ตอนที่ 872
บทที่ 872 หวดอีกทีก็ตาย
October 22, 2026
บทที่ 872 หวดอีกทีก็ตาย
แสงโลหิตสะท้อนนภา ทำให้ม่านฟ้าเป็นสีแดงฉาน รอยเลือดนั้นขยายขอบเขตรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ปกคลุมความว่างเปล่าราวกับม้วนผ้าม่านสีแดง
ผืนดินก็เป็นเช่นนั้น ประหนึ่งคุกโลหิต และแหล่งกำเนิดทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นเม็ดโลหิตที่บีบอัดทะเลโลหิตไว้ทั้งผืนซึ่งถูกสวี่ชิงควบคุม
ความป่วนปั่นในนั้นเปี่ยมด้วยความบ้าคลั่งและความน่าสะพรึงกลัว ยังแฝงด้วยการทำลายล้างสรรพสิ่ง
ผู้บำเพ็ญนภาคิมหันต์ทั้งหมดที่เห็นฉากนี้พากันถอยหลังเร็วรี่ หัวใจเต้นเร็วกว่าเดิม โลหิตทั่วกายถึงกับเกิดความรู้สึกใกล้ควบคุมไม่อยู่
ด้านฝานซื่อซวงม่านตาหด การต่อสู้ระหว่างสวี่ชิงกับจี้ตงจื่ออยู่ในระดับลงมือขั้นเด็ดขาดโดยแท้ ไม่ว่าการหักนิ้วหรือควบคุมเลือดย้อนกลับ ล้วนทำให้เขาตระหนักดีกว่าตัวเอง…ไม่ใช่คู่ต่อสู้แน่นอน
‘เขาถึงกับยังไม่ได้ใช้พลังวิเศษจู่โจมแต่อย่างใด…’
ฝานซื่อซวงคิดถึงตรงนี้ยิ่งรีบถอยหลังเร็วพลัน
ส่วนคนในเหตุการณ์อย่างจี้ตงจื่อ เขาที่อยู่กลางอากาศยามนี้สีหน้าเปลี่ยนไม่น้อย เขารู้จักพลังวิเศษของตัวเอง ทั้งยังรู้อานุภาพของมัน จึงรับรู้ในพริบตาว่าในเม็ดโลหิตที่มาเยือนมีพลังทำลายล้างยิ่งกว่าก่อนหน้านี้
ฟ้าดินถึงกับเหมือนกรงขังในยามนี้ กรงนั้นปกคลุมสีแดงทั่วทิศ ทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่อาจหลีกหนีและไม่อาจต่อต้าน
เห็นอันตรายตรงหน้า ในชั่วเวลาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย สัญชาตญาณรวมถึงประสบการณ์การต่อสู้หลายปีทำให้จี้ตงจื่อไม่ลังเลแม้เพียงนิด ถึงกับอ้าปากพ่นใส่เม็ดโลหิตที่มาเยือน
ฉับพลันรัศมีสีทองสายหนึ่งลอยออกจากปากเขา พุ่งตรงไปหาเม็ดโลหิต
ขณะเดียวกัน จี้ตงจื่อก็ฉวยจังหวะนี้ตัดสินใจแยกร่างตนเอง ชั่วพริบตากลายเป็นเงาโลหิตนับไม่ถ้วนพุ่งตัวออกแปดทิศ
และรัศมีสีทองที่ถูกเขาพ่นออกมานั้นก็แวววามขึ้นมาในชั่วลมปราณ กลายเป็นแสงบาดตา
ใจกลางแสงนั้นเป็นแหวนวงหนึ่ง
แหวนทำจากกระดูกสีทอง บนนั้นแทบไม่มีเลือดเนื้อ คล้ายถูกขูดออก เหลือไว้เพียงใบหน้าหนึ่ง
ยามนี้ใบหน้านั้นฉายแววหวาดกลัว ส่งเสียงโอดครวญ
“นายท่าน ข้าเอง ข้าคือปลาน้อย คนกันเองทั้งนั้น…ข้าคิดถึงนายท่าน ต้องโทษจี้ตงจื่อที่ควรถูกสับเป็นพันครั้ง…”
แหวนวงนี้คือนิ้วมือเทพเจ้าที่ถูกจับหลังจี้ตงจื่อบุกออกไปตอนเขตติงหนึ่งสามสองผนึกเขาไว้
ต่อมาอยู่ข้างกายจี้ตงจื่อ ถูกเขาหลอมเป็นสมบัติแหวนอย่างโหดเหี้ยม วันนี้ถูกเอาออกมาใช้ขัดขวางเม็ดโลหิต
อาจเป็นสวี่ชิงนึกถึงวันวาน หรืออาจเป็นคำพูดของนิ้วมือเทพเจ้าทำให้เขาสั่นคลอน ดังนั้นพริบตาต่อมา แม้เม็ดโลหิตยังคงปะทะและทะลวงผ่านแหวน แต่ไม่ได้ทำให้มันบาดเจ็บสักน้อยนิด
ยังถึงกับทำลายตรานาบของจี้ตงจื่อบนแหวนในพริบตาที่ปะทะ
โชคดีรอดมาได้ นิ้วมือเทพเจ้าลอยเข้าใกล้สวี่ชิงด้วยความสั่นเทา อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พริบตาต่อมาเงาร่างบรรพจารย์สำนักวัชระก็ปรากฏตรงหน้าองค์ท่าน
“หยุดก่อน!”
บรรพจารย์สำนักวัชระเอ่ยคำราบเรียบ มองกวาดลงมา เขารู้สึกนี่เป็นชั่วเวลาเบ่งบานในชีวิตของตน อย่างไรการตะโกนสองคำนี้ใส่เทพเจ้าก็ไม่ใช่สิ่งที่วิญญาณศัตราใดจะทำได้
แม้นิ้วมือเทพเจ้าจิตใจปั่นป่วนเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามในยามนี้ ได้เพียงแสดงความประจบเอาใจ
สวี่ชิงไม่ได้สนใจความรู้สึกของทั้งสอง สายตาของเขาตกอยู่บนม่านฟ้า
ด้วยความเชื่องช้าของนิ้วมือเทพเจ้า ขณะเงาโลหิตที่แบ่งออกของจี้ตงจื่อกระจายทั่วทิศ ยามนี้มีกว่าครึ่งหนีไปถึงขอบฟ้า แต่ยังไม่พุ่งออกจากม่านโลหิตเสียทีเดียว กลับต่างกลายเป็นเงาร่างของจี้ตงจื่ออยู่ตรงปลายทาง
เงาแน่นขนัดจำนวนกว่าพันสายล้วนเป็นจี้ตงจื่อ
จี้ตงจื่อทุกคนล้วนสีหน้าเคร่งขรึม จิตสังหารในดวงตาฉายความบ้าคลั่ง ขึงตาจ้องสวี่ชิงจากทั่วทิศ พวกเขาอ้าปากเอ่ยคำเป็นเสียงเดียวกัน
“สังเวย!”
“สังเวย!”
“สังเวย!”
สองคำนี้ดังก้องฟ้าดิน ขณะความว่างเปล่าสะเทือนเลื่อนลั่น ถึงกับมีสมบัติลับสีเลือดห้าคลังปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ส่งเสียงสนั่นหวั่นไหวประหนึ่งภูเขาไฟมหึมาห้าลูก
นี่คือสมบัติลับที่จี้ตงจื่อเคยสร้างไว้ตอนอยู่ขั้นสมบัติวิญญาณ
แม้บัดนี้พลังบำเพ็ญเขาคือหวนสู่อนัตตา แต่สมบัติลับห้าคลังนี้ยังคงประคองพื้นฐานขั้นหวนสู่อนัตตาของเขา ยามนี้ชัดว่าเขาถูกบีบจนถึงขีดสุด แสดงมันออกมาโดยไม่คิดเสียดาย
เสียงคำรามของวิถีสวรรค์ยังพุ่งขึ้นฟ้าจากสมบัติลับสีเลือดมหึมาห้าคลังนี้ขณะคำว่าสังเวยดังกึกก้อง เงาร่างห้าสายปรากฏออกจากสมบัติลับ
มารโลหิตแปดแขน เทาเที่ย[1]เกล็ดแดง หนังสีเลือด ลูกตาสีโลหิต แสงสีแดงฉาน
นี่คือวิถีสวรรค์ที่จี้ตงจื่อหลอมปราบตอนอยู่ขั้นสมบัติวิญญาณ
ยามนี้ปรากฏออกมาแล้วไม่ได้เข้าใกล้สวี่ชิง กลับแสดงความเฉียบขาดอยู่ในเสียงคำรนของพวกมัน ถึงกับขึ้นฟ้าทะลายม่านโลหิตอย่างรวดเร็ว มาถึงสุดขอบฟ้าและพุ่งชนอย่างรุนแรง
นภาทั้งผืนเริ่มสั่นคลอน เกิดเป็นเกลียวคลื่นซัดสาดรอบด้าน สายฟ้าสีโลหิตที่หลบซ่อนปรากฏอีกครั้ง แหวกว่ายในนั้นด้วยอานุภาพน่าตื่นตะลึง
ที่ใจกลางเกลียวคลื่นยังปรากฏภาพฉากหนึ่ง
ในภาพเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ในนั้นถึงกับมีพญามัจฉาคุนเผิงถูกมัดไว้ด้วยโซ่เหล็กนับไม่ถ้วน!
กลิ่นอายวิถีสวรรค์เข้มข้นแผ่ออกจากตัวมัน
เป็นวิถีสวรรค์โบราณบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ที่ถูกเผ่านภาคิมหันต์จับมานั่นเอง!
มองอย่างถ้วนถี่จะเห็นได้ว่าโซ่เหล็กเหล่านั้นแทงลึกเข้าไปในตัวมันทุกเส้น ยังมีแส้มหึมาโบกเฆี่ยนบนตัวมันไม่หยุด
แทบไม่เห็นเลือดเนื้อ
บนแส้นั้นเต็มไปด้วยตรามากมาย แต่ละอันล้วนกำลังเปล่งแสง และทุกครั้งที่ลงแส้จะตามด้วยเสียงฟ้าผ่า ยังมีเสียงร้องโอดครวญของวิถีสวรรค์โบราณที่ดังก้องทั่วโลกา
เสียงโหยหวนนั้นมีความเจ็บปวดถึงขีดสุด เปี่ยมด้วยการร้องขอความตาย กึกก้องอยู่ในโลก เกิดเป็นเสียงเหนือกฏเกณฑ์ทั้งปวงทั่วสารทิศ ทำให้เม็ดโลหิตของสวี่ชิงแข็งทื่ออยู่กลางอากาศไปด้วย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สวี่ชิงเห็นวิถีสวรรค์โบราณตัวนี้ แต่มันไม่เหมือนกับที่เขาเจอก่อนหน้านี้ จี้ตงจื่อไม่ได้ยืมแค่เสียงของวิถีสวรรค์มาสร้างแรงกดดัน
เขากำลัง…สังเวยวิถีสวรรค์ของตน!
ชั่วพริบตา วิถีสวรรค์ทั้งห้าของเขาพุ่งไปหาความว่างเปล่า ถึงกับแยกกันไปผสานเข้ากับแส้ที่อยู่ในนั้น ทำให้แส้นั้นมีตราประทับเพิ่มอีกห้าตรา พลังก็เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง