ตอนที่ 426
บทที่ 426 บังเอิญพบเจอ
October 28, 2026
กู้ชิงหยิ่งตัวสั่น
แม้ว่าจะพยายามทำตัวเข้มแข็ง แต่เวลานี้ดวงตาของเธอพร่าไปด้วยไอน้ำ
"ลูกคือคนที่แม่อุ้มท้องมาสิบเดือน เวลาลูกพยายามฝืนยิ้ม แม่ต้องมองออกอยู่แล้ว"
หลี่หวั่นชิงมีสีหน้าอ่อนโยน เธอใช้มือขวาของตนเอาผมดำขลับของกู้ชิงหยิ่งที่ปรกอยู่ตรงหน้าผากไปเหน็บไว้ด้านหลังหู "เรื่องทุกข์ใจของลูก แม่มองออก แต่ถ้าลูกไม่อยากพูด แม่ก็จะไม่บังคับ แต่ถ้าลูกอยากร้องแม่จะกอดลูกไว้เอง"
น้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลยิ่งทำให้กู้ชิงหยิ่งไม่อาจหยุดตัวเองไว้ได้
เธอพุ่งเข้าซบในอกของหลี่หวั่นชิง น้ำตาของเธอไหลพราก
หลี่หวั่นชิงกอดกู้ชิงหยิ่งไว้หลวมๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย เธอโอบหลังกู้ชิงหยิ่งเอาไว้ด้วยความสงสาร
บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยเสียงสะอึกสะอื้นของกู้ชิงหยิ่ง
และในเวลานั้น
โทรศัพท์ของหลี่หวั่นชิงพลันส่งแสงสว่าง กู้โก๋ฮั๋วส่งข้อความเข้ามา
"สรุปแล้วลูกเราเป็นอะไร"
"คุณดูออกด้วยหรอ" หลี่หวั่นชิงปลอบไปพลางตอบข้อความ
"ไร้สาระน่า! ลูกสาวของเราคือไข่ในหินของพวกเรา ลูกเป็นอะไร คิดว่าคนเป็นพ่อจะมองไม่ออกหรือไง ไม่งั้นแล้วทำไมเมื่อกี้ผมต้องรับปากคุณไปส่งๆ ด้วยล่ะ"
หลี่หวั่นชิงยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบข้อความ
"ลูกแต่งงานกับตงเอ๋อไปแล้ว อะไรที่ลูกไม่อยากพูด พวกเราก็อย่าถามมากนักเลย"
"ลูกของเราเศร้าขนาดนั้น ถ้าเศร้าจนส่งผลต่อร่างกายจะทำยังไง"
"ถ้าพวกเราเข้าไปยุ่งมากเกินไป มีแต่จะทำให้พวกเขาสองคนยิ่งวุ่นวายขึ้นเปล่าๆ"
หลี่หวั่นชิงตอบข้อความแล้ววางโทรศัพท์ลง โดยไม่สนใจกู้โก๋ฮั๋วอีก
เธอรู้ดีว่ากู้โก๋ฮั๋วคือคนที่หวงลูกสาวที่สุด แต่เธอเองก็รู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเข้าไปยุ่ง
การกระทบกระทั่งกันระหว่างสามีภรรยาเป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยง
ครอบครัวเดียวสามารถจัดการเรื่องราวต่างๆ ได้เอง เมื่อสองครอบครัวมารวมกันแล้วก็ไม่ใช่เรื่องราวระหว่างสามีภรรยาเพียงสองคนอีก
สุดท้ายแล้ว กู้ชิงหยิ่งก็ไม่ได้เล่าเรื่องให้หลี่หวั่นชิงฟัง
กู้ชิงหยิ่งร้องไห้จนเหนื่อยจนหลับคาอกของหลี่หวั่นชิง
กลายเป็นค่ำคืนที่ไร้เสียงเจรจา
เช้าวันต่อมา
เฉินตงเปิดประตูออกมา
การนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน ทำให้เขารู้สึกเหนื่อย รอบดวงตาปรากฏรอยคล้ำ
เมื่อลงไปข้างล่าง กู้ชิงหยิ่งกำลังนั่งกินข้าวเช้าอยู่เป็นเพื่อนกู้โก๋ฮั๋วกับหลี่หวั่นชิงแล้ว
"ที่รัก วันนี้ฉันอยากพาพ่อแม่ออกไปเที่ยวหน่อยนะคะ" กู้ชิงหยิ่งกล่าวกับเฉินตงพร้อมรอยยิ้ม
เฉินตงชะงักไป หลายวันที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มของกู้ชิงหยิ่งเลย
เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วัน กลับทำให้เขารู้สึกราวกับผ่านไปเป็นแรมปี
"ได้สิ เดี๋ยวให้พี่คุนหลุนกับพี่เสี่ยวลู่ไปเป็นเพื่อนด้วย" เฉินตงพยักหน้า
"โอเคค่ะ"
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ กู้ชิงหยิ่งได้นำคนอื่นๆ ออกจากวิลล่าไป
เฉินตงมองดูรถเคลื่อนตัวออกไปจากวิลล่าด้วยความรู้สึกสับสน
ท่านหลงเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เฉินตง แล้วเอ่ยเบาๆ ว่า "คุณชาย รีบหาเวลาอธิบายให้คุณนายน้อยเข้าใจนะครับ กระผมรู้สึกเป็นห่วงที่เห็นคุณนายน้อยเป็นแบบนี้"
"แล้วคิดว่าผมไม่เป็นห่วงหรอ" เฉินตงยิ้มอย่างขมขื่น
เมื่อล้างใบหน้าที่อ่อนล้าของเขาเสร็จแล้ว เฉินตงก็มุ่งหน้าไปยังบริษัทไท่ติ่ง
ภูเขาซี่สุ่ย
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยู่ใกล้ๆ เมืองนี้
อากาศบนภูเขาสดชื่น ทิวทัศน์สวยงาม
แค่วันธรรมดาก็มีคนไม่น้อยแล้วที่เดินขึ้นเขามาชมวิวทิวทัศน์ที่นี่ หากเป็นวันเสาร์อาทิตย์คนก็จะยิ่งมากขึ้น
รถโรลส์-รอยซ์หยุดอยู่ริมถนน
เมื่อลงจากรถแล้ว กู้ชิงหยิ่งก็จับมือกู้โก๋ฮั๋วกับหลี่หวั่นชิง "พ่อกับแม่คงจะไม่ได้มาเที่ยวที่ภูเขาซี่สุ่ยนานแล้วใช่ไหมคะ"
กู้โก๋ฮั๋วถอนหายใจพลางมองร่างกายอ้วนท้วนของตัวเองโดยอัตโนมัติ แล้วเอ่ยอย่างลังเลว่า "เสี่ยวหยิ่ง ลูกแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะพาพ่อขึ้นเขา?"
"ใช่ค่ะ" กู้ชิงหยิ่งยิ้มสดใส
หลี่หวั่นชิงหยิกแขนกู้โก๋ฮั๋ว "คุณเป็นพ่อแท้ๆ ลูกสาวอยากจะขึ้นเขา คุณจะยกพุงอ้วนๆ ของตัวเองมาเป็นข้ออ้างไม่ยอมขึ้นงั้นหรือ ที่ภูเขาซี่สุ่ยก็ไม่ได้สูงอะไรมาก ถือว่าลดความอ้วนก็แล้วกัน"
"ได้ๆๆ"
กู้โก๋ฮั๋วสูดอากาศเย็นๆ พลางกัดฟันรับปาก
คุนหลุนกับฟ่านลู่รั้งท้ายอยู่ เฝ้ามองคนทั้งสามเดินขึ้นภูเขาซี่สุ่ยไปอย่างมีความสุข
คุนหลุนส่ายหน้าอย่างหนักใจ "ไม่สบายใจเลยที่เห็นคุณนายน้อยเป็นแบบนี้"
"ไม่รู้เลยว่าร่างกายบอบบางของเธอจะทนรับเรื่องพวกนี้ไปได้ถึงเมื่อไหร่" ฟ่านลู่รู้สึกสงสารอย่างมาก