ตอนที่ 302
บทที่ 302 ข่าวดี ข่าวร้าย
October 28, 2026
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เฉินตงกับฉินเย่พบกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณชั้นล่างของบริษัทไท่ติ่ง
“ อยากฟังข่าวดีก่อน หรือข่าวร้ายก่อน? ” ฉินเย่จิบกาแฟพลางยกยิ้มประหลาด
"ข่าวร้ายก่อนละกัน"
เฉินตงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ฉินเย่เลิกคิ้ว: "โอ๊ะโอ! ฉันยังนึกว่านายจะอยากฟังข่าวดีก่อนซะอีก"
“ร้ายก่อนแล้วค่อยดีถือว่าเป็นเซอร์ไพรส์ ถ้าดีก่อนแล้วค่อยร้าย นั่นจะกลายเป็นเรื่องน่าผิดหวังซะมากกว่า” เฉินตงยิ้มน้อยๆ
"เอางั้นก็ได้ "
ฉินเย่ถูมือ แล้วยกกาแฟขึ้นมาจิบอีก
เห็นได้ว่าเขาเร่งรีบเดินทางมาที่นี่อย่างมาก ที่หน้าผากยังมีเหงื่อเกาะพราวจนเต็ม น่าจะเป็นเพราะทันทีที่ลงจากเครื่องบินก็ตรงมาที่นี่เลย
หลังจากวางถ้วยกาแฟลง
ฉินเย่ยิ้มเล็กน้อย: "ข่าวร้ายก็คือ เฉินหยู่เฟยไม่ได้ออกจากวงการบันเทิงจริง ๆ หรอก หลังจากที่เธอกลับไปตระกูลเฉิน ด้วยการสนับสนุนจากตระกูล เธอเลยได้เปิดบริษัทบันเทิงในเมืองหลวงขึ้นมาบริษัทหนึ่ง เปลี่ยนไปอยู่เบื้องหลังอย่างแท้จริง "
พูดพลาง ฉินเย่ก็กะพริบตาวิ้ง ๆ พลางพูดด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ ว่า "นอกจากนี้ ฉันกับฉู่เจียนเจียก็วิเคราะห์กันว่า ที่เฉินหยู่เฟยทำแบบนี้ เป็นไปได้ว่าเธอทำเพื่อบริษัทบันเทิงที่นายร่วมหุ้นกันกับตระกูลจางและตระกูลฉู่นั้นแน่ๆ เลย"
“ในสงครามคอมเม้นท์บนโลกโซเชียลเมื่อครั้งก่อน เธอล้มเหลวแบบพังไม่เป็นท่าไปในตอนสุดท้าย แถมความช่วยเหลือสำคัญ คือผลงานที่เป็นการแนะนำแบบลับ ๆ ของตระกูลจางกับตระกูลฉู่ซะด้วย เธออาจจะอยากสะสางบัญชีแค้นนี้ก็ได้ล่ะนะ”
ยังไม่ยอมแพ้อีก?
เฉินตงขมวดคิ้ว รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
สงครามคอมเม้นท์บนโลกโซเชียลคราวนั้น ได้บีบคอจนความเป็นไปได้ที่จะอยู่รอดต่อไปในวงการบันเทิงของเฉินหยู่เฟย ต้องปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ลากเอาตระกูลเฉินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องระหว่างเขากับเฉินหยู่เฟยอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันไปถึงทั้งตระกูลแล้ว
การออกจากวงการบันเทิงอย่างถาวร จึงเป็นวิธีเดียวที่จะปกป้องไม่ให้คำวิจารณ์บนโซเชียลแพร่กระจายไปถึงตระกูลเฉินทั้งตระกูลได้
แต่ทั้ง ๆ ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแท้ ๆ เฉินหยู่เฟยก็ยังคงได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเฉิน ให้เริ่มเปิดบริษัทบันเทิงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ซึ่งนับเป็นเรื่องไม่คาดฝันสำหรับเฉินตงอย่างมาก
ผู้หญิงที่ร้ายกาจไม่ต่างจากอสรพิษคนนี้ ช่างเป็นอัญมณีอันแสนมีค่าในฝ่ามือของคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินซะจริงเชียว !
“เพราะงั้น ผู้หญิงถึงเป็นอะไรที่ยุ่งยากใช่มั้ยล่ะ?” เมื่อเห็นเฉินตงขมวดคิ้วมุ่น ฉินเย่ก็ยกยิ้มพลางพูดติดตลก
เฉินตงเลิกคิ้ว แสยะยิ้มแล้วพูดว่า: “นายหมายถึงจางหยู่หลันงั้นเหรอ?”
“แม่งเอ๊ย..…” รอยยิ้มของฉินเย่หายวับไปทันที ไม่ลืมยกนิ้วกลางให้เฉินตงไปหนึ่งดอก
เฉินตงยิ้มสัพยอกแล้วถามต่อว่า: “แล้วข่าวดีล่ะ?”
เฉินหยู่เฟยไม่ยอมแพ้ ทั้งยังคิดจะหวนคืนวงการอีกครั้ง แต่เขาไม่ได้สนใจกับมันมากนัก
สูญเสียที่ยืนในวงการบันเทิง ภายใต้ความคิดเห็นของผู้คนที่กำลังดุเดือด ณ ขณะนั้น ยังทำการเผยแพร่วิดีโอขอโทษต่อสาธารณชนออกไปด้วย
สิ่งนี้นับเป็นการฆ่าบรรดาแฟนคลับ ที่เธอเฝ้าสะสมมาทิ้งไปจนหมดในคราวเดียวอย่างแท้จริง
แม้ว่าเธอจะได้อยู่ในวงการบันเทิงต่อ แต่ถ้าคิดจะสร้างคลื่นลูกมหึมาแบบครั้งก่อนขึ้นมาอีก ก็คงจะเป็นไปไม่ได้แล้ว
สิ่งเดียวที่สามารถทำได้ คือการชี้ปลายดาบไปที่บริษัทบันเทิงของฉู่เจียนเจีย แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่เขาเตือนให้ตระกูลจาง ไปเข้าร่วมบริษัทบันเทิงกับตระกูลฉู่ไว้ล่วงหน้าแล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงหลัก ๆ สองแห่ง ผนึกขุมกำลังทั้งอำนาจเก่าและอำนาจใหม่เข้าไว้ด้วยกัน เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเฉินหยู่เฟยจะพลิกแผ่นฟ้าผืนนี้ยังไง?
ถ้าหากว่าตระกูลจางยังคงอยู่โดดเดี่ยวลำพังล่ะก็ เมื่อเฉินหยู่เฟยไปเข้าร่วมกับตระกูลจาง เฉินตงก็คงมีนึกหวั่น ๆ อยู่บ้าง แต่ตอนนี้ต่างก็เป็นคนตระกูลเฉินแล้วทั้งนั้น ใครจะเป็นฝ่ายรังแกใคร มันก็ไม่แน่แล้วทีนี้
ฉินเย่ปัด ๆ มือ แล้วพูดอย่างมีนัย: "เป็นเรื่องแม่ของนายที่เกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่!"
“ตระกูลหลี่?”
เฉินตงขมวดคิ้วจนพันกันเป็นปม
ก่อนหน้านี้เพิ่งได้เจอสองพ่อลูกตระกูลหลี่ไม่ทันไร ตอนนี้ฉินเย่ก็มาพูดถึงตระกูลหลี่ตามหลังมาติด ๆ อีก
เรื่องพวกนี้ มันมีความเชื่อมโยงเกี่ยวพันอะไรต่อกันรึเปล่านะ?
"ใช่ ตระกูลหลี่แห่งเมืองหลวง!"
ในดวงตาของฉินเย่ทอประกายวิบวับ พูดด้วยท่าทีตื่นเต้น: "ไม่ใช่ว่านายเกลียดตระกูลหลี่หรอกเหรอ ? ตอนนี้ผลกรรมของตระกูลหลี่กำลังมาถึงแล้วนะ ครั้งก่อนที่นายกับพ่อพยายามจะช่วยแม่ของนาย เลยไปทะเลาะเอะอะกับตระกูลหลี่ซะจนวุ่นวาย ทำเอาตำแหน่งมหาเศรษฐีของตระกูลหลี่ตกไปอยู่ในสถานภาพสั่นคลอน กระแสคลื่นโหมซัดสาดเมืองหลวงจนโกลาหลกันไปหมด"
"ในเมืองหลวงที่มีทั้งบรรดามังกรหมอบ พยัคฆ์ซ่อนอยู่ดาษดื่นนั่น พวกนั้นก็เริ่มกางเขี้ยวกางเล็บ ฉวยเอาโอกาสนี้วางแผนเตรียมยักยอกทั้งทรัพยากร ทั้งยึดครองกิจการทั้งหลายที่อยู่ภายใต้อุ้งมือของตระกูลหลี่กันครึกครื้นเลยเชียวล่ะ"
พูดไปพลาง ฉินเย่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่ท้ายทอย แสดงท่าทีเหมือนปลงอนิจจัง