ตอนที่ 290
บทที่ 290 เดรัจฉานสวมเสื้อผ้า สามีฉันจะช่วยคุณเอง
October 28, 2026
เกิดความเงียบขึ้นในห้องนั่งเล่น
บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ทุกคนต่างรู้สึกอับจนหนทาง สิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
เฉินตงรู้สึกหดหู่ใจมากกว่าที่เคย เหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำตาย กระทั่งจะไขว่คว้าหาจับฟางช่วยชีวิตสักเส้นรอบกายก็ยังไม่มีแม้เพียงครึ่งเส้น
ดาบที่ทรงพลังยิ่งใหญ่ขนาดผลักภูเขาพลิกทะเลได้เล่มนี้ มันชี้ตรงมาที่ลำคอของเขาแล้ว
และทั้งที่เป็นอย่างนั้น กลับไม่มีที่ไหนให้เขาหลบหลีกต่อต้าน ทำได้เพียงแค่ต้องยื่นคอเปล่า ๆ ไปรับดาบที่จ่อมา
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เฉินตงที่สิ้นหวังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ดวงตาของเขาพลันสว่างวาบขึ้นมาทันใด
เป็นคุณพ่อนั่นเอง!
บางที.....อาจจะยังพอมีทางรอด!
เฉินตงรีบกดรับสาย
ที่ปลายสาย เสียงทื่อ ๆ ด้าน ๆ ราวแม่เหล็กของเฉินเต้าหลินแผ่วต่ำจมดิ่งอย่างมาก: "พ่อรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แต่เฒ่าหนังเหนียวตายยากนั่นคอยปกป้องเฉินหยู่เฟยอยู่ พ่อไม่สามารถใช้พลังของตระกูลเฉิน ไปบังคับความคิดเห็นของสาธารณชนบนโลกโซเชียลได้ ลูกคิดว่าจะทำยังไงล่ะ? พ่อจะพยายามช่วยลูกอย่างสุดความสามารถเอง"
คำถามสุดท้ายนั่น ทำให้เฉินตงต้องหัวเราะออกมาเลยทีเดียว
มีเพียงรอยยิ้มที่ขมขื่นปรากฏบนใบหน้าเขาซ้ำ ๆ ไปมาไม่รู้จบ
แม้แต่คุณพ่อก็ยังต้องถามเลยว่า ฉันพอจะมีหนทางอะไรบ้างไหม ? เห็นได้ชัดว่า สถานการณ์ตอนนี้ มันเกินจะควบคุมได้แล้วจริงๆ
หากเป็นเวลาปกติ ความคิดเห็นในโลกโซเชียลทำนองนี้ ไม่ใช่อะไรนอกจากพายุลูกเล็ก ๆ ที่หมุนวนอยู่ตรงหน้าพวกตระกูลระดับมหาเศรษฐีก็เท่านั้น
ในตอนที่ความคิดเห็นของสาธารณชนเพิ่งจะปรากฏบนโซเชียล ขอแค่ตระกูลเฉินใช้กำลังอำนาจที่มีในมือทำการเคลื่อนไหว ความคิดเห็นของสาธารณชนในโซเชียลทั้งหมด ก็อาจหายไปได้อย่างง่ายดาย เรียกว่าสามารถปิดได้อย่างมิดชิดไม่มีเหลือ
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
ความคิดเห็นของประชาชนรุนแรงดุเดือดมาก นี่เพิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่เอง ? ทั่วทั้งโลกโซเชียลต่างก็พากันรุมประณามเขาแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินที่คอยช่วยเหลือ ทั้งยังช่วยสนับสนุนเฉินหยู่เฟยอยู่เบื้องหลังให้อีก เมื่อถูกยับยั้งหน่วงเหนี่ยวแบบนี้ จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้พลังของตระกูลเฉิน ไปขจัดความคิดเห็นของสาธารณชนได้
ตอนนี้คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินกับเฉินหยู่เฟย คงกำลังหัวเราะร่าอย่างมีชัยอยู่หน้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วล่ะมั้ง?
เฉินตงคิดในใจ
แต่แล้ว เสียงแผ่วต่ำของเฉินเต้าหลินก็กลับดังขึ้นที่ข้างหูของเขาอีกครั้ง: "ตงเอ๋อ ขอโทษด้วยนะลูก มันเป็นเพราะไร้ความสามารถของพ่อแท้ ๆ"
“พ่อครับ ไม่เป็นไรหรอก ขอผมลองคิดดูอีกสักหน่อย ฟ้าย่อมมีทางออกให้คนเราเสมอ ต้องมีวิธีแก้ไขสักวิธีแน่ครับ” เฉินตงพูดปลอบใจ
เพื่อเขาแล้วเฉินเต้าหลินกล้าจนถึงขั้นที่ว่า พร้อมจะส่งคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินไปตายได้ด้วยซ้ำ
หากมีวิธีจริง ๆ เฉินเต้าหลินคงจะลงมือทำไปตั้งนานแล้ว
กระแสคอมเม้นท์ที่ถาโถมเข้ามาอย่างล้นหลามนี้ เฉินเต้าหลินไม่มีทางหยุดยั้งมันได้ เฉินตงไม่ถือสาเรื่องนี้แม้แต่น้อย
“พวกเรามาพยายามด้วยกันเถอะ พ่อเองก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยลูกให้ได้”
เสียงของเฉินเต้าหลินสูงขึ้นเล็กน้อย: "มีพ่ออยู่ ใครมันก็ทำลายลูกไม่ได้!"
หลังจากวางสาย
ดวงตาของเฉินตงสั่นไหว บางครั้งก็สว่างเป็นประกาย บางครั้งก็สลัวมัวหม่นไร้แสง
แม้ว่าพวกท่านหลงจะไม่รู้เนื้อหาของบทสนทนาระหว่างเฉินตงกับเฉินเต้าหลิน แต่จากท่าทางการแสดงออกของเฉินตงแล้ว พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นต้องไม่ค่อยดีแน่
"คุณชายครับ"
ท่านหลงเรียกเบา ๆ
“ไม่เป็นไรหรอก มันต้องมีวิธีแน่ ดูกันไปทีละก้าว ๆ เถอะ ยังไงซะคิดให้มาก ๆ หน่อย มันคงจะมีทางออกสักทางแหละ”
เฉินตงยืดเอวบิดขี้เกียจ แสร้งทำเป็นผ่อนคลาย ตบ ๆ ที่ท้องแล้วพูดว่า “ว่าก็ว่าเถอะ ที่บ้านมีอะไรกินบ้าง ? ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย ตอนนี้หิวจนปวดกระเพาะไปหมดแล้ว”
“เดี๋ยวฉันไปทำอาหารเช้าให้พี่ตงแล้วกันนะ” เฉินเสี่ยวเชียนลุกขึ้น แล้วเดินตรงไปที่ห้องครัว
“ขอบคุณนะเสี่ยวเชียน”
เฉินตงพูดด้วยรอยยิ้ม แล้วยักไหล่ให้พวกท่านหลง “ ทุกคนอย่าขมวดคิ้วนิ่วหน้ากันสิ เรื่องนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ฉันจะต้องตายลงเดี๋ยวนี้ซะเมื่อไหร่ คุณหญิงใหญ่เฉินกับตระกูลฉินร่วมมือกันลอบฆ่าฉัน ถึงขั้นที่เคยผลักฉันไปอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังอย่างเข้าคุกเข้าตารางมาแล้วด้วยซ้ำ แต่ฉันก็ยังกลับมาได้แบบครบสามสิบสองเลยไม่ใช่รึไง?”
รอยยิ้มที่แกล้งทำเป็นผ่อนคลายสบายใจนั้น ทุกคนต่างก็มองออกทั้งหมด
แต่ตอนนี้ เฉินตงไม่มัวมาสนใจแล้วว่า การแสดงของเขาจะยอดเยี่ยมหรือไม่
เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ทั้งยิ่งไม่มีนิสัยนั่งรอความตายอยู่ในพจนานุกรมด้วย
คนเราเมื่อยังไม่ถึงที่ตาย จะอย่างไรก็ต้องหาทางรอดได้เสมอ
ก็เหมือนกับตอนที่อยู่ในคุกนั่นปะไร
ยิ่งไปกว่านั้น เขาคือคนที่อยู่ในใจกลางของวังวน ทุกคนรอบตัวเขาต่างก็เป็นห่วงเขา ทั้งยังช่วยคิดหาทางให้เขาอีก
ถ้าเขาที่เป็นคู่กรณีเกิดยอมแพ้ เตรียมตัวยืดคอรอการประหารชีวิตง่าย ๆ แล้วล่ะก็ หลังจากนี้ไปคนรอบตัวเขาจะเป็นยังไงล่ะ?
“พูดก็พูดเหอะ...สรุปแล้ว คุณกับผู้หญิงคนนั้น ได้ทำอะไรกันจริง ๆ รึเปล่า?”
จู่ ๆ ฉินเย่ก็เลิกคิ้วขึ้นสูง ถามด้วยดวงตาที่ลุกเป็นประกาย: “ ถ้าเกิดคุณทำจริง ๆ นะ คุณก็ไม่เสียเปรียบหรอก เฉินหยู่เฟยเป็นถึงซูเปอร์สตาร์เชียวนะ ด้วยรูปร่างหน้าตาระดับนั้นของเธอ ต่อให้ต้องตายภายใต้ต้นดอกโบตั๋น เป็นผีก็คุ้มค่าอยู่นา”
"ไสหัวไปให้พ้น!"
จู่ ๆ เฉินตงก็ยิ้มไม่ออกซะแล้ว ทำได้แค่จ้องฉินเย่ด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว