
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อฟ้าสว่าง
ประตูห้องของกู้ชิงหยิ่งมีเสียงเคาะดังขึ้น
เป็นเฉินตง
“เสี่ยวหยิ่ง เตรียมตัวเร็วเข้า วันนี้พวกเราจะถ่ายภาพแต่งงานกันแล้ว” เฉินตงยิ้มพลางพูดออกมา
“จะอยู่ถ่ายภาพแต่งงานที่นี่ต่ออีกหรือคะ ?”
กู้ชิงหยิ่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เมื่อคืนเพิ่งจะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้นขึ้น เฉินตงเพิ่งจะรอดพ้นจากความตายมาได้ ตระกูลฉินยังคงแอบจับตาดูอยู่ห่างๆ
เธอเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับเรียบร้อยแล้ว แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเฉินตงจะตัดสินใจเช่นนี้
“เรื่องเล็กน่า ตอนนี้แผนการของตระกูลฉินถูกเปิดเผยแล้ว ผมเองก็หนีกลับมาได้แล้ว มีคนของสำนักงานตระกูลเฉินคอยแอบคุมกันอยู่ ตระกูลฉินคงไม่กล้าลงมือผลีผลามอย่างแน่นอน”
เฉินตงเดาความคิดของกู้ชิงหยิ่งออก จึงพูดปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน : “จุดประสงค์ที่เรามาไห่ย่าก็เพื่อถ่ายภาพแต่งงาน จะให้คนพวกนั้นมาทำลายแผนการที่เราวางเอาไว้ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายหรอกหรือ ?”
กู้ชิงหยิ่งขมวดคิ้วแล้วถามว่า : “แล้วคุนหลุนกับกูหลังมีความเห็นว่อย่างไรคะ ?”
เธอเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เฉินตงพูดมานั้นผิด
และไม่ใช่ปัญหาเรื่องความปลอดภัย เธอเองก็ไม่เต็มใจที่จะเดินทางกลับนัก
แต่เมื่อพูดถึงเรื่องความปลอดภัยของตัวบุคคลแล้ว สิ่งนี้ถามความเห็นจากคุนหลุนและกูหลังน่าจะเป็นการดีที่สุด
เรื่องพวกนี้ พวกเขาทั้งสองคนจึงจะถือว่าเป็นมืออาชีพ
“ยังไม่ได้ถามเลย” เฉินตงยักไหล่
สิบนาทีผ่านไป
เมื่อคุนหลุนและกูหลังตามมาที่ห้องพักของกู้ชิงหยิ่ง และได้รู้แผนการที่เฉินตงวางไว้แล้วนั้น
ปฏิกิริยาของทั้งสองคนก็ไม่ต่างกับกู้ชิงหยิ่ง
“คุณชาย ตอนนี้ไห่ย่าไม่ปลอดภัยนัก ต่อให้คนของสำนักงานตระกูลเฉินจะคอยแอบคุ้มกันอยู่ก็ตาม แต่ผมรู้สึกว่าพวกเราควรจะเดินทางกลับเดี๋ยวนี้ เพื่อความปลอดภัย”
คุนหลุนขมวดคิ้วและกล่าวเตือน
ตระกูลฉินเตรียมการมาเป็นอย่างดี เมื่อคืนเฉินตงสามารถหนีเอาตัวรอดจากความตายมาได้ สำหรับเขาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดแล้ว
กันไว้ดีกว่าแก้ ต่อให้มีคนของสำนักงานตระกูลเฉินคอยคุ้มกันอยู่ ก็ไม่แน่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์
ตระกูลฉินได้หมายหัวเฉินตงเอาไว้แล้ว