ตอนที่ 179
[ตอนที่ 179 ไม่มีใครโชคร้ายไปตลอด]
October 28, 2026
‘ก็เคยจมน้ำทะเล ส่วนอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่หวาพูดถึงก็คือตกหน้าผาค่ะ’
ประโยคนี้ทำให้ผู้คนที่อยู่ในห้องส่งถึงกับเงียบสงัด ตอนนี้จึงมีแต่ผู้ชมทางออนไลน์เท่านั้นที่พิมพ์ไม่หยุดมือ
[แน่ใจใช่ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นผี]
[นั่นสิ จมน้ำทะเลเลยนะ! เธอรอดมาได้ยังไง แล้วคนอะไรจะโชคร้ายขนาดนี้]
[ตอนเธอบอกว่าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไอเราก็คิดว่าบนท้องถนนธรรมดา ที่ไหนได้! ตกหน้าผา!!!]
[ขับรถตกหน้าผาแต่เธอก็ยังรอดมาได้ เธอห้อยพระอะไร แต่เอาจริงก็ไม่ซื้อหรอก ถึงเธอจะรอดแต่ก็โชคร้ายเกินไป น่ากลัว!]
[โชคดีที่จมน้ำครั้งที่สองแล้วความจำกลับมา แต่เธอก็คงไม่โชคร้ายขนาดที่จะความจำเสื่อมอีกรอบหรอกมั้ง]
[คนอะไรเป็นโรคความจำเสื่อมอย่างกับเป็นไข้หวัด]
[หนูต้องเข้าวัดบ้างนะลูก]
“แล้วคุณรอดมาได้ยังครับ หน้าผาคงลึกมากใครเป็นคนไปเจอคุณ”
“อันที่จริงหวาก็ไม่อยากเล่าเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะมันเหลือเชื่อเกินไป แต่ให้ผู้มีพระคุณของหวาได้เป็นที่รู้จักก็ดีเหมือนกัน” เผื่ออุทยานที่นั่นจะได้มีรายได้เพิ่มบ้าง
“คุณพูดแบบนี้ทำเอาผมอยากรู้เลยนะครับว่าเป็นใคร”
“ตอนนั้นหวาที่ขยับตัวไม่ได้เพราะร่างกายมีแต่บาดแผล แถมยังไม่ได้กินอะไรหลายวันอีก จริงๆ ก็คิดว่าหวาคงไม่รอดแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าอยู่ๆ ก็จะมีเสือตัวหนึ่งโผล่มาเลียแผลให้หวา และพอหวาขอร้องให้มันช่วยมันก็เดินหายไป รู้สึกตัวอีกทีหวาก็อยู่โรงพยาบาลแล้ว ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเสือตัวนั้นไปตามคนมาช่วยหวา น่าเหลือเชื่อไหมล่ะคะ”
“เอ่อ…ครับ เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ แล้วตอนนี้เจ้าเสือตัวนั้นอยู่ที่ไหนครับ”
“เสือตัวนั้นชื่อชาโคลค่ะ อยู่ที่เขตอุทยาน ถ้าไม่ติดว่าผิดกฎหมายหวาคงเอามันมาเลี้ยงที่บ้านแล้วค่ะ”
[งือออ~ เจ้าเสือ ขอบคุณที่ช่วยพี่ยี่หวานะ]
[ขอบคุณนะชาโคล ถ้าไม่ได้แกยี่หวาต้องแย่แน่ๆ ที่นั่นฝึกยังไงให้เสือฉลาดขนาดนี้ เผลอๆ ฉลาดกว่าคนอีก เพราะถ้าเป็นคนคงได้หลงป่าก่อนจะไปตามคนอื่นมาช่วยแน่]
[โอ๊ย! แอบอิจฉา ถ้าฉันเป็นยี่หวามันคงกินฉันเข้าไปทันทีที่เห็น เพราะคิดว่าเป็นเนื้อหมู]
[แม้แต่เสือยังยอมเธอเลย]
[บางทีก็แอบคิดนะ ว่าช่วงที่ยี่หวาลำบากขนาดนี้คุณภูวิศไปอยู่ไหน เธอต้องเผชิญปัญหาตั้งเท่าไหร่ ขนาดเธอตกหน้าผาคนที่ช่วยเธอกลับเป็นเสือ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเสือตัวนั้นเป็นเสือดุร้ายเธอไม่โดนมันกินแล้วเหรอ ยิ่งได้กลิ่นเลือดด้วย]
[เสือนะครับไม่ใช่ฉลาม อีกอย่างความสามารถในการดมกลิ่นของเสือก็ไม่ดีเท่าสัตว์กินเนื้อกลุ่มอื่น]
“ผมเคยดูตอนที่คุณสัมภาษณ์ครั้งแรก ตอนนั้นคุณยังพูดน้อยอยู่เลย เดี๋ยวนี้คุณพูดเก่งขึ้นนะครับ”
“ตอนนั้นหวาทำงานอยู่เบื้องหลังตลอด ก็เลยยังไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรยาวๆ เท่าไหร่ค่ะ”
“คุณเก่งมากเลยนะคะ ที่เผชิญเรื่องราวหลายอย่างมาได้ขนาดนี้ ตั้งแต่เรื่องพ่อของคุณ เรื่องที่คุณถูกใส่ร้ายและโดนแกล้งตั้งแต่เด็ก คุณที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ถ้าเป็นฉันคงรับไม่ไหว…ขอโทษนะคะ ขอถามคำถามเสียมารยาทหน่อยได้ไหมคะ”
“คะ?”
“คุณเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายบ้างไหมคะ”
ยี่หวาเงียบไปพร้อมจับที่ข้อมือตัวเองเบาๆ “ไม่เคยคิด…แต่เคยทำลงไปตอนที่ขาดสติ…”
!!!
เอาอีกแล้ว เรื่องก่อนหน้านี้ก็ช็อกไปทีหนึ่งแล้ว ไม่คิดว่ายังจะมีเรื่องให้ช็อกกว่าเดิมอีก ไม่แปลกเลยที่เรตติ้งรายการตอนนี้สูงสุดตั้งแต่เคยมีมา
[แงงงงง ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงขาดสติ บางทีคนเราเจอเรื่องโหดร้ายมาทั้งชีวิตขนาดนี้ก็ไม่ไหวหรอกนะ]
[พอได้ยินยี่หวาพูดแบบนี้แล้วหดหู่มาก แต่ก็คิดไว้บ้างอยู่แล้วว่าจะต้องมีเรื่องแบบนี้]
[นี่แหละที่เขาเรียกว่าฆ่าตัวตาย คนที่จะฆ่าตัวตายก็คือฆ่าเลย ไม่ใช่มานั่งโพสต์ประกาศบอกคนอื่นว่าจะฆ่าตัวตาย โพสต์ให้คนอื่นมาห้ามเขาเรียกว่าเรียกร้องความสนใจ]
[เห็นด้วย คนบ้าอะไรจะฆ่าตัวตายแล้วยังจะโพสต์เหมือนให้คนอื่นมาช่วย]
“อะไร…ที่ทำให้คุณเสียสติคะ”
“ถ้าหากมีผู้ชายหลายคนที่จ้องจะทำมิดีมิร้ายคุณกำลังเคาะประตูห้องอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งคุณเองก็เพิ่งกลับจากสถานีตำรวจเพราะเอาปากกาแทงคนที่กำลังจะล่วงเกินคุณเช่นกัน เป็นคุณที่เจอเรื่องเลวร้ายภายในวันเดียวยังจะอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไหมคะ”
[ไม่เอาแล้ว อย่าถามอะไรไปมากกว่านี้เลย แค่นี้ทิชชูก็หมดไปสองกล่องแล้ว ขอร้องล่ะ อย่าถามอะไรยี่หวาอีกเลย]