ตอนที่ 163
[ตอนที่ 163 ชำระล้าง]
October 28, 2026
หลังจากแยกกับวายุยี่หวาก็เดินกลับมานั่งรอเข้าฉาก ซึ่งคณพศก็ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับเธออีก ส่วนวายุเมื่อเห็นว่ายี่หวาไม่ได้สนใจเขาก็ไม่คิดที่จะฝืนตัวเองอยู่ใกล้ผู้หญิงคนอื่นอีก ยิ่งตอนนี้ยี่หวากำลังโกรธเขาอยู่ด้วย ขืนยังเป็นแบบก่อนหน้ามีหวังคืนนี้ได้นอนนอกห้องแน่
“บรรยากาศระหว่างเรากับสามีทำไมมันแปลกๆ” พีรพัฒน์ถามขึ้นเมื่อหันไปเห็นวายุกำลังนั่งมองมาทางยี่หวาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างที่เขาไปเข้าฉากเนี่ย
“พี่พีชไปเป่าหูอะไรคุณวายุย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจนะ” คิดว่าเธอไม่รู้หรือไง เพราะคนอย่างวายุไม่มีทางที่อยู่ๆ จะทำเรื่องไร้สาระแบบนี้เองแน่ๆ แล้วคนที่เขาจะเก็บคำพูดมาคิดก็คงไม่พ้นพี่ชายเธอที่ดูน่าเชื่อถือ
“เอ่อ…เรารู้แล้วเหรอ”
ยี่หวาไม่สนใจพีรพัฒน์รีบลุกขึ้นเดินไปเข้าฉาก เพราะนี่เป็นฉากสุดท้ายที่เธอต้องถ่ายวันนี้แล้ว จะได้กลับไปจัดการกับท่านประธานที่เล่นอะไรเป็นเด็กสักที…
“วันนี้เหนื่อยหน่อยนะทุกคน” ผู้กำกับพูดขึ้นหลังจากที่การถ่ายทำวันนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ก่อนจะหันไปพูดกล่าวขอบคุณวายุด้วยท่าทีนอบน้อม “ขอบคุณท่านประธานมากนะครับที่ให้เกียรติมาดูการถ่ายทำในวันนี้”
ซึ่งเขาเพียงแค่พยักหน้าตอบกลับเท่านั้น
แต่ดูเหมือนทุกคนจะลืมเรื่องสำคัญไป เพราะเพียงแค่ก้าวขาออกมาจากห้องถ่ายทำนักข่าวเกือบทุกสำนักก็กรูกันเข้ามาหานักแสดงแต่ละคนทันที แต่เพราะการเข้ามากะทันหันของนักข่าว ทำให้ปริ้นเซสเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดของวายุ นักข่าวไม่รอช้ารีบกดถ่ายภาพทันที
“ขอโทษค่ะท่านประธาน” ปริ้นเซสรีบขอโทษวายุด้วยท่าทางเขินอายและเสียงอ่อนหวาน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้วายุรู้สึกอะไร แถมยังรีบจับไหล่แล้วดันเธอออกอย่างรวดเร็ว แต่คงเป็นเพราะสีหน้าวายุเรียบเฉยพวกนักข่าวจึงไม่สามารถคาดเดาใดๆ ได้ คงต้องกลับไปตีข่าวใส่ไข่เอง
ยี่หวาที่หันไปเห็นภาพนั้นพอดีก็เผลอกัดปากตัวเองจนเลือดออก แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้สึกตัว เดวิลที่เห็นจึงหยิบทิชชูในกระเป๋าแล้วส่งให้เธอ ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ “ปาก”
ยี่หวาจึงรู้ได้ทันทีว่าเขาต้องการจะสื่อถึงอะไร ก็ไม่รอช้ารีบหยิบทิชชูมาเช็ดเลือดที่ปากตัวเอง “ขอบคุณ”
“สรุปทั้งสองคนเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหมคะ” นักข่าวคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ไม่รอช้ารีบถามขึ้นอย่างตื่นเต้น
“เป็นเพื่อนกันค่ะ” ยี่หวาตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่น้ำเสียงหนักแน่น ทำเอานักข่าวถึงกับไม่กล้าถามต่อ ดังนั้นพวกเขาจริงเปลี่ยนคำถามแทน
“จะว่าไปในประวัติของยี่หวาก็ไม่ได้มีบอกสถานะไว้ ไม่ทราบว่าคุณพอจะบอกได้ไหมว่าตอนนี้คุณโสดอยู่หรือเปล่า เพราะตั้งแต่ที่คุณเข้าวงการมาก็เห็นมีหนุ่มๆ ข้างกายตลอด”
วายุที่ได้ยินคำถามดังกล่าวก็หันไปมองยี่หวาอย่างลืมตัว เพราะตอนนี้เขากำลังตื่นเต้น ไม่รู้ว่ายี่หวาจะตอบกลับไปว่าอะไร
“สถานะของหวา…ไม่โสดค่ะ”
สิ้นเสียงยี่หวานักข่าวทุกคนก็ส่งเสียงฮือฮาออกมา “คุณเพิ่งมาบอกตอนนี้ไม่เท่ากับว่าก่อนหน้านี้ปิดบังสังคมเหรอคะ”
“ประการแรกหวาเพิ่งเข้าวงการมา สองหวาคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะคงไม่มีใครอยู่ๆ ก็ประกาศออกมาว่าตัวเองโสดหรือไม่โสดนอกจากจะมีคนถาม ซึ่งคำถามนี้หวาก็เพิ่งได้รับเมื่อครู่นี้เองค่ะ”
“ไม่ทราบว่าบอกได้ไหมครับว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” นักข่าวคนหนึ่งถามด้วยท่าทางเศร้าๆ คงจะผิดหวังสินะ แต่ก็ช่างเถอะเพราะตอนนี้ความรู้สึกของวายุสำคัญกว่า อยู่ต่อหน้าเขาแบบนี้จะให้เธอพูดว่าโสดได้ยังไง
ยี่หวาที่มัวแต่นึกถึงวายุจึงเผลอตอบตามความรู้สึกของตัวเองออกไป “เป็นคนที่หวารักค่ะ”
“เอ่อ…ไม่ทราบว่าพอจะบอกเป็นชื่อได้ไหมครับ” นักข่าวถึงกับพูดไม่ออก ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ดูเข้าถึงยากคนนี้จะกลายเป็นคนคลั่งรักแบบนี้
“ทุกคนรู้จักกันดีค่ะ แต่หวาขอยังไม่บอกชื่อนะคะเพื่อความเป็นส่วนตัวของเขา” อันที่จริงยี่หวาก็อยากจะบอกชื่อไปเลยนะ แต่ดันเหลือบไปเห็นสายตาของพี่ชายตัวเองเสียก่อน
โอเค…ยังไม่บอกก็ได้
ส่วนวายุที่ได้ยินแทบจะส่ายหน้าปฏิเสธ เขาไม่ได้ต้องการความเป็นส่วนตัวสักนิด แต่ในเมื่อยี่หวายังไม่พูดออกไป งั้นเขาก็คงทำได้แค่ยืนอยู่เฉยๆ
“ถ้าอย่างนั้นพอจะบอกได้ไหมคะว่าใช่คนในวงการไหม”
“ไม่ใช่ค่ะ”