ตอนที่ 172
[ตอนที่ 172 ยินดีกับเธอที่เจอคนที่ทำให้มีความสุข]
October 28, 2026
ขณะที่วายุกำลังนั่งดูหนังอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ซึ่งปลายสายก็เป็นสายที่เขารอคอย แม้ว่าความจริงแล้วจะไม่อยากรอก็เถอะ “เธอว่ายังไงบ้าง”
“ก็แค่ให้ช่วยหาคู่ค้า...” ฮาเดสเงียบไปเพราะเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “แล้วทำไมผมต้องมาคุยกับคุณด้วย!”
“ช่วยยี่หวา”
“แค่เงินไม่กี่พันล้าน” เขาก็ช่วยเธอได้แล้วทำไมเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย สามีภรรยาคู่นี้มันอะไรกัน อีกคนกลัวว่าจะรบกวนสามี อีกคนก็อยากช่วยภรรยาแต่ก็กลัวว่าเธอจะรู้
“คุณคงไม่อยากให้ผมระงับการขนส่งสินค้าครั้งนี้แทนที่จะช่วยหรอกใช่ไหม?”
“ขู่งั้นเหรอ?”
“คุณรู้ดี”
ฮาเดสถึงกับพูดไม่ออก เพราะก่อนหน้านี้เขาเองก็ขาดทุนไปหลายหมื่นล้านแล้วกับผู้ชายคนนี้ “ผมอุตส่าห์คุยกับอาซาเลียให้แล้ว คิดจะหักหลังอย่างนั้นเหรอ”
“ผมจะส่งคู่ค้าให้คุณในเมล อย่าลืมส่งให้เธอด้วย” ว่าจบวายุก็ตัดสายทิ้ง เพราะเขาก็ไม่อยากจะคุยกับศัตรูของตัวเองนักหรอก
ก่อนหน้านี้ที่ยี่หวาเดินออกไปรับโทรศัพท์ตอนทานข้าว เป็นเพราะว่าเธอออกไปนานเกินไปเขาก็เลยตั้งใจจะออกไปดู แต่ก็ดันได้ยินเรื่องที่เธอน่าจะพูดกับคนของบริษัทดนัยณัฐเข้า และเขาก็คิดไว้อยู่แล้วว่ายี่หวาคงจะไม่ขอความช่วยเหลือจากเขาแน่ๆ และคนที่จะสามารถช่วยเรื่องเงินทุนเธอได้ก็คงหนีไม่พ้นฮาเดสที่เธอดูสนิทที่สุดแล้ว ดังนั้นเขาก็เลยส่งข้อความไปหาฮาเดสและขอความช่วยเหลือ แม้ตอนแรกเจ้าตัวจะปฏิเสธแต่เขาก็ยื่นขอเสนอที่จะช่วยขนย้ายสินค้าในครั้งนี้ และหมอนั่นก็ยอมตอบตกลงแต่โดยดี
ดูเหมือนว่าการขนส่งครั้งนี้จะสำคัญมาก ถ้าเขาเข้าไปทำลายอีกล่ะก็ ไม่แน่ว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะต้องเสียเครดิตรายใหญ่เลยก็ได้
หลังจากที่ฮาเดสวางสายวายุก็กระดกเหล้าเข้าปากทันที คุยกับสามีภรรยาคู่นี้แล้วอยากจะบ้าตาย ทำไมเขาต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้...
แต่ก็ช่างเถอะ
เพราะอาซาเลียก็ดูมีความสุขดีเวลาที่ได้อยู่กับผู้ชายคนนั้น รอยยิ้มของเธอผ่านกล้องตอนที่เปิดตัวเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่เคยยิ้มให้เขาเลย เพราะเวลาที่เธออยู่กับเขาก็มักจะเอาแต่ทำหน้าบึ้งหรือไม่ก็ร้องไห้แค่นั้น
ในเมื่อคนที่เธอเลือกรักเธอขนาดนั้น เขาที่มักจะอยู่กับเธอในเวลาเศร้าก็ควรที่จะยินดีกับเธอที่เจอคนที่ทำให้เธอมีความสุขสักที
กว่าจะรู้ว่ารักคืออะไร?
ก็ดูเหมือนว่าจะสายไปซะแล้ว...
เช้าวันต่อมา
ยี่หวาขับรถมายังบริษัทจิรภิญญากุล แค่ชื่อบริษัทเธอก็ไม่อยากจะเหยียบเข้ามาแล้ว สิ่งแรกที่เธอต้องทำเลยคือเปลี่ยนชื่อบริษัทนี้ซะก่อน
น่าแปลกที่เมื่อเช้าวายุอนุญาตให้เธอไปส่งเรนจิที่โรงเรียนโดยไม่ถามเธอเลยสักคำว่าจะไปไหนต่อ ทั้งที่ปกติเขามักจะให้เธอคอยรายงานอยู่ตลอดแท้ๆ
ทันทีที่ยี่หวาก้าวเท้าเข้ามาภายในบริษัท พนักงานเกือบทุกคนก็เดินออกมาต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง “สวัสดีค่ะ/ครับ! คุณยี่หวา”
“สวัสดีค่ะ รบกวนทุกคนช่วยทำตัวตามปกติด้วยนะคะ ฉันต้องการประเมินพวกคุณจะได้รู้ว่าควรปรับแก้ตรงไหนบ้าง เพราะฉันก็มีวิธีการบริหารของฉันเอง และที่สำคัญบริษัทนี้จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับพิชญไพศาลกรุ๊ป ถ้าใครไม่เชื่อมั่นในตัวฉันก็ยื่นใบลาออกได้เลยค่ะ ฉันจะจ่ายเงินชดเชยให้อย่างแน่นอน”
ว่าจบยี่หวาก็เดินผ่านทุกคนไปท่ามกลางความเงียบ เพราะเธอเองก็จะช่วยเฉพาะคนที่เชื่อใจเธอเท่านั้น
“คุณยี่หวาสวัสดีครับ” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกล่าวทักทายเธอด้วยท่าทางนอบน้อม ทำเอายี่หวาถึงกับต้องขมวดคิ้ว
“คุณคือ?”
“ผมฐิตธีร์เองครับ”
ยี่หวานิ่งไปสักพัก เพราะไม่คิดว่าคนที่เธอคุยโทรศัพท์ด้วยก่อนหน้านี้จะเป็นคุณลุงที่ดูเหมือนจะใกล้เกษียณแล้ว ถึงว่าทำไมเขาดูรักบริษัทนี้มากเพราะการที่จะหางานใหม่ได้ในวัยนี้ก็คงค่อนข้างยาก
“เอ่อ...สวัสดีค่ะ เรื่องที่ฉันบอกไปเมื่อวานเป็นยังไงบ้างคะ”
“ทุกคนยอมขายหุ้นทิ้งครับ ทางนี้คือห้องของท่านประธาน ผมทำการเคลียร์สถานที่ให้แล้วไม่ต้องห่วงครับ” เมื่อเช้าเขาต้องรีบมาที่บริษัทเพื่อจะเอาของของท่านประธานออกไปให้หมด
“ลำบากคุณแล้ว” ยี่หวาพูดพร้อมกับมองไปรอบๆ ห้องก็เห็นว่าภายในห้องไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าเคยเป็นห้องของผู้ชายคนนั้นมาก่อน
“ไม่ลำบากเลยครับ ส่วนนี่เอกสารสัญญาผมจัดการเตรียมไว้ให้หมดแล้วครับ” ฐิตธีร์ส่งแฟ้มให้ยี่หวา
“ขอบคุณค่ะ” ยี่หวาเดินไปนั่งบนโซฟาแทนที่จะเป็นเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงาน ซึ่งฐิตธีร์ก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ภายในใจก็รู้สึกอดสงสารท่านประธานไม่ได้ “จากที่ฉันดูงบที่คุณส่งมาให้เมื่อวานเหมือนว่าการเงินจะมีปัญหามาก่อนหน้านี้แล้วใช่ไหม”
“คะ...ครับ! ช่วงหลังๆ มานี้ท่านประธานลดการขายเฟอร์นิเจอร์ชุดเล็กเพราะต้องการที่จะประหยัดค่าขนส่ง บวกกับปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์ตามร้านค้าออนไลน์เป็นที่นิยมมาก และที่สำคัญพอมีข่าวไม่ดีของคุณดาหลาออกมาคนก็หายกว่าเดิม”
“ฉันขอดูรายละเอียดสินค้าของทางบริษัทหน่อยค่ะ” ยี่หวาไม่เคยสนใจบริษัทของดนัยณัฐ จึงไม่รู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เขาขายมีลักษณะแบบไหนบ้าง
“นี่ครับ”
แต่พอเธอเปิดดูรายละเอียดก็ต้องขมวดคิ้ว “ทำไมบริษัทใหญ่โตขนาดนี้กลับมุ่งเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าแค่สองกลุ่มเองคะ?”
“ท่านประธานต้องการเน้นยอดขายเยอะครับ” ฐิตธีร์ไม่อยากจะเชื่อว่าเพียงแค่ผู้หญิงคนนี้ดูรูปก็รู้แล้วว่าบริษัทมักจะขายสินค้าให้กับคนกลุ่มไหน