ตอนที่ 254
บทที่ 254 ประดุจเทพต่อสู้
October 22, 2026
บทที่ 254 ประดุจเทพต่อสู้
แทบจะในเสี้ยวขณะที่เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องเอ่ยปาก ร่างของสวี่ชิงก็เข้าประชิด ซัดหมัดหนึ่งมา
ท่ามกลางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เซิ่งอวิ๋นจื่อสะบัดมือต้านทาน ร่างถอยไปข้างหลัง ประกายในดวงตาเจิดจ้ายิ่งขึ้น
“ให้ข้าดูหน่อยสิว่า ในตัวเจ้ามีปัญหาอะไรกันแน่!”
สวี่ชิงไม่พูดไม่จา จิตสังหารในดวงตาเข้มข้น ไล่ตามไปในทันที
ทั้งสองคนเข้าปะทะกันทันที เสียงสนั่นหวั่นไหวดังก้อง เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องไม่รู้ว่าสำแดงวิชาอะไร ทั่วทั้งร่างแสงทองเปล่งประกายสาดทอไปทั่วทุกทิศ ก่อเป็นทะเลแสง สวี่ชิงจำต้องถอยหลบ
และในเสี้ยวพริบตาที่เขาหลบ อักขระที่หลอมรวมจากทะเลแสงตัวแล้วตัวเล่าเปล่งแสงออกมา ไล่โจมตีสวี่ชิง
อักขระพวกนี้มาพร้อมด้วยพลังทำลายล้างสังหาร ในเสี้ยวขณะที่เข้าใกล้ยิ่งแปรเปลี่ยนพลังผนึกออกมา เพียงพริบตา ท้องฟ้าก็มีรัศมีแสงเกิดขึ้น ผืนดินที่รกร้างสั่นสะเทือน
อาศัยขณะที่สวี่ชิงถูกอักขระทะเลแสงโจมตีและผนึก เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องในตาฉายแววตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าเขาเดาได้ ตอนนี้ขาดแค่หลักฐานพิสูจน์เท่านั้น
ดังนั้นมือขวาจึงประสานปางมือ ถอยไปสามก้าว ทุกก้าวล้วนประสานปางมือต่างกันออกไป
ก้าวที่หนึ่ง รอบๆ เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องเกิดลมยะเยือกกรรโชก ไอเย็นแผ่มา
ก้าวที่สอง แสงสีเขียวเป็นกลุ่มๆ ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า รวมเป็นเค้าโครงกระบี่ที่ยังไม่สมบูรณ์ข้างหน้าเขาอย่างรวดเร็ว
ก้าวที่สามเค้าโครงกระบี่ที่ยังไม่สมบูรณ์นี้ขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว จากขนาดเท่าฝ่ามือก็ขยายขึ้นอย่างบ้าคลั่ง หนึ่งจั้ง สิบจั้ง จนกระทั่งกลายเป็นกระบี่ยักษ์ขนาดร้อยจั้ง
กระบี่เล่มนี้เป็นสีเขียวทั้งเล่ม ประดุจภาพฝันมายา บนนั้นแผ่กลิ่นอายน่าหวาดกลัวออกมา มากพอจะเขย่าขวัญวิญญาณได้
ตอนนี้ก้าวที่สามสำเร็จ ในกายเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องยังคงมีพลังเวทมหาศาล ดวงตาของเขาฉายแววแปลกประหลาด มือขวายกขึ้นชี้สวี่ชิง เสียงที่เปล่งออกมาคล้ายผสานไปในลมเย็นเยือกทั้งแปดทิศนี้
“จรดฟ้าสะบั้นวิญญาณ!”
ไฟทั้งร่างสวี่ชิงปะทุก่อเป็นทะเลเพลิง ซัดโหมเป็นคลื่นยักษ์ ทำให้อักขระทะเลแสงแตกร้าวเป็นชั้นๆ ตอนนี้เห็นกระบี่ยักษ์สีเขียวเล่มนั้น รูม่านตาของเขาหดเล็ก
เสี้ยวขณะต่อมา กระบี่ยักษ์สีเขียวเล่มนั้นก็โจมตีสวี่ชิงอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ประชิดเข้าใกล้ในเสี้ยวพริบตา
สวี่ชิงหลบหลีก แต่กระบี่นี้ราวจับวิญญาณของเขาเอาไว้ ไม่อาจหลบพ้น
ในดวงตาสวี่ชิงฉายแววเหี้ยมเกรียม ไม่หลบอีกต่อไป สองมือประสานปางมือกดไปข้างหน้า เปลวไฟในร่างลุกโชนเหมือนโลกใบหนึ่งกำลังถูกเผาไหม้ แสงไฟยิ่งลุกท่วมฟ้า
เพียงพริบตา กระบี่ยักษ์มาเยือน เมินซึ่งกายเนื้อของสวี่ชิง ในเสี้ยวขณะที่ปะทะกับเขาก็เหมือนทะลุเข้าไปในร่าง ขนาดเปลี่ยนจากใหญ่เป็นเล็ก
เพียงพริบตาก็พุ่งเข้าไปในร่างสวี่ชิงอย่างสมบูรณ์ แปรเปลี่ยนเป็นพลังสะบั้นวิญญาณ พุ่งตรงไปที่วิญญาณของเขาทันที
และในเสี้ยวพริบตาที่กระบี่สะบั้นวิญญาณพุ่งมา ร่มดำที่แปลงมาจากตะเกียงแห่งชีวิตในร่างสวี่ชิงก็ปรากฏขึ้น ต้านทานเอาไว้ข้างหน้าทะเลความรู้สึกของเขา กางเป็นเกราะป้องกัน!
ประกายเย็นเยือกในดวงตาสวี่ชิงฉายวาบ เขาไม่อยากปกปิดอีกต่อไปแล้ว
สู้กับศัตรูร้ายกาจอย่างเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง เขารู้ดีว่าตะเกียงแห่งชีวิตไม่อาจปกปิดได้ ในเมื่อความสามารถของพลังไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เฉยๆ เจ้าเงายังควบคุมช่องเวทของอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังแล้วอีกด้วย
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ปกปิดไปก็ไร้ประโยชน์ มิสู้เปิดเผยออกมา จากนั้นก็หาวิธีฆ่าเขาเสีย
ตอนนี้กระบี่สะบั้นวิญญาณโจมตีไปที่ร่มดำ จากเปลวเพลิงสีดำที่ปะทุรอบๆ ร่มดำ กระบี่สะบั้นวิญญาณสีเขียวเล่มนี้ไม่อาจต่อกรได้
แตกสลายลงในทันทีประดุจไข่กระแทกหิน กลายเป็นแสงสีเขียวมากมาย จากการที่ร่มดำกางออก ก็ถูกบีบบังคับออกไปจากร่างของสวี่ชิงทันที
มองไกลๆ จุดแสงสีเขียวมหาศาลในร่างสวี่ชิงพุ่งแผ่ออกมาข้างหน้า เหนือศีรษะของเขาในตอนนี้มีฉัตรคันหนึ่งปรากฏขึ้นด้วย!
ฉัตรสีดำแผ่กลิ่นอายแปลกประหลาด ยิ่งมีเปลวไฟสีดำแล่นตามชายโครงของฉัตรคล้ายว่าไหลวน ทำให้สวี่ชิงที่ยืนอยู่กลางอากาศในชุดสีม่วง ในตอนนี้ดึงดูดสายตาโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง!
และทำให้ผู้บำเพ็ญที่จับตามองศึกนี้อยู่รอบๆ ทุกคนต้องครั่นคร้าม
ไม่ใช่แค่เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องเห็น แต่คนทั้งหลายเห็นกันหมดทุกคน
“ตะเกียงแห่งชีวิต!!!”
เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องดวงตาเบิกกว้าง จิตใจเกิดคลื่นซัดโหมกระหน่ำ ลมหายใจหอบถี่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างกายจิตใจล้วนถูกความยินดีลิงโลดเติมเต็ม
ก่อนหน้านี้เขามองออกว่าสวี่ชิงมีอะไรไม่ชอบมาพากล ทั้งๆ ที่มีกำลังรบระดับไฟชีวิตสามดวง ต่อให้รวมกับเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิก็ไม่มีทางสู้กับเขาได้จนถึงตอนนี้ ตอนนี้ในพริบตาที่ได้เห็นร่มดำ ข้อสงสัยของเขาก็ได้รับการพิสูจน์
เขายิ่งเข้าใจในทันทีว่าทำไมสวี่ชิงจึงกล้าสยบซือหม่าหลิง ทำไมสวี่ชิงจึงกล้าสู้กับตน
ทุกอย่างนี้มีคำตอบแล้ว
สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ ไม่มีความลนลานเลยแม้แต่น้อย แม้เปิดเผยตะเกียงแห่งชีวิตจะสำคัญมาก แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเขารู้สึกว่าหากตนชิงตะเกียงแห่งชีวิตของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องมาได้ เช่นนั้นตัวเขาที่มีตะเกียงแห่งชีวิตสองดวง กำลังรบก็จะถึงระดับไฟชีวิตหกดวง
‘ฆ่าเซิ่งอวิ๋นจื่อจื่อคนนี้ ความเสี่ยงที่ความลับแตกจะลดลงไปมาก แต่หากยังเล่าลือออกไป อย่างดีก็ไปจากสำนักเจ็ดเนตรโลหิต หนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ซ่อนชื่อกลบแซ่!
‘แม้ทำเช่นนี้ผลประโยชน์ที่ท่าเรือเมืองหลักจะเสียหาย ไม่อาจได้มา แต่หากได้ตะเกียงแห่งชีวิตของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องมา ทุกอย่างก็คุ้มค่าแล้ว!’ จิตสังหารในดวงตาสวี่ชิงฉายวาบ กำลังจะลงมือ
แต่เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องกลับเงยหน้าหัวเราะ สองมือสะบัด ทัดใดนั้นปราณกระบี่แต่ละสายก็ก่อตัวที่หน้าเขา มีมากถึงร้อยกว่าสาย จากชายเสื้อของเขาที่สะบัด ปราณกระบี่พวกนี้ก็พุ่งไปยังแผ่นดินข้างล่างทันที
ท่ามกลางความหวาดกลัวของผู้บำเพ็ญนอกศาลเจ้าที่อยู่บนพื้นเหล่านั้น พวกเขาไม่อาจหลบหลีกได้เลย เพียงพริบตา ปราณกระบี่เหล่านี้ก็พุ่งทะลุร่างของพวกเขาไป