ตอนที่ 904
บทที่ 904 นี่สิถึงจะเป็นการใหญ่สุดยอด
October 22, 2026
บทที่ 904 นี่สิถึงจะเป็นการใหญ่สุดยอด
เพียงพริบตา ดวงตานับไม่ถ้วน จิตเทพนับไม่ถ้วนก็จับจ้องไปยังเทพทั้งสาม จับจ้องไปยังผู้บำเพ็ญที่ขัดขวางมือยักษ์สีดำที่อาศัยพลังระดับครึ่งก้าวสู่เจ้าเหนือหัวขั้นสุดยอด
การปรากฏตัวขึ้นของผู้บำเพ็ญคนนี้ประจวบเหมาะพอดีเป็นอย่างมาก เป็นในเสี้ยวพริบตาที่เทพทั้งสามกำลังจะสำเร็จ
กระทั่งพูดได้ว่าหากไม่มีผู้บำเพ็ญคนนี้ เทพทั้งสามหลังจากที่ใช้พลังรากฐานทั้งหมดจนสมบูรณ์ครั้งนี้ มีโอกาสเป็นอย่างมากว่าจะล้มเหลว คว้าได้ไปเพียงภาพเงามายาเท่านั้น
ต่อให้เหล่าองค์ท่านยังมีวิธีที่ซ่อนเอาไว้อีกจำนวหนึ่ง แต่น่ากลัวว่าคงไม่สำเร็จ เทพทั้งสามไม่มีทางสมปรารถนาทุกองค์อย่างแน่นอน
จะต้องมีหนึ่งถึงสององค์ที่จะต้องยอมปล่อยวาสนาครั้งใหญ่นี้ไป!
และเห็นได้ชัดว่าการปรากฏตัวขึ้นของผู้บำเพ็ญลึกลับ ก็เป็นการเตรียมตัวของเทพทั้งสาม!
แต่ผู้บำเพ็ญ ก็มาที่นี่ช่วยเทพเจ้าก็ชวนให้ขบคิดไม่น้อย
หากเป็นผู้บำเพ็ญระดับต่ำยังดี แต่ถึงระดับขั้นนี้ ลงมือเช่นนี้ จะต้องมีผลกรรมเวรเหตุผลที่ลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่งแน่นอน
ดังนั้น ฐานะของผู้บำเพ็ญคนนี้ ตอนนี้สำหรับขั้วอำนาจฝ่ายต่างๆ และเทพเจ้าแล้วลึกลับเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะชุดคลุมยาวบนร่างของเขา มีพลังยิ่งใหญ่ ปิดกั้นการตรวจสอบทุกอย่าง ทำให้ทุกฝ่ายล้วนไม่อาจมองร่องรอยอะไรออก
ดังนั้น ในใจของฝ่ายต่างๆ จึงทำได้เพียงใช้คำนิยามผู้บำเพ็ญโบราณมาอธิบายเรื่องนี้
และการปรากฏตัวขึ้นของผู้บำเพ็ญคนนี้ สุดท้ายก็มอบเวลาในช่วงสุดท้ายให้แก่เทพทั้งสาม
เสี้ยวขณะต่อมา กลิ่นอายบนร่างเทพทั้งสามเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพลิงเคราะห์ของแต่ละองค์ในเสี้ยวขณะนี้กำลังเพิ่มขึ้นไปในระดับสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
สำเร็จแน่แล้ว!
ขณะเดียวกัน ในคลื่นวนแผ่นดินเทวะ รอยเต๋าของสวี่ชิงหลังจากที่บ่มเพาะมาจนถึงตอนนี้ ในที่สุดก็มาถึงขั้นสลักลงไปแล้ว
การสลักลงไปนี้ชะต้องคิดวิเคราะห์รอยเต๋าของตน จะขีดลงไปง่ายๆ ไม่ได้
นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำไมสวี่ชิงหลังจากที่ก่อกองดินแห่งเทพเจ้าได้แล้ว ก็ยังต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่ง สุดท้ายแล้วถึงจะลงมือ
เขาจะต้องกระจ่างแจ้งในเต๋าของตัวเอง ถึงเข้าเข้าใจรอยของตัวเอง ถึงจะสร้างเส้นทางของตัวเองได้
แต่การสลักลงไปจริงๆ จะต้องอาศัยการผลักดันของพลังยกระดับแผ่นดินเทวะ
ใช้พลังแผ่นดินเทวะยกระดับอาณาจักรเทพ มาสร้างกองดินของตัวเอง สลักร่องรอยของตัวเอง ถึงจะสำเร็จ!
และสวี่ชิงรู้เป็นอย่างดี สำหรับผู้บำเพ็ญทั่วไปแล้ว ขั้นที่หนึ่งระดับหวนสู่อันตตาขั้นนี้มีชื่อว่าพันสายทลายฟ้า
ผู้บำเพ็ญหลังจากทะลวงระดับสมบัติวิญญาณ เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับหวนสู่อนัตตาแล้ว เคล็ดวิชาทั้งหมดที่เคยฝึกบำเพ็ญในอดีต วิถีเต๋าที่ออกแบบล้วนแต่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็วในตอนนี้ แปรเปลี่ยนเป็นรอยเต๋าเป็นทางๆ ทิ้งไว้บนกองดิน
ปรากฏให้เห็นจากข้างนอก ก็จะทำให้มีดาวตกเป็นทางๆ มากมายปรากฏในสายตา
ผู้บำเพ็ญระดับหวนสู่อนัตตาขั้นหนึ่งทุกคนที่เขาเคยเห็นก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นแบบนี้ทั้งนั้น ไม่มีข้อยกเว้น
ส่วนการทะลวงขั้นจากหวนสู่อนัตตาขั้นหนึ่ง ต้องใช้กฎเกณฑ์พันกฎ เช่นนี้ถึงจะสมบูรณ์
นี่ก็คือที่มาของคำว่าพันสายทลายฟ้าสี่ตัวอักษรนี้
ทุกอย่างนี้ ผุดขึ้นในใจสวี่ชิง ในใจของเขากระจ่างชัดแจ้ง ในดวงตาสงบนิ่ง
เขารู้ดี เส้นทางผู้บำเพ็ญสายนี้เป็นวิถีของตน แต่ก็ไม่ใช่วิถีของตน
บอกว่าเส้นทางหวนสู่อนัตตาปกติเป็นวิถีของตนเป็นเพราะรอยแรก ในเสี้ยวความคิดของสวี่ชิงกำลังเกิดขึ้นที่กองดิน
กองดินที่แปรเปลี่ยนจากทะเลความรู้สึกของเขา ตอนนี้ส่งเสียงสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น รอยยาวทางหนึ่งเกิดขึ้นในนั้น
รอยนี้เกิดขึ้นจากวิถีผู้ใช้วิญญาณ วิถีจักรพรรดิ และเคล็ดวิชาผู้บำเพ็ญทุกอย่างที่สวี่ชิงฝึกบำเพ็ญ ในนั้นสามารถหาร่องรอยทุกอย่างเจอ โดยมีสายเซียนต่างวิถีเป็นหลัก
มันสลักลงไปไม่หยุด แผ่ลามออกไปไม่หยุด สุดท้ายก็วนล้อมรอบชายขอบกองดินทั้งกอง หัวท้ายเชื่อมต่อกัน เปลี่ยนเป็นวงแหวนที่มีขนาดน่าตื่นตะลึงวงหนึ่ง
นี่คือรอยเต๋าแรกของสวี่ชิง ซึ่งเป็นรอยแห่งแก่นวิญญาณด้วยเช่นกัน
ทันทีที่ปรากฏขึ้น ก็แปรเปลี่ยนกองดินเป็นขอบเขต เป็นรอยแห่งเซียนต่างวิถี!
ส่วนบอกว่าเส้นทางหวนสู่อนัตตาปกติไม่ใช่เส้นทางของสวี่ชิง เพราะรอยทางนี้ของสวี่ชิงรวมไว้ซึ่งทุกอย่าง
อีกทั้งเขายังไม่ได้คิดว่าจะให้รอยทางที่สองของตัวเอง เดินไปในเส้นทางกฎเกณฑ์ของผู้บำเพ็ญทั่วไป
เส้นทางที่เขาจะเดินคืออำนาจเทพเจ้า!
เพียงพริบตา กองดินส่งเสียงสะเทือนเลื่อนลั่น แสงสีม่วงในนั้นกะพริบ เปล่งประกายเจิดจ้าเป็นอย่างยิ่ง เสี้ยวขณะต่อมาแสงสีม่วงทั้งหมดก็ฝังไปในกองดิน เกิดเป็นรอยจันทร์
แผ่ระลอกคลื่นพลังน่ากลัวออกมา!
นั่นคือจันทร์สีม่วง คืออำนาจเทพเจ้าของสวี่ชิง คือรอยอำนาจเทพเจ้าจันทร์สีม่วงของเขา!
“ต่อไป…” สวี่ชิงพึมพำ ไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น กองดินทะเลความรู้สึกของเขาเดือดพล่านอีกครั้ง
หลังจากดวงจันทร์ม่วง พิษต้องห้ามก็ปะทุขึ้นมาในกองดิน ก่อเป็นหมอกพิษท่วมฟ้า กลืนกินทั่วทุกสารทิศ สำแดงพลานุภาพที่น่าหวาดกลัวออกมา
สุดท้าย หมอกพิษทั้งหมดก็รวมเข้าด้วยกัน ฝังไปในกองดิน แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเหี้ยมเกรียมดวงหนึ่ง
นั่นคือรอยที่สามของสวี่ชิง รอยแห่งอำนาจเทพเจ้าคำสาปเทพเจ้า!
จากนั้นพลังเคราะห์หายนะแผ่ลาม ทิ้งรอยไว้ในกองดิน ผสานนิ้วเทพเจ้าที่แยกชิ้นส่วนที่นี่ กลายเป็นรอยที่สี่ของสวี่ชิง
รอยแห่งอำนาจเทพเจ้าเคราะห์หายนะ!
รอยทางแรกคือแก่นชีวิต สามรอยหลังคืออำนาจเทพเจ้า
นับแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ไม่มีผู้บำเพ็ญคนไหนสามารถสร้างอำนาจเทพเจ้าในกองดินของตัวเองได้
เพราะกองดินของพวกเขาแบกรับไม่ไหว เพราะวิถีของพวกเขายากที่จะค้ำจุน
แต่นับจากนี้ สวี่ชิงไม่อยู่ในนั้น
ตอนนี้ทันทีที่รอยเทพเจ้าทางที่สี่ปรากฏขึ้น ดวงตาทั้งสองของสวี่ชิงก็พลันลืมตื่นขึ้นมา จะเห็นได้ว่ารอยเทพเจ้าทั้งสี่ราวกับมีดาวตกพุ่งผ่าน แผ่พลังอำนาจสะท้านสะเทือนฟ้าดิน
แม้จะมีเพียงสี่เส้นแต่ก็ไม่ใช่รอยเต๋าหวนสู่อนัตตาทั่วไปจะเปรียบเทียบได้
สวี่ชิงเพียงคิด เสี้ยวขณะต่อมารอยเต๋าสี่เส้นในกองดิน ก็ต่างระเบิดก้อง ไหมวิญญาณมหาศาลปะทุพวยพุ่งออกมาจากในรอยเทพเจ้าทั้งสี่
ทั้งหมด…สี่สิบล้านเส้น!
ไหมวิญญาณเหล่านี้อยู่ในกองดินมากมายสุดลูกหูลูกตา กว้างใหญ่หน้าตื่นตะลึง กลิ่นอายที่แผ่ออกมายิ่งหน้าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
สวี่ชิงแม้จะมีการเตรียมใจไว้บ้าง แต่ก็ยังจิตใจหวั่นไหวอยู่ดี
“รอยเทพเจ้าทางหนึ่ง แปรเปลี่ยนเป็นไหมวิญญาณสิบล้านเส้น!”