ตอนที่ 895
บทที่ 895 แสงอรุณเปิดผนึก
October 22, 2026
บทที่ 895 แสงอรุณเปิดผนึก
ดวงตะวันแห่งแสงอรุณของเผ่ามนุษย์ ปรากฏต่อสายตานับหมื่นเผ่าบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ครั้งแรกในศึกบุกรุกยกเผ่าของเผ่าฟ้าทมิฬเมื่อหลายปีก่อน
ศึกนั้นเผ่าฟ้าทมิฬร่วมกับเผ่าอื่นล้อมโจมตีเผ่ามนุษย์ ไฟสงครามลุกลาม ขยายไปถึงในดินแดนเมืองหลวงจักรพรรดิ
เผ่ามนุษย์ใกล้ล่มสลาย
ในความเห็นแต่ละฝ่าย ศึกตอนนั้นเผ่ามนุษย์แทบไม่มีความหวังใด แม้ไม่ถึงกับถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ภาพรวมดินแดนเมืองหลวงจักรพรรดิจะเสียหายมากกว่าครึ่ง
ส่วนเจ็ดเขตปกครองและดินแดนปิดล้อมต่างปล่อยไปตามชะตากรรม
เป็นใครก็นึกไม่ถึงว่าในช่วงชี้เป็นชี้ตาย ดวงตะวันแห่งแสงอรุณจะปรากฏบนสนามรบด้วยอานุภาพน่าหวาดกลัวที่แหวกฟ้าดินสะเทือนดินแดนต้องประสงค์
ตอนนั้นทุกเผ่าที่มองล้วนนิ่งเงียบ ฟ้าทมิฬพ่ายแพ้ถอยร่น เผ่าอื่นที่ล้อมโจมตีเผ่ามนุษย์ล้วนตื่นกลัว
และเป็นศึกนั้นเอง ชื่อของดวงตะวันแห่งแสงอรุณเลื่องลือทั่วแผ่นดินต้องประสงค์ แม้แต่เผ่าแข็งแกร่งอย่างนภาคิมหันต์ยังเกิดความสนใจในดวงตะวันแห่งแสงอรุณไม่น้อย
การศึกษาเกี่ยวกับดวงตะวันแห่งแสงอรุณก็กลายเป็นความสำคัญของแต่ละเผ่าอย่างเลี่ยงไม่ได้
เหยียนเสวียนจื่อเป็นถึงยอดอัจฉริยะฟ้าประทานอันดับหนึ่งของเผ่านภาคิมหันต์ ย่อมมีความเห็นเรื่องดวงตะวันแห่งแสงอรุณเป็นของตัวเองเช่นกัน ดังนั้นเมื่อเห็นของในมือเอ้อร์หนิวนางจึงจำได้ทันที สีหน้าเปลี่ยนอย่างห้ามไม่อยู่
ม่านตานางหดพลัน เกิดฟ้าผ่าในจิตใจ อันตรายถึงชีวิตที่เด่นชัดทำให้นางถอยหลังโดยไม่ลังเล
เมื่อสมบัติแดนสงครามระดับนี้ระเบิด มันจะกินบริเวณกว้างใหญ่นัก และวังจักรพรรดิในที่นี้ แม้ดูเป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่โดษๆ แต่ความจริงยังคงมีเขตจำกัด
เมื่อดวงตะวันแห่งแสงอรุณปลดปล่อยในที่นี้ พายุจะปกคลุมทุกสิ่งในพริบตา
แม้ลักษณะในวังจักรพรรดิรวมถึงพลังกดดันในที่นี้จะน่าสะพรึงกลัวหาใดเปรียบ ทั้งเปี่ยมด้วยความยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน อาจถึงขั้นสามารถรับดวงตะวันแห่งแสงอรุณไว้ได้ แต่กายเนื้อที่อยู่ในนั้นจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
พวกเขาต่างขนลุกชัน เลือดเนื้อทุกชุ่น กระดูกทุกชิ้นทั่วกายล้วนกำลังสั่นเทา ส่งความรู้สึกอันตรายหาใดเปรียบ ทำให้ทั้งสามจิตใจปั่นป่วนถึงขีดสุด
อันตราย อันตราย!
พวกเขาจึงไม่ลังเลสักน้อยนิด แม้การเลื่อนขั้นถูกขัดจังหวะก็ต่างลุกขึ้นทันที แต่ละคนใช้พลังป้องกันเต็มที่พร้อมรีบถอยหลังไปด้วย พยายามออกไปจากที่นี่ด้วยวิธีต่างกัน
ชั่วขณะหนึ่ง สถานการณ์ทั้งวังจักรพรรดิแปรเปลี่ยนทันใด
มีเพียงดวงตะวันแห่งแสงอรุณนั้นที่เคลื่อนลงมาไม่หยุด ทะลุผ่านช่องว่างที่มังกรดาราถูกคลื่นกัมปนาทม้วนไป และตกลงไปจากพื้นที่ว่างซึ่งเกิดจากร่มตาข่ายถูกคลื่นกัมปนาทเคลื่อนย้าย
ด้วยการปรากฏของคลื่นกัมปนาทก่อนหน้านี้ ทำให้แท่นบูชาเบื้องล่างเผยแก่สายตาชัดเจน ไม่มีสิ่งกีดขวางใดอีกต่อไป
ดวงตะวันแห่งแสงอรุณจึงตกลงบนโลงศพทองม่วงเหนือแท่นบูชานั้น!
เปล่งรัศมีบาดตา
ดวงตะวันแห่งแสงอรุณที่ก่อเกิดจากดวงอาทิตย์โบราณมีพลังกว่าปกติ โดยเฉพาะตอนแรกสวี่ชิงยังเพิ่มเลือดเนื้อชื่อหมู่เข้าไปในนั้น
นี่ทำให้สิ่งนี้แฝงพลังน่าหวาดกลัวหาใดเปรียบ มากพอให้เป็นไม้ตายของสวี่ชิงกับนายกอง
เพียงแต่ใช้ได้ครั้งเดียว ดังนั้นมันมีความหมายในเชิงเอาไว้ข่มขวัญมากกว่า
จนกระทั่งตอนนี้ มันไม่ได้มีไว้ข่มขวัญอีกต่อไป หากแต่ใช้งานได้จริง!
พลังน่าสะพรึงกลัวอันยิ่งใหญ่ยากอธิบายปรากฏขึ้นในนั้น และเริ่มระเบิดออก
พริบตาเดียวแสงของมันก็ส่องออกมา ความร้อนของมันเริ่มบ้าคลั่ง บนสะท้อนเอกภพ ล่างครอบคลุมฟ้าดิน!
นภาเป็นสีแดงทั้งผืน
ฟ้าดินสะเทือนรุนแรง
ใบหน้าดวงดาวหนึ่งร้อยแปดดวงบนฟ้าถูกขัดจังหวะร้องโอดครวญเป็นครั้งแรก แต่ละดวงสีหน้าเจ็บปวด ถึงกับดับสลายทันทีเมื่อแสงกับความร้อนนั้นกวาดเข้ามา ถูกคลื่นความร้อนระเหิดจนมลายหายไป
ที่สลายไปด้วยยังมีตัวดาวหนึ่งร้อยแปดดวงนั้น พวกมันก็ยืนหยัดได้ไม่นาน ด้วยแสงและความร้อนนั้น พวกมันจึงไม่มีอยู่อีกต่อไป!
แต่การระเบิดพลังของดวงตะวันแห่งแสงอรุณเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อทะเลแสงปกคลุมท้องฟ้า มันก็แผ่คลุมทุกสิ่งไปด้วย
ระฆังแถว กลองบูชา ร่มตาข่ายและมังกรดารามหึมาล้วนถูกมันปกคลุมไว้ข้างใน
ยังมีแท่นบูชาที่ประสบเคราะห์เป็นอย่างแรก รวมถึงขุนเขาสายธาร รูปปั้นกองทัพทหารและหนังมากมายนับไม่ถ้วนเบื้องล่างแท่นบูชา
มองทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นสีแดงฉาน คลื่นความร้อนกับทะเลแสงหมายทำลายทุกสิ่ง
นึกภาพออกว่าหากไม่มีเรื่องเหนือความคาดหมาย ไม่นานวังจักรพรรดินี้จะกลายเป็นเถ้าถ่าน ทั้งสุสานจักรพรรดิรวมถึงดวงดาวที่อยู่ตอนนี้จะถูกดวงตะวันแห่งแสงอรุณปกคลุมไปด้วย
ส่วนคนที่นี่ ตอนนี้ก็ยืนอยู่ระหว่างความเป็นความตาย เหยียนเสวียนจื่อผมเผ้ายุ่งเหยิง กระอักเลือดสดรุนแรง ในปากส่งเสียงคำราม หวดหมัดแล้วหมัดเล่า ร่างกายยิ่งม้วนกลับต้านแสงกับความร้อน
แต่ชัดว่าถึงเป็นนางก็ไม่อาจยืนหยัดได้นาน ความตายกำลังใกล้เข้ามา
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงพวกฝานซื่อซวง ยามนี้สามคนนั้นเหมือนบาดเจ็บอย่างหนัก ต่างคนจิตใจล้วนกำลังแหลกสลาย เริ่มมีอาการคลุ้มคลั่ง ใช้วิธีนับไม่ถ้วนหมายจะช่วยตัวเอง แต่ชัดว่าไม่มีประโยชน์
จำต้องบอกว่าอุบายของนายกองโหดร้ายเกินไปโดยแท้
เพราะเขาไม่เพียงโหดร้ายกับคนอื่น กับตัวเอง…ก็โหดร้ายเช่นกัน
เขากับสวี่ชิงก็อยู่ในพื้นที่ของดวงตะวันแห่งแสงอรุณ
ความเป็นความตายครอบพวกเขาไว้เช่นเดียวกัน
เพียงแต่การเตรียมตัวล่วงหน้าทำให้เขายืนหยัดได้นานกว่าหน่อย พริบตาที่ดวงตะวันแห่งแสงอรุณระเบิดพลัง เขารีบเบิ่งตาโต มองสวี่ชิงเพียงผาดเดียว
ถึงกับไม่ต้องเอ่ยคำสวี่ชิงก็เข้าใจ กลายร่างเป็นลำแสงมุดเข้าไปในนั้นโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
หลังจากเข้าไปในตัวนายกอง พลังบำเพ็ญของสวี่ชิงระเบิดทุกด้าน พลังป้องกันแผ่กว้าง พลังแห่งดวงจันทร์ปรากฏ วิธีการและพลังวิเศษทั้งหมดที่เอาไว้ป้องกันถูกใช้รวดเดียวในยามคับขันนี้
ด้านนายกองก็เช่นเดียวกัน รูม่านตาปรากฏใบหน้า ทรวงอกกลายเป็นเกลียวคลื่น มีแขนสีฟ้าสี่ข้างฉีกเลือดเนื้อออกมาทำมุทราอย่างรวดเร็ว ผสานกับพลังของสวี่ชิงจนเกิดเป็นก้อนน้ำแข็ง
ขณะเดียวกัน นัยน์ตาเขาฉายแววบ้าคลั่ง ดึงเอาหนังมนุษย์จำนวนมากออกมา นั่นล้วนเป็นหนังของตัวเขาเอง เอามาห่มคลุมบนกาย สุดท้ายหยิบแผ่นหยกสีครามมากำไว้ในมือแน่น
พลังแห่งเวลาถึงกับกระจายออกจากแผ่นหยก
“ศิษย์น้อง!”
หลังนายกองตะโกน สวี่ชิงในกายเขาใช้นาฬิกาแดดทันที ขณะหมุนวนเลื่อนลั่นยังเสริมกำลังให้พลังแห่งเวลาของแผ่นหยกนั้นเพื่อเพิ่มการป้องกันให้ทั้งสอง
แต่ถึงกระนั้น ก้อนน้ำแข็งยังคงทลายด้วยแรงระเบิดของดวงตะวันแห่งแสงอรุณ พลังแห่งเวลาบิดเบี้ยว ผิวหนังของเอ้อร์หนิวลุกไหม้ เลือดเนื้อในกายกำลังฉีกขาด แขนสีฟ้าทั้งสี่เริ่มสลาย