ตอนที่ 916
บทที่ 916 สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวสยบกำราบ (1)
October 22, 2026
บทที่ 916 สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวสยบกำราบ (1)
หมอกเลือดเดือดพล่านทอดตัวแผ่ไปในท้องฟ้าเกินพันลี้ ในนั้นสายฟ้าปรากฏวูบวาบ แสงสายฟ้ารอบๆ ราวงูสีชาดร่ายระบำ
ยิ่งมีเสียงฟ้าคำรามครืนคราน เหมือนวิถีสวรรค์คำราม สั่นสะท้านฟ้าดิน
แผ่นดินภายใต้หมอกเลือดนี้ก็กดดันเป็นอย่างยิ่ง ภูเขา ก้อนหินที่อยู่รอบๆ ต่างสั่นสะเทือน ถูกเหนี่ยวนำลอยขึ้นฟ้าไปเป็นกลุ่มๆ
เหมือนว่าในเมฆหมอกมีสิ่งเหี้ยมโหดชั่วช้าน่าครั่นคร้ามอะไรบางอย่าง กำลังทำการเหนี่ยวนำที่ไม่อาจอธิบายไปควบคุมสรรพชีวิตทั้งหลาย
ต่อให้เป็นภูเขาเตี้ยที่สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวอยู่ ภายใต้อิทธิพลจากพลังของหมอกเลือดก็ต่างสั่นไหวขึ้นมา
ภาพนี้ตื่นตะลึงสะท้านสะเทือนนัก
และตอนนี้ ชายหนึ่งหญิงหนึ่งที่เดินออกมาจากหมอกเลือด ก็ราวนายแห่งฟ้าดิน รัศมีอำนาจปรากฏฉายชัด กลิ่นอายบนร่างปกคลุมฟ้าดิน น่ากลัวผิดปกติ
ผู้ชายราวกับขุนเขา สูงใหญ่กำยำ ความกดดันแข็งแกร่ง หน้าตาฉายความมุ่งมั่นและเย็นชา ดวงตาล้ำลึกทั้งสองฉายประกายความไร้จิตใจและเหี้ยมโหดวูบวาบ
ผู้หญิงงดงามประดุจเซียน ผมยาวสะบัดไปตามลมสีเลือด เอวของนางราวกิ่งหลิว บางอ้อนแอ้นเป็นอย่างยิ่ง ฉายให้เห็นรูปร่างเส้นโค้งที่ชวนให้สั่นไหว มากพอจะทำให้คนเมื่อมองมาก็พลันเกิดความปรารถนาขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
ทั้งสองคนนี้ไม่ใช่เผ่ามนุษย์ แม้จะงดงามไม่ธรรมดา แต่ที่หลังกลับมีปีก ที่หว่างคิ้วมีตาที่สาม
เสื้อผ้าเหมือนกันทุกประการ ต่างเป็นเสวียนผาวสีดำปักไหมทองทั้งคู่ เส้นไหมทองในนั้นกะพริบวูบวาบ ปรากฏข้างนอก ทุกที่ที่ผ่านมิติรอบๆ ฉีกขาด รอยแยกบางละเอียดมากมาย น่าครั่นคร้ามหวาดหวั่น!
เป็นชายหนุ่มแซ่เฟิงกับสหายร่วมทางหลานเหยานั่นเอง
หลังจากทั้งสองคนปรากฏตัวขึ้น หลาเหยาจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม กวาดสายตามองสวี่ชิงและเอ้อร์หนิวที่อยู่ข้างล่าง
แต่ว่าในยามที่สายตากวาดไป กลับจ้องอยู่ที่สวี่ชิง มองอยู่หลายครั้ง
ส่วนชายหนุ่มแซ่เฟิงสีหน้าสงบนิ่ง หยิ่งทะนงยโส เอ่ยราบเรียบ
“พวกเจ้าคนชั้นล่าง ไม่หนีหรือ”
สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวสีหน้าอึมครึม แต่ในใจกลับไร้คลื่นอารมณ์ ทว่ากลับถูกจิตต่อสู้ถมจนเต็ม
อีกฝ่ายในเมื่อไม่ลดละเลิกรา แม้ต่างฝ่ายต่างไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน ทั้งยังไม่มีความแค้นอะไร แต่…จิตสังหารมาเยือนแล้วก็ต้องโต้กลับ!
ทั้งสองคนก็ไม่เกิดความสงสัยจากเหตุนี้ด้วย ในเมื่อนี่เป็นยุคที่เหี้ยมโหด เป็นโลกที่การลงมือไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความแค้นและความขัดแย้งเท่านั้น
อีกฝ่ายสังเวยโลหิตที่พื้นที่แห่งนี้ พวกเขาก็พบเจอเข้าอีก เห็นได้ชัดว่านี่ก็คือเหตุผลที่อีกฝ่ายจะลงมือสังหาร
และท่าทางกำเริบอวดดีของอีกฝ่าย วิธีรับมือของสวี่ชิงคือนิ่งเงียบไม่พูด นิสัยของเขาก็เป็นเช่นนี้ ไม่ไปต่อล้อต่อเถียง การกระทำทุกอย่างของเขาล้วนมีการสังหารทำลายล้างเป็นหลักมาโดยเสมอ
ตอนนี้สายตากวาดไปยังต่างเผ่าทั้งสองคนกลางท้องฟ้า ในขณะที่วิเคราะห์เผ่าพันธุ์ของพวกเขา ก็สำรวจมองหาจุดอ่อนในตัวของพวกเขา และบริเวณที่มองบ่อยที่สุดก็คือคอ
แต่นายกองทางนั้นจะปล่อยให้เสียโอกาสลับฝีปากไปได้อย่างไร ดังนั้นจึงหัวเราะหยามหมิ่นขึ้นมา
“มีปีกไก่สองข้างก็คิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์นกจริงๆ หรืออย่างไร ลูกเจี๊ยบสามตา พูดกับท่านปู่คนนี้ให้มันดีๆ หน่อย!”
คำพูดนายกองเพียงดังออกไป หลานเหยาที่อยู่กลางท้องฟ้าขมวดคิ้ว สายตายิ่งเย็นเยียบ ชายหนุ่มแซ่เฟิงกลับสีหน้าอึมครึม จู่ๆ ก็มองไปรอบๆ สวี่ชิงและเอ้อร์หนิว
“ที่แท้ก็ทำการเตรียมการเอาไว้ที่นี่ แล้วก็ยังมีพันธนาการต้องห้ามหยาบๆ อีกจำนวนหนึ่ง มิน่าเล่าถึงได้กล้าอยู่ที่นี่ ทั้งยังใช้คำพูดยั่วยุข้าอีก”
ชายหนุ่มแซ่เฟิงเอ่ยราบเรียบ
“แต่ว่ากับแค่ระดับหวนสู่อนัตตา ต่อให้มีฝีมือมีวิชาอยู่บ้าง ก็เป็นแค่กบในกะลาอยู่ดี ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ”
ชายหนุ่มแซ่งเฟิงขณะพูดก็มองไปทางสวี่ชิงและเอ้อร์หนิว ก้าวไปก้าวหนึ่ง
ฝีก้าวนี้เหยียบลงไป หมอกเลือกบนท้องฟ้าระเบิดลั่น จมลงไปข้างล่าง ส่วนแผ่นดินก็ยิ่งสั่นไหวรุนแรง ภูเขาและก้อนหินที่ลอยอยู่ต่างแหลกละเอียด พลังกดดันน่ากลัวท่วมฟ้ามา
เพียงพริบตา ทั่วทุกสารทิศก็เหมือนถูกพันธนาการ กฎเกณฑ์กฎระเบียบทุกอย่าง อยู่ที่นี่ก็มีเจตจำนงค์ตั้งมั่นขึ้นมาทันที
นั่นเป็นเจตจำนงค์ของชายหนุ่มแซ่เฟิง
ซัดมาบนร่างสวี่ชิงและนายกอง ทั้งสองคนหน้าเปลี่ยนสี พลังบำเพ็ญโคจร ทำท่าทางเหมือนต้านทานสุดกำลัง
ชายหนุ่มแซ่เฟิงสีหน้าเย็นชา ฝีเท้าไม่ได้หยุดลง หลังจากเดินมาก้าวที่สอง ท้องฟ้าส่งเสียงกร๊อบออกมา เหมือนว่าจะแตกหัก ผืนดินยิ่งเดือดพล่าน
ภูเขาเตี้ยๆ ที่สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวอยู่ไม่อาจแบกรับได้ พังถล่มลงมาทันที
ในยามที่เศษหินลอยขึ้นฟ้า ชายหนุ่มแซ่เฟิงมือขวายกขึ้น กดลงไป
ทันใดนั้นพลังกดดันมหาศาลกลุ่มหนึ่งก็รวมมาจากรอบๆ กดดันทุกสิ่ง มาด้วยรัศมีอำนาจท่วมท้นไม่อาจต้านทาน ปะทุมา คล้ายว่าจะทำลายซึ่งทุกสิ่ง
หินบนภูเขาที่พังทลายเหล่านั้นกลาายเป็นเถ้าธุลีทันที แม้แต่มิติก็ยังถูกกดดันจนเกิดความรู้สึกทับซ้อน พื้นที่แถบนี้เหมือนผ้าที่ถูกกองเอาไว้ชิ้นหนึ่ง เต็มไปด้วยรอยยับย่น ท่วมจมสวี่ชิงและเอ้อร์หนิว
เสียงระเบิดดังออกมา เงาร่างของสวี่ชิงและเฉินเอ้อร์หนิวแยกชิ้นส่วนแหลกละเอียด เลือดเนื้อสาดกระจาย
ชายหนุ่มแซ่เฟิงสีหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ คล้ายว่าสำหรับเขาแล้ว สังหารผู้บำเพ็ญระดับหวนสู่อนัตตาสองคนนั้นตาย เดิมก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว
ตอนนี้กำลังจะจากไป แต่เสี้ยวขณะต่อมาเขาก็พลันสีหน้าเปลี่ยนไป สายตาจับจ้องไปยังบริเวณที่ลงมือก่อนหน้านี้อีกครั้ง
ในเสี้ยวขณะที่เขามองไป มิติรอบๆ เขาก็พลันมีอักขระนับไม่ถ้วนเปล่งแสงวูบวาบ จำนวนของอักขระเหล่านี้มีมากถึงกลายแสนตัว
พวกมันไม่ได้ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า แต่กะพริบวูบวาบมาจากในฝุ่นผงที่แปรเปลี่ยนมาจากก้อนหินภูเขาที่ชายหนุ่มแซ่เฟิงทำลายแหลกละเอียด
เพียงพริบตาก็ปกคลุมเขาเอาไว้
เป็นพันธาการต้องห้ามที่สวี่ชิงวางเอาไว้ก่อนหน้านี้นั่นเอง
ตอนนี้หลังจากที่ปรากฏขึ้น อักขระพันธนาการหลายแสนเหล่านี้กะพริบวูบวาบอย่างรวดเร็วสามครั้ง แล้วพลันระเบิดขึ้น
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว พลังพันธนาการหลายแสนนี้ ก่อเป็นลมพายุมหึมาอย่างรวดเร็ว แล้วกลืนกินชายหนุ่มแซ่เฟิงไปข้างใน
แต่ชายหนุ่มแซ่เฟิงคนนี้สีหน้ายังคงเป็นเช่นเดิม เสวียนผาวบนร่างแผ่ระลอกลายสีทองออกมา ในยามที่แผ่ออกไป ก็สกัดกั้นพลังพันธนาการนี้ไว้ข้างนอกทั้งหมด
ในดวงตาแฝงด้วยรอยเสียดสี กำลังจะยกมือขึ้น
แต่เสี้ยวขณะต่อมา ภาพทีทำให้เขาต้องหน้าเปลี่ยนสีก็ปรากฏขึ้น เห็นเพียงในพันธนาการต้องห้ามที่แปรเปลี่ยนมาจากพายุเหล่านั้นมีใบหน้าแปลกประหลาดร้อยกว่าดวงปรากฏขึ้น