ตอนที่ 171
[ตอนที่ 171 ฉันจะไม่รบกวนสามีฉัน]
October 28, 2026
ขณะที่ยี่หวากำลังนั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับสองผู้เฒ่าในมื้อเย็นอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น
ทำไมสถานการณ์ถึงได้รู้สึกคุ้นๆ แบบนี้ หวังว่าคนที่โทรมาจะไม่ใช่พี่พีชอีกหรอกนะ แต่เมื่อยี่หวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู มันก็เป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ
“ขออนุญาตไปรับโทรศัพท์นะคะ” ยี่หวาพูดขึ้นก่อนจะเดินออกมาจากห้องทานอาหาร “ทำไมพี่ถึงได้โทรมาถูกจังหวะตลอดเลย”
“อ่าวเหรอ? ขอโทษที” พีรพัฒน์ขอโทษเพราะรู้ว่าน้องสาวตัวเองกำลังประชด
“ช่างเถอะค่ะ ว่าแต่มีเรื่องอะไรงั้นเหรอคะ”
“อาทิตย์หน้าที่บ้านจะมีงานเลี้ยง เราว่างใช่ไหม”
“ขอโทษนะคะ พอดีอาทิตย์หน้าหวาต้องไปต่างประเทศ เพราะงานแฟชั่นโชว์โอต์กูตูร์ใกล้เข้ามาแล้ว ว่าแต่เป็นงานเลี้ยงอะไรคะ สำคัญมากไหม” เธอก็ถามไปอย่างนั้นแหละ เพราะถึงงานเลี้ยงนั้นจะสำคัญยังไง เธอก็ไม่มีทางพลาดงานแฟชั่นโชว์ได้อยู่แล้ว
“อันที่จริงก็เป็นงานเลี้ยงที่สำคัญมาก แต่ไม่เป็นไร เอาไว้เราเสร็จงานจากตรงนั้นเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีก็ได้” ในเมื่อเจ้าของงานไม่อยู่ ก็ไม่มีเหตุจำเป็นให้ต้องจัดงาน
“ขอโทษด้วยนะคะ งั้นแค่นี้ก่อนนะ” ยี่หวาไม่อยากถามให้มากความจึงตัดจบบทสนทนา เพราะเธอต้องไปกินข้าวต่อ
“อืม โอเค”
แต่ยังไม่ทันที่ยี่หวาจะได้เดินกลับไปทานข้าว ก็มีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้เป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก “สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่านั่นใช่คุณยี่หวาลูกสาวของประธานดนัยณัฐไหมครับ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากปลายสาย ทำเอายี่หวาถึงกับต้องขมวดคิ้ว
“ฉันคือยี่หวา แต่ไม่ใช่ลูกของผู้ชายคนนั้นค่ะ” ที่เธอไม่ได้ปฏิเสธทั้งหมด เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมีธุระด่วนอะไรกับเธอหรือเปล่า
“ขอโทษที่โทรมารบกวนนะครับ พอดีเรื่องของคุณยี่หวากับท่านประธานดนัยณัฐผมพอจะทราบจากในข่าวมาบ้างแล้วครับ...”
“คุณเป็นใคร? สรุปว่ามีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” ยี่หวาไม่อยากฟังคนอื่นพูดถึงผู้ชายคนนั้น จึงบอกให้อีกฝ่ายเข้าประเด็นทันที
“ก่อนอื่นเลยนะครับผมชื่อฐิตธีร์ เป็นเลขาของประธานดนัยณัฐ” พอฐิตธีร์พูดชื่อดนัยณัฐขึ้นมาก็รู้สึกว่าปลายสายเงียบมากกว่าเดิม จึงรีบเอ่ยอย่างร้อนรน “เอ่อ…ขอร้องนะครับ อย่าเพิ่งวางสายผมเลยกรุณาฟังผมพูดให้จบก่อนได้ไหมครับ พอดีตอนนี้ที่บริษัทกำลังแย่มากเลยครับ เนื่องจากมีข่าวว่าท่านประธานถูกจับ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่สั่งซื้อถูกยกเลิกออร์เดอร์รัวๆ เพราะทางนั้นกลัวว่าจะเสียชื่อเสียงไปด้วย แถมเหล่าผู้ลงทุนก็ทยอยกันถอนหุ้น ไม่เพียงเท่านั้นหุ้นในตลาดยังตกฮวบอีก ทำให้ตอนนี้บริษัทใกล้จะล้มละลายแล้วครับ...”
“แล้ว?” ยี่หวาไม่เข้าใจว่าบริษัทของผู้ชายคนนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ
“ผมรู้ว่าคุณคงไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับบริษัทของท่านประธาน แต่ท่านประธานได้ทำสัญญามอบหุ้น 70% ให้คุณ ทำให้ตอนนี้คุณกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และมีสิทธิ์เข้ามาบริหารต่อครับ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถอะครับ พวกเราไม่อยากตกงานจริงๆ พนักงานหลายพันชีวิตกำลังรอความช่วยเหลือจากคุณอยู่ ช่วยพวกเราด้วยเถอะครับ”
“คุณรู้ใช่ไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร”
“คะ...ครับ?”
“คุณคิดว่าฉันที่เพิ่งจะอายุ 24 ปี จะมีความสามารถขนาดที่อยู่ๆ ก็จะให้ไปบริหารบริษัทใหญ่ๆ แบบนั้นเหรอคะ? คุณคิดว่าเด็กอย่างฉันจะสามารถดูแลพนักงานนับพันคนได้จริงๆ เหรอ”
“ผมได้ข่าวมาว่าคุณยี่หวาเองก็กำลังคบหากับท่านประธานภูวิศ...”
“เหตุผลที่คุณเพิ่งโทรมาหาฉันก็เพราะได้ข่าวนี้สินะ คุณคิดจะให้ฉันรบกวนประธานบริษัทพิชญไพศาลกรุ๊ปที่มีงานมากมายจนนับไม่ถ้วนในมืออยู่แล้วเหรอคะ”
“ขอโทษครับ!!! พวกเราเองก็พยายามเต็มที่แล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลยครับ พอได้ข่าวนี้ก็เลย...ได้โปรดเถอะครับ ช่วยพวกเราด้วยครับ พวกเราใกล้จะไม่สามารถยื้อบริษัทได้แล้ว”
“ไม่ค่ะ...” ยี่หวายังพูดไม่ทันจบ ก็โดนอีกฝ่ายแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ขอร้องเถอะนะครับ! ขอร้อง...”
“ฉันจะไม่รบกวนสามีฉันค่ะ ถ้าคุณอยากให้ฉันรับช่วงต่อจริงๆ คุณต้องเชื่อใจฉัน ทำได้ไหมคะ?”
“ครับ!!! ผมเองก็จะสนับสนุนคุณเต็มที่” แม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจในตัวของเด็กคนนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยถ้าบริษัทเปลี่ยนผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นภรรยาของประธานภูวิศ เขาเชื่อว่ารายได้ที่หายไปจะต้องกลับมาอย่างแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้คุณช่วยส่งข้อมูลของบริษัทมาให้ฉันด้วย ขอพวกงบการเงินกับรายชื่อและสัดส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด เดี๋ยวฉันจะส่งเมลไปให้ทาง SMS แล้วก็พรุ่งนี้ฉันจะขอเข้าไปดูบริษัทก่อนค่ะ”
“ได้ครับ!”
ยี่หวากดวางสายก่อนจะถอนหายใจออกมา อันที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากจะเข้าไปยุ่งนักหรอก แต่เธอสงสารพนักงานอีกหลายพันชีวิตที่ไม่รู้เรื่องอะไร
หลังจากที่ยี่หวาคุยโทรศัพท์เสร็จก็เดินกลับมาที่ห้องทานอาหาร ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเรนจิเองก็ไม่ได้ถามอะไรเธอเหมือนครั้งก่อน คงเป็นเพราะเขารู้แล้วว่าการถามแบบนั้นเป็นการเสียมารยาท แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะลืมไปว่าตอนนี้เธอไม่ใช่คนนอกแล้ว
ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว...
พอกินข้าวเสร็จยี่หวาก็ขอตัวขึ้นไปบนห้อง โดยอ้างว่ามีงานที่ต้องสะสาง ซึ่งวายุก็คงจะคิดว่าเป็นงานออกแบบของเธอเลยไม่รบกวน ส่วนเรนจิเองก็ไม่ได้ขึ้นไปกวนเหมือนกัน สองพ่อลูกจึงนั่งดูหนังกับพิชญ์สิณีและธวัฒน์อยู่ข้างล่าง