ตอนที่ 901
บทที่ 901 บรรลุหวนสู่อนัตตาในที่สุด!
October 22, 2026
บทที่ 901 บรรลุหวนสู่อนัตตาในที่สุด!
อุปราชไอศวรรย์กำลังสำเร็จเทพ เทพเจ้าทั้งสามกำลังทะลวงขั้น แต่แผ่นดินเทวะมีห้าอำนาจ
ยามนี้เกลียวคลื่นบนแผ่นดินเทวะมีศพจักรพรรดิเป็นตัวนำ โอกาสในการยกระดับแผ่นดินเทวะก็กำลังดำเนินไปพร้อมเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของนายกอง
“อาชิงน้อย โอกาสระดับนี้ เจ้าเห็นว่าอย่างไร!”
นายกองน้ำเสียงตื่นเต้น ความครึ้มใจส่งมาถึงในจิตใจสวี่ชิง
“ข้าบอกเจ้าให้ สรรพสิ่งในฟ้าดิน ทุกสิ่งในจักรวาลล้วนเป็นประโยชน์ให้พวกเราได้ ต่อให้เป็นเสี้ยวหน้าลูกสุนัขนั่นก็ไม่ต่างกัน!”
“ตอนนั้นจันทราดาราของชื่อหมู่ยกระดับ ข้าก็อยากได้แทบแย่ แต่ตอนนั้นเงื่อนไขไม่อำนวย โดยเฉพาะเรื่องเกิดขึ้นกะทันหัน ก่อนหน้านั้นข้าก็ไม่คิดว่าจะถึงกับเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับนั้น”
“แต่ครั้งนี้…”
นายกองใจเต้นเร็วกว่าเดิม คลื่นในใจยิ่งรุนแรง
“ครั้งนี้ถึงตาเราขึ้นรถไปดูทิวทัศน์แล้ว”
นัยน์ตาสวี่ชิงฉายประกาย
“ศิษย์น้อง มาถึงตอนนี้ ศิษย์พี่บอกความลับแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์กับเจ้าอย่างหนึ่ง!”
“นี่เกี่ยวกับเส้นทางของเจ้า เกี่ยวกับเส้นทางของข้า เกี่ยวกับเส้นทางของอาจารย์!”
น้ำเสียงตื่นเต้นของนายกองทุ้มอยู่ในใจสวี่ชิง หลังได้ยินคำว่าอาจารย์ ใจเขาพลันสั่น
“ฝึกบำเพ็ญมาถึงตอนนี้ เจ้าก็คงรู้มหาขั้นของเทพเจ้า ก่อนระดับเพลิงเทวะมีแต่ความเป็นเทพ ต่อจากเพลิงเทวะพิสุทธิ์คือมหาขั้นแท่นเทวะ แล้วต่อจากแท่นเทวะคืออะไร”
“วันนี้ข้าจะบอกเจ้า สิ่งนั้นคือเทพแท้…เป็นระดับเดียวกับเซียนคิมหันต์”
เมื่อนายกองกล่าวออกมา ในหัวสวี่ชิงราวกับมีสายฟ้าดังสนั่น แต่เสียงของนายกองยังคงสืบเนื่อง ทุกคำกึกก้องในจิตใจประดุจอัสนี
“ต่อจากเทพแท้คือนายแห่งเทพ เหนือนายแห่งเทพคือราชาเทพ เหนือราชาเทพคือวิสุทธิ์เทพ!”
“ในนั้นหลี่จื้อฮว่าเดินเร็วที่สุด จากผู้บำเพ็ญเจ้าเหนือหัวขั้นสูงสุดในตอนนั้น ผสานชื่อหมู่แปลงผลกรรม วางแผนข้ามกาลเวลาหลายหมื่นปีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ในที่สุดก็ก้าวสู่แท่นเทวะขั้นสูงสุด!”
เรื่องเหล่านี้มีบางส่วนที่สวี่ชิงรู้อยู่แล้ว และมีบางส่วนที่เขาเคยเดาในใจ แต่ส่วนใหญ่ยังคงได้ยินครั้งแรก ในที่สุดก็เข้าใจระบบเทพเจ้าในระดับลึก
นายกองพูดจบแล้วควบคุมให้ศพจักรพรรดิเงยหน้า สายตาคล้ายมองทะลุเกลียวคลื่น ทะลุแผ่นดินเทวะไปยังเสี้ยวหน้าบนฟ้า
“ศิษย์น้อง ดูเสี้ยวหน้านั่น เจ้ารู้หรือไม่เหตุใดบทบูชาเทพสุริยันถึงเป็นอุปราชบรรพกาลมิเปล่าดาย มีอนาคตสดใสในถิ่นร้าง”
“เหตุใดต้นกำเนิดของมันถึงกระจายเวลาออกมาได้ เหตุใดการมาเยือนขององค์ท่านทำให้เสวียนโยวผู้เป็นถึงเซียนคิมหันต์คนสุดท้ายของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์หนีเตลิด”
“เพราะนามขององค์ท่านคือรกร้าง!”
“เพราะเขตขั้นขององค์ท่านคือกึ่งวิสุทธิ์เทพไง!”
“พูดให้ชัดคือล้มเหลวจากการทะลวงเป็นวิสุทธิ์เทพจนหลับใหลมาถึงตอนนี้!”
“แล้วเหตุใดผู้บำเพ็ญไม่อาจเทียบกับเทพเจ้า…”
นายกองทิ้งช่วง
สวี่ชิงนิ่งเงียบ ในใจมีคำตอบแล้ว
“ศิษย์น้อง เจ้ารู้หรือไม่ว่าเสี้ยวหน้าทำการใดเป็นอย่างแรกเมื่อมาเยือน”
“องค์ท่านกลืนกินวิถีสวรรค์โบราณอันดับหนึ่ง!”
นายกองเสียงทุ้มต่ำ
“นั่นเป็นวิถีสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ร่างเดิมคือผู้แข็งแกร่งที่สุด…ในบรรดาเซียนคิมหันต์ที่ลงมาฆ่าล้างเผ่าเทพบนดินแดนนภาจรัสหรือแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์”
“หลังเซียนผู้นี้ปราบเผ่าเทพบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เขาเคยมองเอกภพทั้งน้ำตา สาบานละทิ้งเส้นทางเซียน เส้นทางเทพเจ้าจึงเริ่มต้น เซียนหมดวาระ”
“ดังนั้น เซียนผู้นี้หลับตาละคราบเซียน เปลี่ยนวิญญาณเซียนเป็นวิถีสวรรค์แรกแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ หมายจะพลิกจักรวาล”
“และสิ่งที่วิถีสวรรค์โบราณแรกบันทึกไว้ก็เกี่ยวกับการสืบทอดเซียนในระบบบำเพ็ญเพียรของผู้บำเพ็ญรุ่นข้า!”
“แต่เขาถูกกลืนผสานกับเสี้ยวหน้าไปแล้ว”
“นี่คือสาเหตุที่เส้นทางเซียนต่อจากเจ้าเหนือหัวขาดสะบั้น!”
น้ำเสียงนายกองทุ้มต่ำยากปิดบัง เจือแววพิศวงเล็กน้อย
สวี่ชิงจิตใจป่วนปั่น ตามที่เข้าใจในแผ่นดินเมืองหลวงจักรพรรดิเผ่ามนุษย์ เดิมเขาคิดว่าเส้นทางเซียนขาดสะบั้นเพราะเซียนคิมหันต์หายไป แต่บัดนี้เพิ่งรู้ว่านอกจากสาเหตุนั้น สำคัญที่สุดคือวิถีสวรรค์ที่สืบทอดวิถีเซียนถึงกับถูกเสี้ยวหน้ากลืนกินเป็นอย่างแรก!
“นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ยุคหลังถึงไม่มีจักรพรรดิอีก และทำไมแต่ละเผ่าถึงพยายามเดินต่อบนเส้นทางนั้น”
นายกองกล่าวต่อ
“นับแต่นั้นมา เส้นทางเตรียมสู่เทวะถูกตัดขาด ระบบบำเพ็ญเพียรมาถึงเตรียมสู่เทวะเก้าเขตขั้นก็ไม่มีทางไปต่อแล้ว”
“ดังนั้นหลังจากเสวียนโยว ไม่มีผู้บำเพ็ญเผ่าใดก้าวสู่ขั้นเตรียมสู่มหาจักรพรรดิเซียนที่ใกล้เคียงกับขั้นแท่นเทวะได้อีก ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเซียนคิมหันต์”
“แต่ความจริง ต่อให้วิถีสวรรค์แรกนั้นไม่ถูกกลืนกิน อย่างมากผู้บำเพ็ญก็เดินได้มากกว่าตอนนี้ไม่กี่ก้าวเท่านั้น สุดท้ายยังคงไม่พ้น…ไม่มีทางไปต่อ”
“เพราะเซียนคิมหันต์ก็คือขั้นสูงสุดของผู้บำเพ็ญในอดีต”
นายกองถอนหายใจเบา
สวี่ชิงนิ่งเงียบ
“แต่มีคนบางกลุ่มเชื่อมั่นว่าเซียนคิมหันต์ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของระบบบำเพ็ญเพียร”
เสียงนายกองดังขึ้นอีกครั้ง
“เจ้ารู้หรือไม่ เหตุใดจึงเรียกเซียนคิมหันต์”
“คิมหันต์[1] สื่อถึงการลงมา!”
“เซียนที่ลงมายังโลก ก็คือเซียนชั้นล่าง!”
“เหนือเซียนชั้นล่าง น่าจะยังมีเซียนชั้นสูง แต่ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ไม่มีผู้บำเพ็ญเผ่าใดสามารถสำเร็จขั้นของเซียนชั้นสูง”
“นานวันเข้าก็ไม่มีใครเชื่อ ได้เพียงยึดเซียนชั้นล่างเป็นจุดสิ้นสุดของการบำเพ็ญ”
“เวลาผ่านไป ด้วยคำว่าชั้นล่างไม่มงคล จึงเปลี่ยนเป็นคิมหันต์”
“แต่ข้าเชื่อมาตลอดว่าเหนือเซียนชั้นล่างยังมีเซียนชั้นสูง เหนือเซียนชั้นสูงยังมีราชาเซียน เมื่อสิ้นสุดที่ราชาเซียน…ยังต้องมีทางไปต่อ!”
“เส้นทางนี้ ข้าเดินไปจากด้านหนึ่ง อาจารย์เดินไปจากอีกด้านหนึ่ง ในเผ่าทั้งหลายบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ก็มีผู้ที่เดินในเส้นทางอื่น”