ตอนที่ 166
[ตอนที่ 166 หม่ามี๊สำคัญที่สุด]
October 28, 2026
เช้าวันเสาร์
ในที่สุดก็ถึงวันเสาร์ที่เรนจิรอคอย วันนี้เขาจะได้ไปออกเดตกับหม่ามี๊แค่สองคนโดยไม่มีแด๊ดดี้ เป็นอะไรที่มีความสุขที่สุด!
ยี่หวาลืมตาขึ้นเพราะรู้สึกได้ว่าเด็กน้อยในอ้อมกอดเธอกำลังขยับตัว “คนเก่งตื่นแล้วเหรอ?”
“ครับ! เรนไปอาบน้ำก่อนนะ”
วายุได้ยินเสียงลูกชายก็ลืมตาขึ้นอย่างมึนงง ทำไมวันนี้เจ้าลูกชายดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษ คิดถึงปู่กับย่าขนาดนั้นเลยหรือไง “จะรีบไปไหน ปู่กับย่าไม่หนีไปไหนหรอก”
“ไม่เกี่ยวกับพ่อสักหน่อย!” เรนจิตะโกนขึ้นอย่างไม่สนใจ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที
“วันนี้ฉันจะไปเที่ยวกับเรนสองคนนะ เมื่อวานฉันโทรไปบอกพ่อคุณแล้ว ท่านไม่ว่าอะไร แถมยังสนับสนุนให้พาเรนไปเที่ยวด้วย”
“แล้วฉัน?” วายุถามขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยใจ นี่ภรรยาเขาแอบไปวางแผนกับลูกชายตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมยังไม่ชวนเขาอีกด้วย
“คุณก็ไปอยู่กับพวกท่านแทนเรนแล้วกัน คุณไม่ค่อยจะกลับบ้านเลย ตอนนี้ไม่มีดาหลาแล้วคุณควรกลับไปหาพวกท่านบ้างนะ”
“ขอไปด้วย” วันหยุดทั้งทีเขาเองก็อยากจะอยู่กับภรรยานะ เพราะปกติแล้วแม้จะเป็นเสาร์อาทิตย์ยี่หวาก็ไม่ได้หยุดงาน
“ไม่ค่ะ วันนี้ฉันจะไปกับเรนแค่สองคน” ยี่หวาพูดด้วยน้ำเสียงเน้นย้ำ แต่พอสังเกตสีหน้าวายุแล้วเธอก็ต้องรีบพูดดักขึ้นมาก่อน “ห้ามแอบตามเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นก็นอนนอกห้องไปเลยหนึ่งอาทิตย์”
“งั้นขอวันอาทิตย์”
“เสียใจด้วย วันอาทิตย์ฉันมีเข้าฉาก”
สุดท้ายวายุก็ต้องยอมให้ยี่หวาไปเที่ยวกับเรนจิสองคน ส่วนตัวเขาก็ต้องมานั่งให้แม่กับพ่อตัวเองมองหน้า “มีอะไรครับ”
“นานๆ จะเห็นสีหน้าแกแสดงความรู้สึกออกมา แถมความรู้สึกดูเหมือนจะน้อยใจอย่างกับลูกสุนัขที่ถูกทอดทิ้งด้วย ขนาดแม่เป็นแม่แท้ๆ ยังไม่เคยเห็นเลย” พิชญ์สิณีพูดออกมาอย่างปลื้มปริ่ม แม้ในใจอดที่จะสงสารไม่ได้
วายุไม่สนใจแม่ตัวเองนั่งดูหนังที่ยี่หวาเคยแสดงต่อไป แถมยังกรอดูแต่ฉากที่มีเธอเท่านั้น พอจบก็วนซ้ำอีกรอบ จนธวัฒน์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องพูดขึ้น “รอบที่ยี่สิบ…พอได้แล้วมั้ง ถ้าคิดถึงมากก็ไปหาสิ”
“ไม่อยากนอนนอกห้อง”
“สมกับเป็นภรรยาของแกจริงๆ เพราะชาตินี้ทั้งชาติถ้าไม่ใช่ยี่หวาก็คงไม่มีใครกล้าทำแบบนี้แล้ว”
ทำไมวันนี้เวลามันเดินช้าแบบนี้!!!!
“โห! ปลาเต็มไปหมดเลย หม่ามี๊ดูปลาตัวนั้นสิครับ ตัวใหญ่มากเลย” เรนจิวิ่งนำหน้ายี่หวาพร้อมกับชี้ไปยังฉลามบนหัวที่กำลังว่ายน้ำอยู่อย่างตื่นเต้น
“มันคือปลาอะไรรู้ไหม”
“ปลาฉลามครับ” เรนจิตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นี่ถ้าคนถามไม่ใช่หม่ามี๊เขาคงบ่นในใจแล้ว แต่ถ้าเป็นหม่ามี๊หากชี้ไปที่ส้มเขาก็จะตอบส้ม
เธอลืมไปเลยว่าลูกเธอฉลาดเกินเด็ก 5 ขวบ ดูเหมือนว่าคำถามก่อนหน้าจะง่ายไปหน่อย “แล้วรู้ไหมว่ามันคือฉลามอะไร”
“รู้ครับ! ที่กำลังว่ายอยู่คือฉลามครีบดำตามลักษณะเฉพาะเลยครับ ส่วนตัวที่นอนไม่สนโลกคือฉลามพยาบาล”
ยี่หวาเข้าไปอุ้มเรนจิขึ้นไว้ในอ้อมกอด พร้อมกับหอมแก้มเขาหนึ่งทีผ่านผ้าปิดปาก “ลูกชายหม่ามี๊ฉลาดสุดๆ ไปเลย”
“ฉลาดเหมือนหม่ามี๊”
“แต่หม่ามี๊ว่าเรนน่าจะฉลาดเหมือนพ่อเขานะ”
“เหมือนหม่ามี๊มากกว่าครับ” เรนจิกดเสียงต่ำลงเป็นการเน้นย้ำ แต่ใบหน้ายังคงยิ้มแย้มเพื่อกดดันยี่หวา
“โอเคๆ เหมือนหม่ามี๊ พูดได้ถูกต้อง งั้นเรามาถ่ายรูปกับฉลามเอาไปฝากคุณปู่คุณย่าของเรนกันเถอะ” เหนื่อยใจจริงๆ เมื่อไหร่สองพ่อลูกคู่นี้จะรักกันกว่านี้นะ คนกลางก็ท้อเป็นเหมือนกัน