ตอนที่ 176
[ตอนที่ 176 ยอมไร้สาระถ้าเป็นเรื่องเธอ]
October 28, 2026
หลังจากที่ยี่หวาไปส่งเรนจิที่โรงเรียนเสร็จก็ตรงไปยังบริษัทเฮอฮวา ซึ่งฐิตธีร์ก็ออกมารับด้วยความนอบน้อมเช่นเคย “สวัสดีครับคุณยี่หวา นี่คือรายงานยอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา”
ยี่หวาหยิบมาเปิดดูพร้อมกับเดินดูพนักงานคนอื่นๆ ไปด้วย และดูเหมือนว่าครั้งนี้ทุกคนจะดูเกรงกลัวเธอมากกว่าเดิมซะอีก “ถ้าเทียบจากรายงานครั้งก่อนเหมือนว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นจากเดิมเยอะเลยนะ”
“ใช่ครับ เป็นเพราะคู่ค้าที่คุณยี่หวาหามาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างมาก แถมราคาก็ไม่สูงมากทำให้คนสั่งจำนวนเยอะ อีกทั้งทางหน้าร้านเองก็มีลูกค้าที่ซื้อแล้วไปขายต่อด้วย จนตอนนี้สินค้าเราเข้าไปตีตลาดคู่แข่งได้แล้ว”
“แต่ยอดขายทางออนไลน์ก็ยังน้อยอยู่…ถ้าอย่างนั้นเปิดรับสมัครช่างภาพสักสองสามคนให้ฉันด้วย”
“ทำไมครับ”
“แม้ว่าสินค้าเราจะมีบอกขนาดแล้วว่ากว้างสูงยาวเท่าไหร่ แต่ก็มักจะมีลูกค้าบางกลุ่มที่ยังไม่มั่นใจอยู่ดี เพราะฉะนั้นเราก็ต้องถ่ายภาพสินค้าเราคู่กับสินค้าอื่นที่พวกเขารู้จักดีอยู่แล้ว เพื่อให้พวกเขาได้รู้ขนาดโดยไม่ต้องกังวล ส่วนเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ก็หาพวกนางแบบนายแบบมาเทียบเอา”
“แล้วผมจะหานางแบบนายแบบจากที่ไหน เพราะคงไม่มีใครอยากมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทนี้หรอกครับ เพราะการเปลี่ยนชื่อทำให้ยอดขายก่อนหน้านี้ที่ได้ก็ล้วนแต่เป็นลูกค้าหน้าใหม่ที่ไม่รู้ประวัติของบริษัทนี้ทั้งนั้น” แถมผู้หญิงตรงหน้าเขาก็ไม่ยอมให้ประกาศออกไปด้วยว่าตอนนี้เธอเป็นเจ้าของแล้ว
“เรื่องนั้นฉันมีคนที่คิดไว้แล้วไม่ต้องห่วง หาช่างภาพให้ฉันก็พอ” ครั้งนี้ขอใช้งานพี่ชายตัวเองหน่อยแล้วกัน…
“ได้ครับ”
อีกด้านหนึ่ง
หญิงสาวคนหนึ่งกำลังกัดปากตัวเองพร้อมกับร้องไห้ด้วยความโกรธแค้นและโมโห ทำไมยัยยี่หวาถึงได้กลายเป็นเจ้าของแบรนด์เฮอเซนไปได้! เรื่องนี้มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ไม่จริง…ไม่มีทาง…ยัยนั่นก็แค่สร้างเรื่องโกหกขึ้นมาให้ตัวเองโด่งดังแค่นั้น
ต้องใช่แน่ๆ!
แกมันก็ขี้โกหกเหมือนกันล่ะวะ!
“แกมันเป็นตัวซวยในชีวิตฉัน เพราะมีแกเข้ามา ชีวิตฉันมันถึงได้พังพินาศแบบนี้ ในเมื่อฉันทุกข์ แกต้องทุกข์กว่าฉันเป็นร้อยเท่า!”
ดาหลาเดินไปหยิบมีดในห้องครัว ก่อนจะค่อยๆ ลับมีดให้คมกริบด้วยหินลับมีด…
“คนอย่างแกไม่ควรที่จะมีชีวิตอยู่ตั้งแต่แรก! แกน่าจะตายไปตั้งแต่เมื่อหกปีก่อนแล้ว ในเมื่อแกไม่ยอมตาย ฉันคนนี้ก็จะทำให้แกตายอีกรอบเอง”
เธออุตส่าห์ถวายร่างกายขอร้องผู้ชายคนนั้น แต่เขาก็ดันปฏิเสธเธอเพราะรู้ว่ายัยยี่หวาเป็นคนรักของคุณวายุ ในเมื่อผู้ชายกากๆ แบบนั้นช่วยเธอไม่ได้เธอก็ไม่ต้องการ เธอจัดการเองได้อยู่แล้ว!
ไหนๆ ชีวิตเธอก็พังแล้ว พังกว่านี้อีกจะเป็นไรไป…
“ทำอะไร!” เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ดาหลาถึงกับหน้าถอดสี ก่อนจะค่อยๆ หันไปมองคนที่อยู่ข้างหลังช้าๆ
!!!
วันนี้หนังที่ยี่หวาเล่นถูกฉายในโรงเป็นวันแรก ซึ่งใครจะไปคิดว่าคนดูจะเยอะขนาดที่คนเต็มทุกโรง ทำให้แม้แต่ยี่หวาเองก็หาซื้อตั๋วไม่ได้!
ก็ใครจะไปรู่ว่าจะมีการเปิดให้จองล่วงหน้าก่อน ปกติเธอไม่ค่อยได้ดูหนังด้วย ครั้งก่อนที่มาดูก็ซื้อหน้าโรงหนังปกติเลย
“พี่พีชมีตั๋วเหลือไหม” ยี่หวาเอ่ยถามพี่ชายที่อยู่ในสายโทรศัพท์
“พี่มาทำงานต่างจังหวัดเลยมีแต่โรงหนังนอกเมือง ได้ข่าวว่าพรุ่งนี้เรามีสัมภาษณ์รายการถ่ายทอดสดในช่วงเช้า เพราะงั้นพี่ไม่แนะนำให้เราไปด้วย ไม่ขอให้สามีเราหาให้ล่ะ”
“หาตั๋วหนังที่หวาเล่นฉากหวานกับเดให้นี่นะ?”
“อืม…นั่นสินะ วันที่เขามากองถ่ายก็ไม่ใช่ฉากรักด้วย”
“ไม่เป็นไร ไว้ค่อยดูพรุ่งนี้ก็ได้” ว่าจบยี่หวาก็กดวางสาย ก่อนจะดูเอกสารงานที่อยู่ตรงหน้าต่อ
แต่ในขณะที่ยี่หวากำลังนั่งทำงานอยู่นั้น ก็มีเสียงเอะอะโวยวายจากข้างนอก จนยี่หวาที่ทนไม่ไหวต้องเปิดประตูออกไปดู และก็พบกับคนที่ไม่น่าจะอยู่ที่นี่ได้
“นายมาทำอะไรที่นี่?”
“ก็เห็นพี่ชายเธอโทรมาบอกว่าเธอกำลังหาตั๋วหนัง ฉันที่อยู่แถวนี้พอดีก็เลยเอามาให้ แล้วก็จะลากเธอไปดูหนังด้วยเลยทีเดียว” เดวิลพูดพร้อมกับหยิบตั๋วหนังในกระเป๋ามาสะบัดไปมา
“นายมีตั๋วหนังได้ไง?”
“หนังเรื่องแรกที่ฉันแสดงเป็นพระเอกจะพลาดได้ไง ก็เลยจองไว้ตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว และก็รู้ว่าคนอย่างเธอต้องไม่สนใจอะไรแน่ๆ ก็เลยจองเผื่อไว้ให้”
“ขอบคุณ พอดีฉันยุ่งๆ ว่าแต่นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” เพราะเธอเองก็ไม่ได้บอกพี่พีชว่าเธออยู่ที่ไหนสักหน่อย อีกอย่างพี่พีชก็ยังไม่รู้ว่าเธอเข้ามาบริหารเฮอฮวาด้วย
“ผู้จัดการเธอ แล้วเธอทำงานเสร็จยัง หนังฉายรอบหนึ่งทุ่ม”
ยี่หวาก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือ ก็พบว่าตอนนี้เพิ่งจะห้าโมง “ยังมีเวลา นายยุ่งหรือเปล่า เข้ามารอในห้องก่อนไหม”
“อืม ก็ไม่มีธุระที่ไหน” จากนั้นเดวิลก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทางสบายใจ อย่างกับบ้านของตัวเอง “แล้วเธอไม่เหนื่อยหรือไงทำงานขนาดนี้ แค่นี้เงินที่มีก็ใช้ได้ยันชาติหน้าแล้วมั้ง”
“ชาตินี้ก็พอ ฉันเพิ่งจะซื้อหุ้นที่นี่เกือบพันล้าน เงินเก็บหายไปเยอะอยู่เหมือนกัน เพราะงั้นช่วงนี้เลยต้องขยันทำงาน”
“ฉันล่ะกลัวลูกเธอตอนโตจริงๆ แล้วคิดยังไงถึงได้เข้ามาบริหารที่นี่ ตอนรู้ข่าวฉันคิดว่าได้ยินผิดไปซะอีก”
“คำพูดเดียวกับที่ตอบนักข่าว”
‘ฉันแค่อยากเหมาะสมกับคนคนหนึ่ง’
“ไม่เคยเกลียดคู่รักคู่ไหนเท่าคู่นี้มาก่อน” เดวิลพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อก่อนก็ว่าโชว์สวีทมากแล้วนะ ทำไมตอนนี้ถึงได้พัฒนามากกว่าเดิมเสียอีกล่ะ
แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะมันทำให้เขาตัดใจได้ง่ายยิ่งขึ้น…
“เสร็จแล้ว จะไปไหม”
“ไปดิ รออะไรล่ะ”
“รอให้นายพูดจบไง”
หลังจากที่ยี่หวาดูหนังจบก็รีบกลับคอนโดทันที เพราะไม่อยากให้สองพ่อลูกต้องรอเธอนาน แถมช่วงนี้เธอก็ไม่ค่อยมีเวลาให้พวกเขาเลย
“กลับมาแล้วเหรอ หนังเป็นยังไงบ้าง” วายุเอ่ยถามพร้อมกับวางงานในมือที่กำลังทำอยู่
“ต้องให้ผู้ชมเป็นคนตัดสินค่ะ” ยี่หวาเดินไปเปิดโน้ตบุ๊กเพื่ออ่านคอมเมนท์ของคนอื่นๆ “เรนล่ะคะ? นอนแล้วเหรอ”
“กำลังอาบน้ำ”
“เรนจะคิดมากบ้างไหมคะ ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีเวลาให้เขาเลย” เพราะขนาดเวลาที่ต้องให้ตัวเธอเองยังไม่มีเลย
“เขาไม่ไร้สาระขนาดนั้น”