ตอนที่ 461
บทที่ 461 ความคิดของเย่หลิงหลง
October 28, 2026
ย่านไชน่าทาวน์
บรรยากาศคึกคัก ผู้คนพลุกพล่าน
ในอีกซีกโลกหนึ่ง ทุกเมืองล้วนมีไชน่าทาวน์หนึ่งแห่ง
เป็นที่สำหรับคนที่จากบ้านมาไกล จะได้รำลึกถึงบ้านเกิดและปลดปล่อยความรู้สึกออกมา
ลัมโบร์กีนีขับอยู่บนถนนส่งเสียงดังสนั่น ทำให้เป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้ที่พบเห็น
เอี๊ยด !
ในที่สุด ลัมโบร์กีนีก็มาจอดอยู่ที่ด้านหน้า "สมาคมซานเหอ"
เป็นสมาคมที่ยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่ในไชน่าทาวน์ เด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางฝูงชน และมีบรรยากาศที่เคร่งขรึม
เมื่อเปรียบเทียบกับถนนที่มีชีวิตชีวาและผู้คนพลุกพล่าน ดูเหมือนสมาคมจะดูเงียบเหงาและรกร้างกว่าไม่น้อย
ซุ้มประตูขนาดใหญ่ มีตัวอักษรคำว่า "สมาคมซานเหอ" เขียนเอาไว้ และมีภาพวาดเหล็กรูปมังกรกับนกฟีนิกซ์แขวนประดับตกแต่งอยู่
ชายคาประดับด้วยอิฐแขวนสีเขียว ตามแบบฉบับโบราณ
ภายใต้บรรยากาศที่มีฝนตกปรอยๆ แผ่นกระเบื้องดินสีน้ำเงินที่มีตะไคร่เกาะอยู่เล็กน้อย เผยให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและความโบราณ
ตรงมุมมีถังน้ำวางอยู่ ในถังน้ำมีดอกบัวปลูกไว้ เมื่อมีฝนตกโปรยปรายลงมา ทำให้ภาพของดอกบัวช่างดูงดงามเป็นอย่างมาก
เทียนอ้ายลงจากรถ แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปใน "สมาคมซานเหอ"
"สถานที่ส่วนบุคคล ห้ามคนนอกเข้า !"
มีเสียงหนึ่งดังขึ้นด้วยความโกรธ ทำให้เทียนอ้ายหยุดฝีเท้าลงทันที
ดวงตาคู่งามของเธอเป็นประกาย แล้วหันมองตามเสียงนั้นไป
คนหนุ่มสี่คนที่แต่งกายด้วยเสื้อคอจีน กำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีเคร่งขรึม
"ฉันเพียงแค่เข้ามาดูเท่านั้น" เทียนอ้ายยิ้มเล็กน้อย "ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นคนบ้านเดียวกัน ทำไมจะต้องเข้มงวดขนาดนี้ด้วย ? ฉันเองก็ไม่ใช่ขโมยสักหน่อย"
"สถานที่ส่วนบุคคล ถ้าเธอยังไม่รีบออกไปอีกล่ะก็ อย่าหาว่าพวกเราเสียมารยาทก็แล้วกัน"
เด็กหนุ่มที่เป็นหัวหน้าพูดอย่างจริงจัง ไม่เหลือโอกาสให้เทียนอ้ายยืดเยื้อได้ต่อ
เทียนอ้ายยักไหล่ แล้วทำทีท่าไม่สนใจ จากนั้นจึงหันหลังเดินจากไป
หลังจากกลับเข้าไปในลัมโบร์กีนี เธอขยี้ผมของตัวเองด้วยความหงุดหงิด แล้วบ่นพึมพำ
"องค์กรใหญ่ของหงหุ้ยก็คือองค์กรใหญ่ของหงหุ้ย จะพูดว่าเป็นที่ส่วนบุคคลอะไรกัน ?"
หลังจากสตาร์ทรถ ลัมโบร์กีนีก็แล่นไปจนสุดถนน
ด้วยสถานะที่พิเศษของเทียนอ้าย หากต้องการให้องค์กรช่วยตรวจสอบจริงๆ ว่าองค์กรใหญ่ของหงหุ้ยอยู่ที่ไหน ก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายเหมือนพลิกฝ่ามือ
แต่ตอนนี้แม้แต่ประตูก็ยังเข้าไปไม่ได้ หากต้องการสืบหาความจริง คงจะเป็นเรื่องที่ยากพอดู !
เมื่อเห็นลัมโบร์กีนีแล่นออกไปไกล ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้าก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า : "ให้สองคนคอยยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก ช่วงนี้ในสมาคมของเรามีแขกคนสำคัญที่เราช่วยขึ้นมาจากทะเล จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด หากไม่ใช่คนของหงหุ้ย ห้ามเข้าไปในสมาคมซานเหอ และสมาชิกรุ่นเยาว์ทั้งหมด ห้ามเข้าไปในตงหย่วน"
"เข้าใจแล้วครับ"
ชายหนุ่มกำชับอีกครั้ง แต่จงใจลดเสียงให้เบาลง
"อย่าหาว่าฉันไม่เตือนพวกนาย ฉันได้ข่าวมาเล็กน้อย แขกคนสำคัญที่ถูกช่วยขึ้นมานั้น แม้แต่ท่านเย่และหลงโถวยังต้องให้ความเคารพ ช่วงนี้ท่านเย่ให้หงกุ้นเย่หลิงหลงเป็นคนดูแลแขกพิเศษท่านนั้น หากทำอะไรที่เป็นการรบกวนไปถึงแขกคนสำคัญท่านนั้น พวกนายน่าจะรู้ผลที่จะตามมาดีใช่ไหม"
เมื่อได้ยินดังนั้น
อีกสามคนที่เหลือก็รู้สึกตกใจ และมีท่าทีที่เคร่งขรึมลง
ภายในตงหย่วน สมาคมซานเหอ
พรวด......
เย่หลิงหลงเทน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็เดินกลับมาที่ห้อง
ผลักเปิดประตูห้องที่ปิดสนิทอยู่ แล้วหันมองเฉินตงที่นอนอยู่บนเตียง
ใบหน้าอันงดงามของเธอ ปรากฏสีหน้าของความเป็นห่วงเป็นใยขึ้นมา
"ตอนที่พวกเราจากกัน คุณยังไม่ได้มีสภาพเช่นนี้ นี่เพิ่งจะผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ทำไมคุณถึงต้องทรมานตัวเองจนกลายเป็นแบบนี้ด้วย บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกล เพื่อมาหาเธอ น่าอิจฉาภรรยาของคุณจริงๆ คุณปู่พูดถูกต้อง เรื่องของพรหมลิขิต ช้าหรือเร็วไปเพียงวินาทีเดียวก็ไม่ได้ ต้องโทษที่ฉันไม่อาจเข้ามาในเวลาที่เหมาะสมได้"
ขณะที่พูด เย่หลิงหลงมีท่าทีโทษตัวเองและรู้สึกผิด
"และต้องโทษฉัน ที่ทำให้คุณต้องเดินทางมาไกลและต้องพบกับอันตรายเช่นนี้"
ด้วยความสามารถของหงหุ้ย หากต้องการสืบหาจุดประสงค์ในการเดินทางของเฉินตงในครั้งนี้ ถือว่าไม่ใช่เรื่องยาก
ยิ่งไปกว่านั้น เย่หยวนชิวและเย่หลิงหลงเองก็รู้แก่ใจดีว่า เฉินตงกับกู้ชิงหยิ่งเข้าใจผิดกันด้วยเรื่องใด
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของสองปู่หลานก็คือ พวกเขาฟังคำขู่ของเขาคนนั้นและยอมเดินทางกลับมายังอีกซีกโลกหนึ่งแล้ว
แต่ไม่ช้า เฉินตงกลับตามมาติดๆ
มิหนำซ้ำยังกลายมามีสภาพอย่างเช่นตอนนี้อีก
เดิมที เธอตั้งใจที่จะติดต่อกู้ชิงหลินให้มารับเขา
แต่คุณปู่และหลงโถวห้ามเอาไว้
การลอบสังหารนี้ไม่ปกติ หากส่งตัวเฉินตงไปที่ตระกูลกู้อย่างง่ายดาย เกรงว่าจะเกิดการลอบสังหารอีกครั้งหนึ่งขึ้น ถึงขั้นอาจทำให้ตระกูลกู้ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย