ตอนที่ 778
บทที่ 778 ข้ายืนอยู่ตรงหน้าเจ้า
October 22, 2026
บทที่ 778 ข้ายืนอยู่ตรงหน้าเจ้า
………………..
“สำนักย่อยยอดจักรพรรดิดาราถูกปล้น!”
“เห็นว่าของหายไปเยอะมาก มีจารึกหินที่เก็บไว้ในเขตหวงห้าม จารึกนี้ในวันปกติธรรมดาทั่วไปอย่างยิ่ง มีเพียงในคืนที่ฝนตกฟ้าคะนองจะมีเงาปรากฏขึ้นรางๆ”
“เคยถูกสำนักยอดจักรพรรดิดาราศึกษามานาน ในที่สุดก็ไขปริศนาภาพพิเศษสลักบนหินก้อนหนึ่งได้ เงาเลือนรางในนั้นคือผู้บำเพ็ญหลอมตันเถียนโบราณผู้หนึ่ง มีคุณค่าทางโบราณคดี แต่อันที่จริงก็ไม่ได้มากถึงเพียงนั้น”
“หินก้อนนี้หายไปก็ช่างเถิด แต่ของชิ้นอื่นที่ถูกปล้นไปก็เรียกได้ว่าอุกฉกรรย์…ได้ยินว่ามีพื้นที่ส่วนหนึ่ง ต้นไม้ ก้อนอิฐ กระทั่งสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ตรงนั้นทั้งหมดถูกรื้อไปสามส่วน ดินบางแห่งถูกขุดลงไปสามฉื่อ ราวกับตั๊กแตนลง…”
“ที่ยิ่งไม่น่าเชื่อคือ อาภรณ์บางส่วนก็ถูกขโมยไปด้วย!”
“เกิดอะไรขึ้น…ขโมยของพวกนั้นไปทำไม”
แม้สำนักย่อยอดจักรพรรดิดาราจะไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวาง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นหนึ่งในสิบสุดยอดสำนักของเผ่ามนุษย์ เมื่อสำนักมีการเคลื่อนไหวย่อมดึงดูดสายตาผู้คน โดยเฉพาะเรื่องถูกปล้น
ประกอบกับสิ่งที่สูญหายไปแปลกประหลาดยิ่ง
ดังนั้นเช้าตรู่วันนี้ เรื่องการปล้นสำนักย่อยยอดจักรพรรดิดาราจึงเล่าลือออกไปไม่หยุด คนที่ได้ฟังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ล้วนตกตะลึงระคนสงสัยกับเรื่องนี้
ไม่นานนัก ก็มีคนสืบข้อมูลลับบางอย่างผ่านพวกเส้นสายและข้อมูลเหล่านี้ ก็เหมือนน้ำเย็นที่สาดลงไปในน้ำมันเดือด ปะทุขึ้นมาทันที
“หนึ่งในโจร วิชาเวทย์ที่สำแดงคือขั้นใหญ่ของสายเซียนต่างวิถี!”
“อีกทั้งจากการพิจารณาของสำนักย่อยยอดดาราจักรพรรดิ จำนวนไหมวิญญาณของคนผู้นี้มากถึงแสนเส้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เหนือกว่าบรรพจารย์ทั้งสองของสายเซียนต่างวิถีไปแล้ว!”
“เรื่องนี้เป็นไปได้อย่างไรกัน ข้าก็เคยไปทำความเข้าใจสายเซียนต่างวิถีมาก่อน ความเร็วในการบำเพ็ญเชื่องช้ายิ่ง หากอยากมีไหมวิญญาณนับแสนเส้น…ยังไม่ต้องพูดถึงเลยว่าร่างกายแบกรับการแบ่งแยกวิญญาณออกมาเช่นนี้ได้หรือไม่ เพียงแค่เวลาที่ใช้ก็เกือบหมื่นปีแล้ว!!”
“น่าเหลือเชื่อจริงๆ!”
ข่าวคราวแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว แค่ช่วงเช้า ลมพายุก็พลันก่อตัวขึ้น ขณะที่ปกคลุมไปทั้งเมืองหลวงจักรพรรดิ ก็ย่อมเล่าลือไปถึงวังศึกษาด้วย
และในฐานะที่สายเซียนต่างวิถีเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ในยามกลางวัน ก็มีผู้ร่ำเรียนจำนวนมากรวมตัวอยู่ด้านนอก ต่างมองมท่เจดีย์ขาวสายเซียนต่างวิถีอย่างไม่อยากเชื่อ พากันวิพากษ์วิจารณ์
เพราะตัวแทนของสำนักยอดจักรพรรดิดาราที่ยื่นเรื่องขอเข้าไปในเจดีย์ขาว ตอนนี้ยังไม่เดินออกมา
จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งก้านธูป ตัวแทนสำนักยอดจักรพรรดิดาราคนนั้นก็เดินออกมาจากเจดีย์ขาวสายเซียนต่างวิถีด้วยสีหน้าปั้นยาก รีบร้อนจากไป
ด้านหลังเขา เป็นเจ้าสายเซียนต่างวิถีตลอดจนศิษย์ทั้งสามคน
แม้ตอนนี้หน้ากากของวังศึกษาจะบดบังระลอกคลื่นอารมณ์ของพวกเขาเอาไว้ แต่ความตกตะลึงที่เผยออกมาจากดวงตา ก็แสดงให้เห็นใจที่ไม่สงบของพวกเขาทั้งสี่
อารมณ์ของพวกเขาเวลานี้ มีทั้งความตื่นตะลึง สับสน ตื่นเต้นตลอดจนความคลั่งไคล้ผสมปนเปกัน
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในสำนักย่อยยอดจักรพรรดิดารา พวกเขาได้ยินคำเล่าลือมาตั้งแต่แรกๆ แต่ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งเรื่องผู้บำเพ็ญลึกลับสำเร็จขั้นใหญ่สายเซียนต่างวิถีปรากฏตัวขึ้น ทำให้พวกเขาตกตะลึง
จากนั้นตัวแทนของสำนักยอดจักรพรรดิดาราก็มาหา บอกรายละเอียดมากมาย รวมถึงตรวจสอบข้อมูลของผู้บำเพ็ญในสายเซียนต่างวิถี พวกเขาถึงได้รับรู้ความจริงของเรื่องที่เกิดขึ้น
ความปั่นป่วนในใจพวยพุ่งขึ้นไปถึงขีดสุดแล้ว
และการสอบสวนของสำนักยอดจักรพรรดิดาราก็ยังไม่ได้คำตอบ แม้หลายปีมานี้ศิษย์หลักที่บำเพ็ญในสายเซียนต่างวิถีจะมีแค่สี่คน แต่อันที่จริงด้านนอกก็ผู้ที่บำเพ็ญวิชาสายเซียนต่างวิถีอยู่
ถึงอย่างไรการก่อตั้งวังศึกษาก็เพื่อทำลายการเล่นพรรคเล่นพวก ทำให้ทุกคนเรียนเคล็ดวิชาได้ ดังนั้นต่อให้สายเซียนต่างวิถีจะกำหนดไว้ว่าต้องเป็นศิษย์หลักถึงจะศึกษาได้ แต่ความเป็นจริง หลายครั้งกฎข้อนี้ก็ไม่ได้สลักสำคัญ
ดังนั้นนับแต่โบราณมา มีคนมากมายที่รู้วิชาสายเซียนต่างวิถี หากหมายจะตรวจสอบ ก็ประหนึ่งงมเข็มในมหาสมุทร
และด้วยความคิดในกรอบนี้ ผู้คนจึงคิดว่าเจ้าสายอาจเป็นผู้บำเพ็ญลึกลับสำเร็จขั้นใหญ่ผู้นั้นไปตามสัญชาตญาณ และที่เป็นไปได้มากกว่า…ผู้บำเพ็ญลึกลับผู้นี้ จะต้องเป็นตาเฒ่าที่ซ่อนตัวมานับพันปีแน่!
เวลานี้เจ้าสายเซียนต่างวิถียืนอยู่ด้านนอกเจดีย์ขาว สะกดความตื่นเต้นในใจ พยายามทำให้ตัวเองสงบลง กวาดสายตาไปที่่ร่างของผู้ร่ำเรียนในวังศึกษารอบๆ
เขารู้สึกสะท้อนใจสุดคณานับ
“กี่ปีแล้ว ที่สายเซียนต่างวิถีไม่ได้เป็นที่สนใจเช่นนี้ ไม่มีผู้ร่ำเรียนห้อมล้อมเช่นนี้…”
นอกเหนือจากใจที่โหมซัด เขายังรู้สึกตื้นตันใจกับผู้ลึกลับขั้นสูงของสายเซียนต่างวิถีคนนั้นอย่างยิ่ง ยิ่งภาคภูมิใจ จึงสูดลมหายใจลึก เปล่งเสียงกับคนด้านภายนอก
“ข้าไม่ทราบว่าสำนักย่อยยอดจักรพรรดิดาราไปยั่วยุอะไรผู้อาวุโสของสายข้าผู้นั้น จนทำให้ผู้อาวุโสสายข้าต้องลงโทษเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการตักเตือนเช่นนี้ ทว่าเรื่องราวในครั้งนี้ สายเซียนต่างวิถีของข้ารับผิดชอบได้!
“ตั้งแต่โบราณมา ผู้ที่เรียนวิชาสายเซียนต่างวิถีของข้ามีมากมาย ยิ่งมีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ดังนั้นในเผ่ามนุษย์เรา จึงมีผู้แข็งแกร่งสายเซียนต่างวิถีอยู่มากมายนัก
“แต่เดิม ข้าไม่อยากป่าวประกาศเรื่องนี้ให้ด้านนอกรับรู้ เพราะสายของข้าอ่อนน้อมถ่อมตนมาโดยตลอด ไม่ข้องแวะกับเรื่องทางโลก ใช้ฐานะอย่างสายทั่วไปติดต่อกับด้านนอก แต่วันนี้…ในเมื่อผู้อาวุโสสายข้าลงมือแล้ว พวกเราก็จะไม่หลบซ่อนอีก
“ใช่แล้ว คนผู้นี้คือหนึ่งในผู้แข็งแกร่งสายเซียนต่างวิถีของข้า!”
เจ้าสายเซียนต่างวิถีเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ เสียงสะท้อนก้อง ทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในกลุ่มผู้ร่ำเรียนรอบๆ นับไม่ถ้วน และท่ามกลางความจอแจนี้ เจ้าสายเซียนต่างวิถีนำมือไพล่หลัง เชิดหน้าเดินกลับเข้ไปในเจดีย์ขาว
ศิษย์สามคนนั้นก็เดินตามไปอย่างฮึกเหิมทันที
จนกระทั่งทั้งสี่กลับเข้ามาในเจดีย์ขาว จากการปิดประตู ศิษย์ทั้งสามก็สะกดความตื่นเต้นในใจไว้ไม่ไหวอีก พากันมองไปทางเจ้าสาย
“ท่านอาจารย์ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
“ท่านอาจารย์ สายเซียนต่างวิถีของพวกเรา มีผู้แข็งแกร่งขนาดนั้นอยู่จริงหรือ”
“ไหมวิญญาณหนึ่งแสนเส้นเชียวนะ นี่…เป็นไปได้อย่างไร”
เสียงคนทั้งสามกำลังสั่นเทิ้ม
เจ้าสายเซียนต่างวิถีเงยหน้า เอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ
“ไม่รู้!”
หากเป็นแต่ก่อน ศิษย์สามคนนี้จะต้องกล่าวยอกย้อนเป็นแน่ ถึงอย่างไรเจ้าสายก็ไม่ทำอะไรพวกเขาอยู่แล้ว พวกเขากระทั่งยังอยากจะถูกขับออกด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้ สามคนนี้กลับเชื่อฟังอย่างไม่ค่อยจะได้เห็น คนหนึ่งเดินมามาบีบนวดไหล่ให้เจ้าสาย คนหนึ่งปรนนิบัติพัดวี คนหนึ่งไปจัดการแผ่นหยก ต่างมองเจ้าสายตาปริบๆ