ตอนที่ 354
บทที่ 354 ศึกเดียวสร้างอำนาจ
October 22, 2026
บทที่ 354 ศึกเดียวสร้างอำนาจ
ประกายเย็นเยียบก่อขึ้นในดวงตาสวี่ชิง จากมือขวาที่ยกขึ้น เงาร่างหนึ่งก็ถูกเขาคว้าคอเอาไว้จากมิติข้างหลัง แล้วกระชากมาทันที
เงาร่างนั้นดิ้นรน แต่ก็ไร้ประโยชน์ เสี้ยวพริบตาต่อมาก็ปรากฏชัดเจน เป็นหลี่จื่อเหลียงนั่นเอง เพียงแต่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำอย่างรวดเร็ว
มือของสวี่ชิงมีพิษ
ในพริบตาที่สัมผัสหลี่จื่อเหลียง อีกฝ่ายก็ถูกพิษแล้ว กำลังเน่าเปื่อย
และหลี่จื่อเหลียงอีกคนหนึ่งที่หนีไปที่ไกลคนนั้น ร่างรางเลือนเริ่มสลายไป
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่! เป็นไปไม่ได้! อีกทั้งในใจเจ้าตอนนี้ก็ไม่มีความสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น เจ้า…เจ้าผ่านเรื่องราวในอดีตอะไรมา ทำไมจิตใจถึงแข็งแกร่งมั่นคงเช่นนี้!!”
หลี่จื่อเหลียงที่ถูกสวี่ชิงคว้าคอเอาไว้ในดวงตาฉายความหวาดกลัวและไม่อยากเชื่อ ร้องตื่นตกใจเสียงหลง
ภาพเมื่อครู่นี้หากเปลี่ยนเป็นคู่ต่อสู้ที่เคยพบเจอ ส่วนมากหน้าเปลี่ยนสี ล้วนแต่ไล่ตามมาสังหารโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น ในเมื่อทุกคนล้วนมีความลับกันทั้งนั้น เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ตอนนี้คือถูกคนล่วงรู้ความลับแล้ว
ขณะเดียวกันคำพูดกำกวมก็เต็มไปด้วยความคิดที่ชวนสงสัย คนอื่นได้ยินล้วนเกิดจิตฟุ้งซ่านไปตามสัญชาตญาณ ความสนใจก็จะอยู่ที่เงาร่างที่หลบหนีไปของตน ไล่โจมตี
และนี่ก็คือเป้าหมายของเขา!
หลี่จื่อเหลียงไม่มีความสามารถในการอนุมานใดๆ และไม่สามารถพยากรณ์ได้ แต่เคล็ดวิชาลับของสำนักเซียนล้ำบารมีใช้เขตแดนจิตเป็นหลัก
แต่เขายังฝึกฝนเขตแดนจิตไม่ได้ ถึงแค่ระดับจิตคำนึงเท่านั้น
จิตคำนึงที่ว่าไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษร แต่เป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น อักษรจิตเพียงตัวเดียวก็รวมไว้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกมากมาย
พูดให้ถูกต้องคือจิตที่เขาฝึกฝนคือจิตคิดสงสัย ใครก็ตามที่มีจิตเป็นปฏิปักษ์กับเขา ในใจก็จะเกิดความสงสัย เช่นนั้นเขาก็จะสัมผัสความคิดสงสัยนี้ได้ เปลี่ยนมันให้กลายเป็นไพ่ตายของตัวเอง ทำให้วิญญาณของศัตรูวอดวายไปเอง
ที่ผ่านมาเขาใช้วิธีนี้สังหารคนไปไม่น้อย นอกจากตอนที่เผชิญหน้ากับจางซืออวิ้น คนอื่นๆ ล้วนปราชัยให้กับเขา
เดิมเขาคิดว่าวันนี้ก็ทำได้เช่นเดิม ขอเพียงในใจสวี่ชิงเกิดจิตฟุ้งซ่าน เขาก็จะสำแดงไพ่ตายของตัวเองได้ ขอเพียงสวี่ชิงพุ่งตัวออกไปจับเป้าหมายที่ร่างแยกของตน เขาก็จะแอบลงมือได้ รวมกับไพ่ตายทำการโจมตีสังหาร
แต่วันนี้ เขาพบกับความล้มเหลวเป็นครั้งที่สอง
ครั้งแรกเขายังรอดมาได้ แต่ครั้งที่สองครั้งนี้ เขาไม่รอดแล้ว
สวี่ชิงไม่มีนิสัยพูดอธิบายกับศัตรู ขณะที่หลี่จื่อเหลียงดิ้นรนและเน่าเปื่อย มือขวาของเขาก็โปร่งแสงทันที ล้วงเข้าไปในวังสวรรค์ของอีกฝ่าย เพียงคว้า เขาก็เอาแก่นลมปราณวังสวรรค์ที่เหมือนลูกแก้วสี่ลูกออกมาทันที
เสียงคร่ำครวญน่าเวทนาดังไปทั่ว ในยามวิกฤตชีวิตเป็นตายรุนแรง ในดวงตาหลี่จื่อเหลียงฉายแววสิ้นหวัง เอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน
“มีคนให้ข้าหยั่งเชิงเจ้า ดังนั้นก่อนหน้านี้ข้าจึงท้าประลองไป สวี่ชิงเจ้าอย่าฆ่าข้า ขอเพียงเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะบอกเจ้าว่าเป็นใคร…”
สวี่ชิงสีหน้าสงบนิ่ง กริชปรากฏขึ้นในมือซ้าย ปาดไปที่คอหลี่จื่อเหลียงเพียงครั้งเดียว
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว ไหลทะลักเป็นสาย เกิดหมอกขาวเป็นระลอกๆ
เลือดอาบย้อมเสื้อผ้า รินหลั่งลงพื้น เทียบกับหิมะขาวแล้ว เป็นหยดๆ ดวงๆ เด่นชัดนัก
หลี่จื่อเหลียงกุมคอ มองสวี่ชิงอย่างอึ้งตะลึง ในดวงตาแฝงด้วยความไม่อยากเชื่อ เหมือนว่าเขาไม่เข้าใจว่าทำไมสวี่ชิงจึงไม่หยุดมือจากสิ่งที่ตนพูด
ในเมื่อหากเป็นคนอื่น ตอนนี้อย่างน้อยๆ ก็ต้องถามสักประโยค
แม้เขาจะไม่กล้าพูดว่าคนคนนั้นเป็นใคร แต่เขาแกล้งปั่นหัวได้ พูดชื่ออื่นออกมากำจัดเคราะห์ภัยออกไป อีกทั้งเขายังคิดดีแล้วด้วยว่าจะพูดชื่อใคร ยกตัวอย่างเช่นพ่อของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง ยกตัวอย่างเช่นสหายร่วมสำนักของสวี่ชิง
หากสำเร็จย่อมดีที่สุด หากไม่สำเร็จก็ใช้การนี้แลกมาซึ่งความสงสัยของอีกฝ่าย ทำการฆ่าล้างสังหารของตนที่ยังไม่ได้ดำเนินให้สำเร็จ
แต่สวี่ชิงกลับไม่มีความคิดที่จะฟังใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้การวางแผนทุกอย่างของเขาสูญเปล่า
ดังนั้น ตอนนี้ในดวงตาของเขามีความอาฆาตแค้นปรากฏขึ้น แค่ความอาฆาตแค้นนี้ไร้ซึ่งราก สุดท้าย จากการล้มลงของเขา ทุกอย่างล้วนกลายเป็นความเสียดายเคียดแค้น
ความจริงเขาเสียใจภายหลังแล้ว
เสียใจว่าไม่ควรละโมบอยากได้ประโยชน์ที่คนคนนั้นมอบให้ ไปช่วยอีกฝ่ายหยั่งเชิงสวี่ชิง ท้าประลองหลายต่อหลายครั้ง ยิ่งบีบบังคับให้สวี่ชิงขอโทษ ทำให้ไม่สู้ไม่ได้
เขาเสียใจว่าตนไม่ควรละโมบ คิดว่าศึกนี้มีโอกาสชนะ
เขายิ่งเสียใจว่าตนไม่ควรสนใจศักดิ์ศรีหน้าตา รับศึกประลองเป็นตายครั้งนี้
แต่ทุกอย่างก็สู้ความเคว้งคว้างสับสนของเขาไม่ได้ จวบจนเขาตายไปก็ไม่รู้ว่าทำไมตั้งแต่ต้นจนจบ สวี่ชิงก็ไม่มีความคิดสังสัยเลย
และตอนนี้ ทุกอย่างของทุกอย่างกลายเป็นความอาฆาตแค้น ล้วนกลายเป็นอดีตไปแล้ว
ฟ้าดินมืดดำไปต่อหน้าเขา เหมือนว่ามีคนปิดม่านให้กับเขา
นอกเมืองเงียบสงัด
มีเพียงหิมะล่องลอยที่ถูกลมหอบม้วนโปรยปรายไปในฟ้าดิน ร่วงหล่นมาบนศพ ปกคลุมเลือดสดๆ
ไม่นานนัก…บนพื้นก็ไม่เห็นเลือด มีเพียงร่างของหลี่จื่อเหลียงที่แน่นิ่งไม่ไหวติง
สวี่ชิงสีหน้าสงบนิ่ง คำพูดก่อนตายของอีกฝ่ายเขาได้ยินแล้ว แต่คำพูดที่คนคนนี้พูดออกมา เชื่อได้แต่ก็เชื่อไม่ได้
เขาเชื่อว่ามีคนบงการจริงๆ เพราะนี่ตรงกับการวิเคราะห์ของเขาก่อนหน้านี้
แต่เขาไม่เชื่อชื่อที่หลี่จื่อเหลียงพูดออกมาเลย
ท้ายที่สุดแล้วคือคนที่สวี่ชิงเชื่อมีน้อยมาก ดังนั้นหลายครั้งเขาเชื่อเพียงตัวเอง
เพราะเห็นได้ชัดว่า คนที่สามารถจัดการให้หลี่จื่อเหลียงมาหยั่งเชิงได้ จะต้องเป็นคนที่หลี่จื่อเหลียงไม่อาจปฏิเสธได้ หากพูดชื่อออกมาจริงๆ ต่อให้หลี่จื่อเหลียงรอดไปได้ ในอนาคตก็จะต้องอนาถแน่นอน