ตอนที่ 188
[ตอนที่ 188 ถ้าไม่เจอเธอ ฉันก็คงไม่คิดเรื่องแต่งงาน (ตอนจบ)]
October 28, 2026
หลังจากตรวจเสร็จยี่หวาก็ได้ใบตรวจครรภ์มาเป็นที่เรียบร้อย ถึงเธอจะบอกวายุว่าวันนี้จะไม่กลับบ้าน แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาจนได้ เพราะเธอเองก็ไม่มีที่ไปแล้วเหมือนกัน
แต่พอกลับมาถึงบ้านก็รู้สึกว่ามันมืดผิดปกติ สองพ่อลูกยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ ตอนนี้ค่ำแล้วนะ
พรึบ!
ทันทีที่ยี่หวาก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน ไฟก็สว่างขึ้นมาอัตโนมัติ แต่มันไม่ใช่หลอดไฟธรรมดา มันคือไฟตกแต่ง!
เธอบอกจะไม่กลับบ้านหน่อยถึงกับจัดปาร์ตี้เลยเหรอ?
“กลับมาแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากข้างหลังยี่หวา ซึ่งพอเธอหันไปดูก็พบว่าวายุยังคงอยู่ในชุดสูททำงานอยู่
“นี่มันอะไรกันคะ” ยี่หวาถามออกมาอย่างมึนงง พร้อมชี้ไปยังไฟตกแต่งหลากสีที่กำลังห้อยอยู่ทั่วบ้าน และพอสังเกตดีๆ บริเวณไฟนั้นก็มีรูปเธอติดอยู่เต็มไปหมด
“เรื่องในวันนี้ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ ที่ตะคอกใส่เธอ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ช่วงนี้ฉันรู้สึกหงุดหงิดง่ายมาก แล้วก็ขอโทษเรื่องที่เปลี่ยนยาของเธอ เรื่องนี้ฉันผิดจริงๆ ที่ไม่ยอมถามความเห็นเธอก่อน ฉันเห็นแก่ตัวเกินไป หวังว่าความผิดครั้งแรกและครั้งสุดท้ายนี้เธอจะยกโทษให้ฉัน ฉันจะไม่ทำมันอีก ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรฉันจะพูดกับเธอตรงๆ จะไม่เอาตัวเองเป็นใหญ่ จะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจอีก”
ยี่หวาที่ได้ยินถึงกับน้ำตาซึม ช่วงนี้เธอยิ่งอารมณ์อ่อนไหวอยู่ “ฉันเองก็ขอโทษเหมือนกันค่ะที่ไม่เชื่อใจคุณ ไม่เชื่อว่าคุณจะปกป้องฉันกับลูกไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ ได้”
“เรื่องนี้เธอไม่ผิด เธอไม่ต้องขอโทษ คนผิดคือฉันที่เห็นแก่ตัวเกินไปทำให้เธอที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวต้องเกิดความกลัว”
“ฉันให้อภัยคุณก็ได้ แต่ห้ามทำอะไรแบบนี้อีกนะ อย่าใช้อำนาจไปทำเรื่องแบบนั้น มันไม่สมกับเป็นคุณเลย”
“เธอรู้ไหม…” วายุยกมือยี่หวาขึ้นพร้อมกับกุมมือเธอไว้
“รู้อะไรคะ?”
“ถ้าไม่เจอเธอ…ฉันก็คงไม่คิดเรื่องแต่งงาน” ว่าจบวายุก็คุกเข่าลงกับพื้นก่อนจะสวมแหวนเพชรไปยังนิ้วนางข้างซ้ายของยี่หวา “แต่งงานกันนะ”
“คุณสวมแหวนก่อนแล้วค่อยถามอย่างนั้นเหรอคะ แบบนี้มันเชิงบังคับกันนี่หน่า ไหนบอกว่าจะไม่เห็นแก่ตัวแล้วไงคะ” ยี่หวาพูดพร้อมกับดึงวายุให้ลุกขึ้นยืน
“…” วายุพูดอะไรไม่ออก หญิงสาวตรงหน้ากำลังปฏิเสธคำขอแต่งงานของเขาเหรอ แต่ยังไม่ทันที่วายุจะได้คิดอะไรต่อ ยี่หวาก็เอื้อมมือมาจับมือเขาก่อนจะมีแหวนสวมเข้ามาที่นิ้วนางข้างซ้ายของเขาเช่นกัน
อย่าบอกนะว่าเมื่อกี้เธอแอบหยิบแหวนไปจากกระเป๋าเสื้อของเขา…
ผู้หญิงคนนี้…
จะน่ารักเกินไปแล้ว!
“ถ้าคุณตอบรับคำขอแต่งงานของฉัน…ฉันก็จะแต่งงานกับคุณค่ะ”
“ผู้หญิงที่ทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมยังเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ ผมรับครับ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ตกลงค่ะ” ยี่หวาว่าจบก็พุ่งเข้าไปกอดเอวของวายุ “ฉันเองก็มีของจะให้คุณด้วยค่ะ แถมยังมีค่ามากกว่าแหวนของคุณอีก”
ยี่หวาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งส่งให้วายุ ซึ่งพอเขาคลี่ดูก็ต้องถลึงตาโต ก่อนจะมองหน้ายี่หวาเพื่อขอคำยืนยัน เธอจึงพยักหน้าให้เขาหนึ่งที
“มีลูกอีกคนแล้ว!” วายุตะโกนออกมาอย่างดีใจจนลืมวางมาดท่านประธานแล้ว เขากอดไหล่ยี่หวาเบาๆ เพราะกลัวว่าจะกระทบถึงลูก
ซึ่งธาราธรที่แอบกับเรนจิก็รีบพุ่งออกมาจากในเงามืด เพื่อร่วมแสดงความดีใจด้วย “เย้! พี่ชายมีลูกอีกคนแล้ว ในขณะที่ผมยังโสดอยู่…”
“อาธาราอย่าเศร้าไปเลยครับ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากก็ตาม”
หลานแน่ใจนะว่านี่คือคำปลอบโยน
จากนั้นวายุก็ไล่ธาราธรที่หมดประโยชน์แล้วกลับไปเหลือแค่เพียงสามคนพ่อแม่ลูก ไม่สิ…สี่คนพ่อแม่ลูกลูก
“ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงคะว่าวันนี้ฉันจะกลับบ้าน แถมยังเตรียมอะไรแบบนี้ไว้อีก”
“ฉันเป็นสามีเธอ”
ผู้ชายคนนี้จะเชื่อมั่นในตัวเองเกินไปแล้ว “วันนี้ฉันแค่ไปตรวจครรภ์มา พรุ่งนี้เราค่อยไปฝากครรภ์ด้วยกันนะ”
“ขอบคุณภรรยาที่ให้โอกาส”
“ถ้าอย่างนั้นเราแต่งงานกันเดือนหน้าเลยไหมคะ? ฉันกลัวว่าถ้านานกว่านี้แล้วท้องจะใหญ่เกินไป ส่วนคนที่มางานก็ชวนแค่คนรู้จักก็พอ เพราะฉันไม่อยากให้งานแต่งกลายเป็นวันรวมตัวของผู้บริหาร”
“เดือนนี้ก็ได้ ฉันพร้อม” สำหรับเขาถ้าเธออยากแต่งตอนนี้เขาก็สามารถจัดให้ได้
“ฉันไม่พร้อมค่ะ ฉันแต่งงานครั้งเดียวในชีวิตนะคะ”
“ฉันไม่อนุญาตให้เธอแต่งอีกครั้งหรอก แต่ถ้าเธอจะแต่งอีกก็ได้…แต่ต้องแต่งกับฉันเหมือนเดิม”
แต่งงานใหม่กับคนเดิม?
“คุณนี่มันไม่เคยแผ่วเลยนะ เอาเป็นว่าต้นเดือนหน้าก็ได้ค่ะ”
“ห้ามเชิญศัตรูที่อยู่ในรายชื่อในหัวฉันเด็ดขาด” ซึ่งรายชื่อในหัวเขาเยอะมากเกินกว่าที่ยี่หวาจะรู้
“คุณไม่อยากให้พวกเขามาเป็นสักขีพยานรักของเราสองคนเหรอคะ”
“ก็ได้ ความคิดดี” วายุพยักหน้าเห็นด้วย
“หม่ามี๊มีน้องอยู่ในนี้ใช่ไหมครับ” เมื่อเห็นว่าพ่อกับหม่ามี๊คุยกันเสร็จ เรนจิก็พูดขึ้นบ้างพร้อมกับจ้องไปที่ท้องของยี่หวา
“ใช่จ้ะ! ถ้าลูกที่เกิดมาเป็นผู้ชายเหมือนเรนก็ดีนะ เรนจะได้มีเพื่อนเล่น แถมโตไปก็จะได้เป็นที่ปรึกษาให้กันและกัน” ยี่หวาพูดออกมาพร้อมกับลูบท้องของตัวเองเบาๆ
“ฉันอยากได้ผู้หญิง” แต่วายุที่นั่งด้านข้างกลับพูดสิ่งตรงข้ามกับเธอขึ้นมา
ซึ่งเรนจิที่นั่งอีกฝั่งก็พยักหน้าเห็นด้วยกับพ่อของตัวเอง “เรนก็อยากมีน้องเป็นผู้หญิงครับ”
“ทำไมทั้งสองคนถึงอยากได้เด็กผู้หญิง” นานๆ ทีเธอจะเห็นสองพ่อลูกมีความคิดตรงกัน
“จะได้ไม่มีใครมาแย่งความรักไปจากฉันอีก” --- วายุ
“จะไม่ได้มีใครมาแย่งหม่ามี๊ไปจากเรนอีก” --- เรนจิ
สองพ่อลูกพูดออกมาพร้อมกัน แม้ว่าประโยคของทั้งสองคนจะต่างกัน แต่ความหมายที่ได้ก็เป็นไปในทางเดียวกัน เพราะพวกเขารู้มาว่าเด็กผู้หญิงจะติดพ่อมากกว่าแม่!
“ถ้าลูกเป็นผู้หญิงฉันอยากตั้งชื่อว่ามิรัน เพราะคำว่ามิ (美) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าสวย ฉันเชื่อว่าลูกที่เกิดออกต้องสวยเหมือนเธอ ส่วนคำว่ารัน (蘭) แปลว่าดอกกล้วยไม้ ซึ่งเป็นชื่อดอกไม้เหมือนเรนด้วย ไม่เพียงเท่านั้นคำว่า run ในภาษาฝรั่งเศสจะอ่านว่า course ซึ่งพอแปลกลับมาเป็นอังกฤษจะกลายเป็นนทีที่แปลว่าน้ำ ซึ่งฝนกับน้ำก็เป็นสิ่งที่ต้องมาพร้อมกันเสมอ”
“โห! คิดไม่ถึงเวลาว่าคุณจะคิดอะไรซับซ้อนแบบนี้ สุดยอดเลยค่ะ! แล้วถ้าลูกเป็นผู้ชายล่ะคะ?”
“ยังไม่ได้คิด” วายุตอบออกมาหน้าตายมาก ดูก็รู้ว่าเขาอยากได้ลูกผู้หญิงขนาดไหน
“ลูกยังไม่ทันเกิดมาคุณก็ทำตัวสองมาตรฐานกับลูกซะแล้วเหรอ จะว่าไปคุณก็เป็นคนตั้งชื่อเรนใช่ไหม”
“อืม”
ยี่หวานึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยคิดก่อนหน้านี้ “จงใจสินะ!”
“แน่นอน”
หนึ่งวันก่อนงานแต่ง
ตามความเชื่อวันแต่งงานที่ห้ามให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเจอกันก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน ซึ่งตามปกติแล้วก็มีให้เลือกหลายวัน ไม่ว่าจะเป็น 7 วัน 3 วัน หรือ 1 วัน ซึ่งคนอย่างวายุถ้ามีให้เลือกครึ่งวันเขาก็คงจะเลือกอันนั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงเลือกแค่ 1 วัน
เพราะแค่ 1 วันก็จะบ้าตายอยู่แล้ว!!!