ตอนที่ 268
บทที่ 268 จิตใจอันชั่วร้ายของฉินเย่
October 28, 2026
คืนที่งดงามที่สุด ?
เฉินตงอึ้งไป จากนั้นเมื่อเขาตั้งสติกลับมาได้ หัวใจเขาก็เต้นระส่ำทันที
“มัวแต่อึ้งอยู่ทำไม ?”
กู้ชิงหยิ่งเลิกคิ้ว เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่เย้ายวน
ความงามอันน่าทึ่งเช่นนี้ เพียงแค่รอยยิ้ม ก็สามารถโปรยเสน่ห์ที่ยากเกินข้ามใจได้แล้ว
เพียงแต่แววตานี้ ทำให้เฉินตงรู้สึกประหลาดใจ
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า แววตาของกู้ชิงหยิ่งจะ “มีเสน่ห์เกินต้านทาน” เช่นนี้
เฉินตงสูดหายใจเข้าเต็มปอด แล้วลุกขึ้น เดินตรงไปยังห้องน้ำ
หลังจากการอาบน้ำอย่างพิถีพิถันแล้ว เขาก็ห่อผ้าขนหนูเดินออกมาจากห้องน้ำ
บรรยากาศภายในห้องมืดลง กู้ชิงหยิ่งเป็นคนปิดไฟ
เหลือเพียงแค่โคมไฟตรงหัวเตียงดวงเดียวเท่านั้น ที่ยังคงส่องแสงสลัวๆ
ส่วนกู้ชิงหยิ่ง เข้าไปนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเรียบร้อยแล้ว ผ้าขนหนูผืนเมื่อครู่วางทิ้งอยู่บนพื้น เธอนอนวูบตัวอยู่ในผ้าห่ม และดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงจมูก
แล้วหันมองเฉินตงด้วยท่าทีเขินอายไม่หยุด
เพียงแค่สายตาที่ส่งมา ก็แทนคำพูดได้เป็นหมื่นคำ
เฉินตงแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่ม ตอนนี้กู้ชิงหยิ่งเหมือนลูกแมวน้อยๆ เธอซุกตัวเข้ามาในอ้อมกอดของเขา
“ฉันเคยบอกแล้วว่า จะเก็บครั้งนี้ไว้ในคืนที่งดงามที่สุด !” ริมฝีปากแดงระเรื่อ กระซิบเบาๆ ที่หูของเฉินตง “คืนนี้ขอให้สามีโปรดอ่อนโยนกับฉันด้วย”
เฉินตงยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เขายกมือขึ้นมาปิดไฟ
ความรู้สึกทั้งหมด ถูกปลดปล่อยออกมาภายใต้ความมืด
การรอคอยมาสามปี ความรู้สึกที่ยาวนาน
ความรักทั้งหมดที่มี ถูกระบายออกมาทั้งหมดภายใต้ความมืด
......
ทั้งคืนไม่มีการพูดคุยอะไรกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่แสงอาทิตย์ลอดผ่านช่องผ้าม่านเข้าไปในห้อง
เฉินตงกับกู้ชิงหยิ่งก็ค่อยๆ ตื่นจากความฝัน
หลับอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ทั้งสองลืมตาขึ้น ก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองตนเองอยู่
เวลาหนึ่งคืน ทำให้ทั้งสองรู้สึกอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก บนใบหน้าของกู้ชิงหยิ่งยังคงเป็นสีแดงระเรื่ออยู่
“ตื่นเช้าขนาดนี้เลยหรือ ?”
เฉินตงเลิกคิ้วแล้วยิ้ม
“ตื่นมาเพราะความเจ็บ” กู้ชิงหยิ่งขมวดคิ้ว
เฉินตงผงะไป เมื่อตั้งสติได้ เขาก็หัวเราะออกมา
กู้ชิงหยิ่งรีบยกมือขึ้นมาปิดปากเฉินตงที่มีท่าทีตกใจเหมือนลูกแมวเอาไว้ : “คนบ้า คุณยังจะหัวเราะอีกหรือ ?”
“ทำไมจะหัวเราะไม่ได้ ? คุณเป็นภรรยาของผมนะ” เฉินตงลูบดั้งจมูกของกู้ชิงหยิ่งเบาๆ
ทั้งสองมองห้ากันและกันโดยไม่พูดอะไร
พักใหญ่
กู้ชิงหยิ่งจึงค่อยๆ เอ่ยปากพูดขึ้น : “คุณตัดสินใจจะไปที่ตระกูลฉินจริงๆ หรือ ?”
“ใช่” เฉินตงตอบออกมาอย่างสงบ
“รอให้ผ่านไปสักพักก่อนได้ไหม ?” กู้ชิงหยิ่งถาม “ในบ้านเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นเช่นนี้ ฉันอยากให้เรื่องทุกอย่างสงบสักพัก ไม่อยากให้คุณต้องเข้าไปเสี่ยงอันตรายอีก”
“ไม่เป็นไรหรอก พ่อผมอยู่ สำหรับตระกูลเฉินแล้ว ตระกูลฉินไม่อยู่ในสายตาเสียด้วยซ้ำ” เฉินตงยิ้มออกมาเล็กน้อย
“แต่ยังไงฉันก็รู้สึกว่าทำเช่นนี้มันอันตรายอยู่ดี ตระกูลฉินยิ่งใหญ่ขนาดนี้ หากตระกูลเฉินคิดจะจัดการพวกเขาก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก”กู้ชิงหยิ่งพูดว่า “อีกทั้ง คุณยังเรียกฉินเย่ไปด้วยอีก เขาเองก็เคยเป็นคนตระกูลฉิน คุณทำเช่นนี้ เคยคำนึงถึงความรู้สึกของเขาบ้างไหม ?”
เฉินตงยิ้มออกมาอย่างเบิกบาน : “ยัยโง่ เพราะผมคิดถึงความรู้สึกของฉินเย่อย่างไรล่ะ ผมถึงได้เรียกเขาไปด้วย”
คำพูดนี้ ทำให้กู้ชิงหยิ่งรู้สึกงุนงง
ให้ฉินเย่......มองดูตระกูลฉินถูกฆ่าล้างตระกูล แบบนี้เรียกว่าคิดถึงความรู้สึกของฉินเย่หรือ ?
“สิ่งที่ฉินเย่ต้องเผชิญในตระกูลฉิน น่าเวทนายิ่งกว่าที่พวกเราคิดเสียอีก”
จู่ๆ แววตาของเฉินตงก็ลึกซึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม : “เพื่อที่จะดึงผมออกมาจากขุมนรก เขาไม่เพียงแต่ยอมเปิดบาดแผลออก ถึงขั้นโรยเกลือลงบนแผลอีกด้วย”