ตอนที่ 292
บทที่ 292 การโต้กลับของเฉินตง
October 28, 2026
ไม่ต้องการคำอธิบาย ก็เลือกที่จะเชื่อใจ
ถึงขั้นออกรับการถูกชี้นิ้วประณามและคำต่อว่าด่าทอต่างๆ แทนเขา
ทุกอย่างที่กู้ชิงหยิ่งทำ ทำให้เฉินตงรู้สึกอบอุ่น และขณะเดียวกันกับที่เขากำลังรู้สึกซาบซึ้งใจ ประกอบกับรู้สึกผิดอยู่นั้น ก็เป็นช่วงเวลาที่ปัดเป่าเมฆหมอกทั้งหมดก่อนหน้าให้สลายหายไป และแปรเปลี่ยนเป็นความตั้งใจแน่วแน่เข้ามาแทนที่
ความรู้สึกที่อ่อนโยนนับพันนับหมื่น ก็ไม่อาจเทียบกับการมีเธออยู่ได้
ตอนนี้เฉินตงเข้าใจอย่างลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง
“คนโง่ ไปทำสิ่งที่คุณสมควรจะทำเถอะ”
กู้ชิงหยิ่งพูดเบาๆ แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย
หลังกลับออกมาจากห้องของกู้ชิงหยิ่ง
เฉินตงก็เอาแต่เลื่อนเว่ยป๋อดูไม่หยุด ความรู้สึกโกรธแค้นในใจของเขายิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
เป็นไปอย่างที่เขาคาดคิดเอาไว้จริงๆ
การสนับสนุนของกู้ชิงหยิ่งกลายเป็นรายการค้นหายอดนิยมที่พุ่งขึ้นสู่อันดับต้นๆ ด้วยความเร็วที่น่ากลัว และสามารถดึงดูดพลังมหาศาลในโลกอินเทอร์เน็ตได้ในทันที
คำพูดต่อว่าด่าทอหลั่งไหลเข้ามาราวกับสายน้ำ
บางความคิดเห็นที่แสดงออกถึงความรู้สึกซาบซึ้ง ก็ถูกต่อว่าด่าทอจนต้องรีบลบความคิดเห็นไปทันที
ภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที มีความคิดเห็นปรากฏขึ้นมาใหม่กว่าสิบข้อความ !
ตอนนี้ทุกความคิดเห็นของประชาชนพุ่งเป้าไปที่เฉินตงอย่างชัดเจน ตลอดสามวันที่ผ่านมาเฉินตงไม่เคยตอบกลับ ยิ่งเป็นการยืนยันถึงเนื้อหาในข่าวที่เกิดขึ้นว่าเป็นความจริง
อีกทั้งการสนับสนุนของกู้ชิงหยิ่งในตอนนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับความเข้าใจเท่านั้น แต่ยิ่งกลับเป็นการดึงดูดให้เกิดคลื่นระลอกใหม่ขึ้น
เนื่องด้วยการชี้นำของเหล่าแฟนคลับผู้คลั่งไคล้ที่สนับสนุนเฉินหยู่เฟย เหตุการณ์ในครั้งนี้จึงกลายเป็นเหมือน “งานรื่นเริง” มีน้อยคนนักที่คิดจะสืบหาต้นตอของเรื่องจริงๆ
ความรุนแรงบนโลกอินเทอร์เน็ตก็เป็นเช่นนี้เอง
ยิ่งไปกว่านั้น เนื้อหาข่าวที่นำเสนอออกมาทุกตัวอักษร ล้วนแล้วแต่มีพลังมหาศาลจนไม่อาจหาคำพูดมาหักล้างได้
สิ่งนี้ยิ่งทำให้ชาวเน็ตไม่คิดที่จะสืบหาต้นตอของเรื่องที่เกิดขึ้น
ในสายตาของพวกเขา การสนับสนุนของกู้ชิงหยิ่ง ถือเป็นการออกมาปกป้องคนใกล้ตัว โดยใช้วิธีการที่โจ่งแจ้งและไร้ยางอายในการปกป้องเฉินตง
“เสี่ยวหยิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องแบกรับเอาไว้ ผมจะคืนมันกลับไปให้เฉินหยู่เฟยทั้งหมด”
แววตาของเฉินตงเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เขาออกจากเว่ยป๋อ แล้วต่อสายโทรศัพท์ไปหาฉินเย่ : “เกิดเรื่องแล้ว ถึงตาที่พวกนายต้องออกโรงแล้ว !”
หลังจากวางสายโทรศัพท์
เฉินตงนั่งลงที่โต๊ะทำงานด้วยท่าทีเคร่งขรึม
ภายในระยะเวลาสามวัน บริษัทใหญ่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขาทั้งหมดต่างได้รับผลกระทบไม่น้อย
ประตูใหญ่ของไท่ติ่งถูกคนทุบทำลาย
ตัวเขาเองก็ไม่ได้เข้าไปนั่งในบริษัท งานต่างๆ ล้วนแล้วแต่ทำจากที่บ้าน โดยใช้วิธีสั่งการผ่านเสี่ยวหม่าและกูหลังจากทางไกล
ภายใต้บรรยากาศที่เงียบสงัด
มือทั้งสองข้างของเฉินตงกำหมัดเอาไว้แน่น จนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาและมีเสียงกระดูกดังกรอบแกรบ
ทันใดนั้นเอง เขาก็แสยะยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ชั่วร้ายจนทำให้ต้องรู้สึกใจสั่น
ในเวลาเดียวกันนี้
ที่โรงแรมซ่างเต่าในเมืองหลวง
ซึ่งถือเป็นโรงแรมห้าดาวที่หาได้ยาก ถึงแม้จะตั้งอยู่ในเขตเมืองหลวงโบราณ แต่ก็ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง
แขกทุกคนที่ต้องการเข้าพัก จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวด
ภายในห้องชุดเพรสซิเดนเชียล สวีท
เฉินหยู่เฟยซึ่งอยู่ในเสื้อคลุมนอน กำลังเอนกายอยู่บนโซฟาริมหน้าต่าง พร้อมทั้งแกว่งแก้วไวน์ที่ถืออยู่ในมือ เธอมองเห็นทิวทัศน์ทั้งหมดของเมืองหลวง ผ่านกระจกบานใหญ่ที่สูงจากพื้นจรดเพดาน
เธอล้ำค่า เธอสง่างาม และเธอไร้ซึ่งมลทิน
นี่คือสิ่งที่โลกภายนอกตัดสินเธอ
แต่ทว่าตอนนี้ ขณะที่เธอกำลังแสดงอารมณ์และท่าทางเหล่านี้ออกมา ในเวลาเดียวกัน เฉินหยู่เฟยเองกลับมีท่าทีที่ดูไม่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้ามากนัก
ท่อนขาเรียวยาวและขาวนวลเนียนของเธอค่อยๆ งอขึ้นเล็กน้อย ชายของเสื้อคลุมนอนเลื่อนขึ้น เผยให้เห็นน่องที่นวลเนียนดุจหยกของเธอ
คืนนั้นเมื่อสามวันก่อน หลังออกจากโรงแรมไท่ซาน เธอก็มุ่งหน้ากลับมายังเมืองหลวงภายในเวลาชั่วข้ามคืน แล้วเข้าพักที่โรงแรมซ่างเต่า
ภายในระยะเวลาสามวัน เธอพักอยู่ในโรงแรมตลอดเวลาโดยไม่ออกไปไหนเลยแม้เพียงก้าวเดียว
เป็นเพราะเธอรู้ดีว่า โลกภายนอกตอนนี้เกิดความโกลาหลขึ้นแล้ว
จึงไม่เหมาะที่เธอจะปรากฏตัว หากเธอปรากฏตัวขึ้น จะยิ่งเป็นการดึงดูดความสนใจของทุกคน
แน่นอนว่า โดยส่วนมากจะต้องซักถามเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเฉินตงแน่นอน
ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ การตอบของเธอในแต่ละครั้ง อาจเป็นการสร้างโอกาสรอดให้กับพวกของเฉินตง