ตอนที่ 307
บทที่ 307 ก็กูเป็นพ่อแก!
October 28, 2026
ณ ห้องโถงรอขึ้นเครื่องของสนามบินชานเมือง
กู้ชิงหยิ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยดวงตาที่ง่วงงุน คิ้วขมวดมุ่นเป็นปม คล้ายมีเรื่องให้ครุ่นคิด
ฟ่านลู่ที่อยู่อีกด้านก็เอาแต่อ้าปากหาวหวอด ๆ ไม่หยุด ท่าทางดูหดหู่หงอยเหงาไม่มีชีวิตชีวา
นี่มันเป็นอะไรที่เช้าเกิน แถมยังกะทันหันเกินไปด้วย กำลังหลับฝันหวานอยู่ดี ๆ ก็ถูกปลุกให้ตื่น จากนั้นก็ถูกสั่งให้ไปต่างประเทศทันทีแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยอีก
เธอหันไปมองกู้ชิงหยิง แล้วถามว่า "เสี่ยวหยิ่ง ทำไมพี่ถึงรู้สึกว่า เธอมีเรื่องหนักใจให้คิดเลยล่ะ?"
กู้ชิงหยิ่งกลับมารู้สึกตัว พูดว่า "พี่เสี่ยวลู่ พี่รู้สึกมั้ยว่าเฉินตงเขาดูมีอะไรสักอย่างที่ผิดปกติไปน่ะ?"
"ก็ไม่นะ"
ฟ่านลู่ส่ายหน้า: “ถ้าจะบอกว่าใครที่ดูผิดปกติ พี่คิดว่าเป็นพี่คุนหลุนต่างหากที่ผิดปกติ เมื่อเช้าตอนที่เขาไปเรียกให้พี่ตื่น สีหน้าของเขาดูอย่างกับแทบจะระเบิดตัวเองได้อยู่แล้ว พี่ยังไม่ได้แกล้งหยอกแกล้งเย้าอะไรเขาเลยสักนิด”
“ฉันรู้สึกว่า เฉินตงมีเรื่องบางอย่างที่ปิดบังฉันอยู่”
แม้ว่ากู้ชิงหยิ่งจะคิดอย่างนั้น ตัวเธอก็เชื่อในคำสาบานของเฉินตงอยู่ดี
แต่เวลาสี่ปีในมหาวิทยาลัย ที่เธอได้คบหาดูใจกับเฉินตงมา บวกกับการรอคอยอีกสามปีกว่าที่เขาได้กลับมาอีกครั้ง เรียกว่าความใส่ใจที่เธอมีต่อเฉินตง มันมากเสียกว่าความใส่ใจที่เธอมีให้กับตัวเองเสียอีก
เพราะให้ความสำคัญและใส่ใจ จึงได้เข้าใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
และเพราะเข้าใจ ดังนั้นจึงรู้สึกได้ว่าเฉินตงจะต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่แล้ว
“เสี่ยวหยิ่ง อย่าคิดมากอีกเลยนะ ไม่ใช่ว่าคุณเฉินก็สบายดีอยู่หรอกเหรอ” ฟ่านลู่พยายามปลอบใจ “เขารักเธอมากนะ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆ เขาจะปิดบังเธอไปทำไมล่ะ? ”
คิ้วของกู้ชิงหยิ่งขมวดมุ่น พึมพำขึ้นว่า : "ฉันเองก็บอกไม่ถูก แต่ฉันเป็นภรรยาของเขา บางทีนี่อาจเป็นสัมผัสที่หกของผู้หญิงล่ะมั้ง"
ฟ่านลู่พูดอย่างจนใจว่า “เธอนี่นะ คงเพราะจู่ ๆ คุณเฉินก็บอกให้เธอกลับบ้าน เลยรู้สึกไม่สบายใจหรือเปล่า? ที่จริงแล้วที่คุณเฉินคิดก็ถูกอยู่นะ หลังจากที่พวกเธอแต่งงานกันมา ก็มีเรื่องราวมากมายหลายอย่างเกิดขึ้นไม่หยุดไม่หย่อน เธอเลยไม่มีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านสักครั้งเลยไม่ใช่เหรอ ? บ่าวสาวหลังแต่งงาน ก็ถือเป็นมารยาทตามประเพณี ที่จะกลับไปเยี่ยมบ้านแม่หลังแต่งงานไม่ใช่รึไง?”
“แต่มันมีที่ไหนที่ให้เจ้าสาวกลับไปเยี่ยมบ้านแค่คนเดียวบ้างล่ะ?”
กู้ชิงหยิ่งถามไปประโยคหนึ่ง ทำให้ฟ่านลู่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบคำถามนี้ยังไง
ในเวลานั้นเอง ก็มีเสียงแจ้งเตือนการขึ้นเครื่องดังขึ้นในโถงรอของสนามบิน
"ไปกันเถอะ ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว"
ฟ่านลู่ไปหยิบกระเป๋าสัมภาระ แล้วพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “อย่าคิดมากเลยนะ”
คิ้วของกู้ชิงหยิ่งขมวดมุ่นจนย่นยู่ เธอไม่รู้ว่าทำไมความรู้สึกนั้น มันถึงได้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้
เธอหันกลับไปมองด้านนอกสนามบิน ได้ยินเสียงเตือนให้ขึ้นเครื่องดังขึ้นในโถงรออีกครั้ง สุดท้ายก็ถอนหายใจเฮือก หันหลังแล้วเดินตามฟ่านลู่ไป
ที่ด้านนอกสนามบิน
เฉินตงนั่งอยู่บนรถพอร์เชอ 911 เพียงลำพัง ในใจหนักอึ้งกลัดกลุ้ม
แกร๊ก!
ประตูรถเปิดออก คุนหลุนที่เหงื่อไหลท่วมแทรกตัวเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็ว
“ไปกันแล้วใช่มั้ย? ” เฉินตงถาม
“ผมเห็นคุณนายกับเสี่ยวลู่ เดินเข้าไปในทางเดินขึ้นเครื่องด้วยตาตัวเองเลยครับ” คุนหลุนตอบกลับ
เฉินตงยิ้มอย่างผ่อนคลาย คล้ายได้ยกภูเขาหนัก ๆ ออกจากอก จากนั้นจึงสตาร์ทรถ
กู้ชิงหยิ่งออกเดินทางแล้ว ก้อนหินก้อนใหญ่ในใจเขาก็หลุดร่วงออกไปได้เสียที
คำสั่งลอบฆ่าในดาร์กเว็บ ทำให้นับจากวินาทีนี้ ชีวิตของเขาจะต้องตกอยู่ในสภาวะวิกฤตจากการถูกซุ่มโจมตีได้จากทุกด้าน
เขาไม่อาจยอมให้กู้ชิงหยิ่งอยู่ข้างกายเขา แล้วต้องมาเผชิญอันตรายร่วมกันกับเขาได้
ผู้หญิงสมควรมีไว้เพื่อรักใคร่ทะนุถนอม ไม่ใช่มีไว้เพื่อเผชิญกับอันตรายรอบด้าน
ในฐานะสามี เฉินตงรู้สึกว่าเขาควรแบกรับหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะสามีให้ดีที่สุด
ในเวลาแบบนี้ การหลอกให้กู้ชิงหยิ่งไปห่างจากเขา ถือเป็นการปกป้องภรรยาที่ดีที่สุดแล้ว
เขาขับรถรวดเร็วปานลมกรด ตะบึงราวสายฟ้าแลบ
อารมณ์ของเฉินตงหดหู่อัดอั้นอย่างมาก
ดาร์กเว็บ นักฆ่าอำพราง The hidden killer สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนเมฆหมอกมืดครึ้ม ที่ปกคลุมอยู่บนหัวของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทำให้เขากระสับกระส่ายไม่สบายใจ แต่ก็ไม่มีหนทางจะทำอะไรได้ทั้งนั้น
ต่อจากนี้ไป สิ่งที่เขาต้องเผชิญ อาจโหดร้ายเสียยิ่งกว่าประสบการณ์ในคุกมืดนั่นเสียอีก
“คุณชายครับ เมื่อครู่นี้ท่านหลงเพิ่งจะโทรมาบอกว่า คุณท่านได้ระดมทีมรักษาความปลอดภัยทั้งหมดรอบตัวท่านแล้ว รวมทั้งหมดมีหนึ่งร้อยคนครับ”