ตอนที่ 170
[ตอนที่ 170 ภรรยาผมจะธรรมดาได้ยังไง]
October 28, 2026
วายุที่กำลังนอนอยู่ลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะอยู่ๆ ก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา และเมื่อเห็นว่าคนที่ควรจะนอนอยู่ข้างเขาตอนนี้กลับไม่มีก็ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นแล้วเดินตามหายี่หวาจนทั่วห้อง
“ยี่หวา!”
แต่ก่อนที่สติวายุจะเตลิดไปมากกว่านี้เขาก็นึกขึ้นได้ว่ายี่หวาอาจจะไปรับเรนจิ จึงรีบเดินไปหยิบมือถือแล้วโทรหาเธอทันที “พ่อเหรอ?”
วายุขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินเสียงของลูกชายตัวเอง “เรน? แล้วหม่ามี๊ของลูกล่ะ”
“หม่ามี๊หลับอยู่”
“เกิดอะไรขึ้น?” วายุถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
“…” เรนจิเงียบไปเพราะไม่กล้าบอก เขากลัวว่าพ่อจะเป็นห่วงเขาอีกคน จึงเปลี่ยนเรื่องแทน “พ่อรีบมาหาผมกับหม่ามี๊ได้ไหม”
“อีกครึ่งชั่วโมงถึง” วายุว่าจบก็กดวางสาย ต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ เพราะฟังจากน้ำเสียงลูกชายก็รู้สึกได้ว่าเสียงสั่นๆ และแม้ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่เป็นไร แต่เขาก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี
ทันทีที่วายุมาถึงบ้านใหญ่ เขาก็เดินสวนกับรชานนท์ที่กำลังจะกลับ “ท่านประธาน สวัสดีครับ”
ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริงๆ ด้วย แต่ในเมื่อคนตรงหน้าเขากำลังจะกลับก็แสดงว่าไม่มีใครเป็นอะไร วายุไม่ได้สนใจรชานนท์รีบเดินขึ้นไปบนห้อง และพอเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นเรนจิกำลังนอนมองยี่หวาที่กำลังหลับอยู่บนเตียง
“พ่อ” เรนจิลุกขึ้นนั่งพร้อมกับเรียกวายุด้วยเสียงเบา เพราะกลัวว่ายี่หวาจะตื่น
“สรุปเกิดอะไรขึ้น”
“หม่ามี๊ช่วยผมที่เกือบจะตกบันไดครับ…” เรนจิก้มหน้าพูดออกมาเสียงเบา มือทั้งสองข้างกำแน่น
วายุเดินไปข้างเตียงก่อนจะวางมือไว้บนหัวเรนจิ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ลูกไม่เป็นอะไรนะ”
“ผมไม่เป็นไรครับ”
“ดีแล้วที่ปลอดภัย” วายุรู้ว่าตอนนี้เรนจิรู้สึกผิดมากพอแล้ว เขาจึงไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะยี่หวาก็คงพูดไปหมดแล้ว “ลูกยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม ปล่อยให้เธอนอนพักเถอะ”
“ครับ”
วายุอุ้มลูกชายขึ้นก่อนจะใช้สายตาสังเกตบนร่างกายยี่หวา เมื่อเห็นว่าไม่มีรอยแผลอะไรก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่เธอหลับคงเป็นเพราะตกใจมากสินะ แถมช่วงที่ผ่านมาเธอก็ถ่ายหนังตลอดจนไม่มีเวลาได้พักเลย
“ยี่หวาเป็นยังไงบ้าง ทำไมไม่ได้ลงมาด้วยกัน” พิชญ์สิณีถามขึ้นเมื่อเห็นแค่วายุกับเรนจิเดินเข้ามาในห้องทานอาหาร
“ให้เธอพัก” วายุพูดพร้อมกับวางเรนจิลงบนเก้าอี้ เพราะเขารู้ว่าเจ้าตัวเองก็ไม่ได้อยากให้เขาอุ้มนานนักหรอก
“เรนคงหิวแย่แล้วใช่ไหม วันนี้ย่าให้คนทำของโปรดเรนไว้เต็มเลย”
เรนจิพยักหน้า ทั้งที่ความจริงเขาไม่อยากกินอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากหม่ามี๊ตื่นมาแล้วรู้ว่าเขาไม่ยอมทานข้าวจะต้องเป็นห่วงเขาอีกแน่
และทันทีที่เรนจิกินเสร็จเขาก็ไม่รอช้ารีบเดินขึ้นไปบนห้อง เพราะเมื่อวานเขาได้อยู่กับหม่ามี๊น้อยมาก วันนี้จึงต้องอยู่ชดเชยในส่วนของเมื่อวานสักหน่อย
“จะว่าไปภรรยาแกเป็นแค่ดาราจริงเหรอ” ธวัฒน์ถามขึ้นเพราะเขายังสงสัยเรื่องก่อนหน้านี้อยู่
“ทำไม” วายุตอบกลับด้วยเสียงเรียบ
“ทักษะร่างกายดูไม่ธรรมดา”
“ภรรยาผม” วายุพูดออกมาสามคำ ซึ่งธวัฒน์ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเจ้าลูกชายคงจะหมายถึง ‘ภรรยาผมจะธรรมดาได้ยังไง’
พิชญ์สิณีถึงกับกุมขมับ ลูกชายเธอได้นิสัยของใครมากันล่ะเนี่ย ซึ่งคำตอบที่ได้มาก็ทำให้สองผู้เฒ่าไม่อยากถามอะไรต่อ เพราะดูแล้ววายุเองก็คงจะไม่ยอมบอกอะไรแน่ๆ “จะว่าไปแม่ได้ข่าวมาว่าบริษัทของดนัยณัฐอีกไม่นานอาจจะต้องปิดตัวลง”
“แล้ว?”
“ปะ…เปล่า ก็แค่บอกข่าวที่ได้มาเฉยๆ” พิชญ์สิณีอยากจะถามว่ายี่หวาไม่สนใจไปสานต่อเหรอ เพราะยังไงเธอก็เป็นลูกสาวของเขา แต่พอเห็นสีหน้าวายุแล้วไม่กล้าถามอะไรออกมาเลย
“วันนี้จะค้างที่นี่” ว่าจบวายุก็ลุกและเดินขึ้นไปบนห้อง เพราะเขาไม่อยากอยู่คุยกับแม่ตัวเอง คิดว่าเขาไม่รู้จุดประสงค์ที่แม่ต้องการจะสื่อหรือไง ขืนยี่หวาไปรับช่วงต่อมีหวังเวลาเธอกับเขาได้เหลือน้อยกว่านี้แน่ แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพราะเธอตัดขาดกับทางนั้นแล้ว
ยี่หวาลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าข้างซ้ายมีลูกชายสุดที่รักนอนหลับอยู่ ส่วนข้างขวาก็มีคุณสามีกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ ซึ่งมือข้างหนึ่งของเขาก็วางอยู่บนหัวเธอ “กี่โมงแล้วคะ?”
“ห้าโมงเย็น”
“ฮะ? นี่ฉันหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ยี่หวาเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าตัวเองที่หลับตั้งแต่เช้าจะเพิ่งตื่นตอนนี้