ตอนที่ 969
บทที่ 969 ฟ้าเปลี่ยนสี!
October 22, 2026
บทที่ 969 ฟ้าเปลี่ยนสี!
ทะเลต้องห้ามไร้ก้นบึ้ง ใต้มหาสมุทรก็เช่นกัน
เสี้ยวหน้าซ่างฮวงก่อนที่จะลงมาเยือนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ไม่มีผู้แข็งแกร่งแห่งยุคคนใดกล้าพูดว่าเข้าใจในก้นบึ้งมหาสมุทรเป็นอย่างดี
พวกเขาอย่างมากก็แค่เข้าใจในขอบเขตที่ต่างกันไปเท่านั้น
เหตุที่เป็นเช่นนี้ด้านหนึ่งเพราะขอบเขตใต้ก้นบึ้งมหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาล อีกด้านหนึ่งคือที่นี่ชั้นใต้ดินมากมาย ยิ่งลึกลงไปยิ่งเป็นเช่นนั้น หลายครั้งดูเหมือนเป็นชั้นสุดท้าย แต่ความยิ่งแล้วกลับเป็นชั้นที่ลึกลงไปอีก บางทีอาจจะมีหลุมสวรรค์ กระทั่งมหาสมุทร
มหาสมุทรแห่งนี้ลึกเป็นอย่างยิ่ง ก้นบึ้งมีความลับมากมาย บางพื้นที่ระดับความเก่าแก่มากยิ่งกว่าเผ่าเทพนภาเจิดจรัสในตอนนั้นเสียอีก
มหาจักรพรรดิก็หยุดฝีเท้าอยู่ที่นี่เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นเซียนคิมหันต์ในตอนนั้น หรือจะเป็นจักรพรรดิโบราณทุกรุ่นในภายหลัง แม้จะมีความปรารถนาที่จะควบคุมใต้มหาสมุทร แต่สุดท้ายก็ไม่เคยเป็นจริง
ดีที่แม้ก้นบึ้งมหาสมุทรจะลึกลับ แม้จะมีซากโบราณสถานเก่าแก่ แต่เนิ่นนานหลายปีมาก็ล้วนเหมือนถูกสกัดกั้น ไม่แผ่ภัยคุกคามใดๆ มายังแผ่นดินใหญ่ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงค่อยๆ มีคนยอมรับความลึกลับใต้ก้นบึ้งมหาสมุทร
จวบจนกระทั่งการมาเยือนของเสี้ยวหน้าซ่างฮวง ทะเลโอฬารกลายเป็นทะเลต้องห้าม ไอพลังประหลาดเข้มข้นตลบอวลในนั้น ก้นบึ้งมหาสมุทรที่ลึกลับก็เปลี่ยนมายิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
โดยเฉพาะมหาสมุทรนอก สามารถยืนยันได้ว่า…ที่นั่นจะต้องมีเทพเจ้าที่ไม่รู้จักอยู่แน่นอน!
นี่ทำให้สวี่ชิงสงสัยอยู่หลายครั้งว่า รถศึกสัมฤทธิ์และยักษ์ตนนั้นที่ตนอยากตามหา อาจจะเข้าไปในมหาสมุทรนอกแล้ว
และในร่องลึกมหาสมุทรที่ตนอยู่ในตอนนี้ ห่างจากมหาสมุทรนอกไกลโขนัก เทียบกับก้นบึ้งมหาสมุทรทั้งหมดแล้วไม่สะดุดตาเอามากๆ เหมือนเม็ดทรายเม็ดหนึ่งท่ามกลางทรายมากมายบนหาดทราย
หากไม่ใช่สัมผัสจากเถาวัลย์เทพศักดิ์สิทธิ์ สวี่ชิงแม้จะเคยผ่านมาที่นี่ แต่ไม่มีทางค้นพบได้เลยว่าในส่วนลึกของร่องลึกมหาสมุทร ใต้ดินโคลน จะซ่อนเจดีย์ผุพังองค์หนึ่งเช่นนี้เอาไว้
พูดได้ว่าซ่อนลึกลับเป็นอย่างยิ่ง
เวลาไหลไป
รอบๆ มืดสนิท แต่กลับไม่เงียบสงัด เสียงคำรามที่ดังออกมาจากสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักใต้ก้นบึ้ง ลึกล้ำและยาวไกล
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง มั่นใจว่าไม่มีปัญหาอะไร สวี่ชิงร่างเพียงไหววูบก็ดำลงไปในร่องลึกมหาสมุทร ทะยานไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักเขาก็ดำดิ่งลึกลงไปในร่องลึกมหาสมุทร
ที่นี่เทียบกับข้างนอกแล้วมืดยิ่งกว่า เหมือนปากลึกปากหนึ่ง กลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่มาเยือนอย่างไร้ปราณี
ดีที่ความเชื่อมโยงระหว่างเถาวัลย์เทพสร้างเป็นการชี้นำ ดังนั้น ความเร็วของสวี่ชิงไม่ลดลง หลังจากที่ดำลงมาครึ่งเค่อ ในที่สุด ที่ใต้ร่องลึกมหาสมุทรแห่งนี้ ก็ได้เห็นถ้ำโคลนที่ถูกเถาวัลย์เทพแทงทะลุออกมา
ถ้ำนี้ตอนนี้กำลังค่อยๆ สมานตัว
สวี่ชิงไม่ลังเล ร่างพุ่งไปข้างหน้า พุ่งเข้าไปในถ้ำทันที ไปตามร่องรอยของเถาวัลย์เทพ ตรงไปยังสุดทาง มาปรากฏยังบริเวณที่เถาวัลย์เทพอยู่
หากมีดวงตาที่สามารถมองทะลุใต้มหาสมุทรได้ เช่นนั้นตอนนี้ก็จะมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ใต้ร่องลึกมหาสมุทรนี้ ในส่วนลึกของโคลนตมนั่นมีฟองอากาศขนาดมหึมาอยู่ฟองหนึ่ง
ขนาดของฟองอากาศนี้ใหญ่ถึงหมื่นจั้ง
ในนั้นไม่มีน้ำทะเลใดๆ ทั้งสิ้น และย่อมไม่มีโคลนตมใดๆ เช่นกัน สิ่งที่มีอยู่มีเพียงเจดีย์สูงทรุดโทรมองค์หนึ่ง ตลอดจนเถาวัลย์แห้งเหี่ยวที่พันรัดเจดีย์องค์นี้เอาไว้เท่านั้น
ส่วนบริเวณที่สวี่ชิงและเถาวัลย์เทพของเขาอยู่ตอนนี้ เป็นเพียงแค่ริมขอบด้านบนของฟองอากาศนี้โพรงใต้ดินที่ถูกบุกเบิกขึ้นมาชั่วคราวในโคลนแห่งนี้ก็เท่านั้น
มองฟองอากาศฟองนี้ มองเจดีย์องค์นี้ สวี่ชิงสัมผัสไม่ได้ถึงพลังกดดันแม้แต่น้อย เหมือนว่าทุกอย่างล้วนเป็นวัตถุธรรมดาๆ
แต่ที่น่าแปลกประหลาดคือ ทั้งๆ ที่เขามองเห็นฟองอากาศและเจดีย์ที่อยู่ข้างในได้ด้วยตาเปล่า แต่ในประสาทสัมผัสเทพ ที่นี่กลับไม่มีอะไรทั้งนั้น
“มองเห็นได้อย่างเดียว แต่สัมผัสไม่ได้อย่างนั้นหรือ”
สวี่ชิงครุ่นคิด หลังจากสังเกตได้ถึงความอัศจรรย์ก็มองไปยังเถาวัลย์เทพที่อยู่ข้างๆ
อารมณ์ของเถาวัลย์เทพแผ่ระลอกออกมารุนแรงมาก คล้ายว่าอยากพุ่งไปดู แต่ก็ไม่กล้า ขณะเดียวกันก็แผ่ความรักความกล้ชิดออกมา เหมือนว่าเจอญาติที่น้อง
สุดท้าย มันก็เหมือนตัดสินใจได้ เข้าไปใกล้สวี่ชิงก่อน ถูๆ ไถๆ ตัวสวี่ชิงเบาๆ อยู่สองสามที จากนั้นก็พลันพุ่งออกไป มาพร้อมด้วยความมุ่งมั่น พุ่งตรงไปยังฟองอากาศข้างหน้า
สวี่ชิงไม่ได้ขัดขวาง
เสี้ยวขณะต่อมา ฟองอากาศฟองนี้แผ่ระลอกคลื่นออกมาเล็กน้อย ส่วนเงาของเถาวัลย์เทพก็พุ่งเข้าไปข้างในแล้ว ตรงดิ่งไปยังเจดีย์ทรุดโทรม
เทียบกับขนาดของฟองอากาศฟองนี้ เถาวัลย์เทพเส้นนี้ของสวี่ชิงแม้จะมีขนาดหนาถึงหนึ่งจั้ง แต่จะอย่างไรก็ไม่มีค่าพอจะให้กล่าวถึง แต่ว่าความยาวของมันนับว่าพอใช้ได้
ตอนนี้ที่นอกเจดีย์ หลังจากที่พันล้อมอยู่หลายทบราวกับงูตัวบางๆ ก็พุ่งตรงไปที่เถาวัลย์แห้งๆ ทาบไปบนนั้น สุดท้ายภายใต้สายตาสวี่ชิง ก็ค่อยๆ ผสานซึ่งกันและกัน
ความรู้สึกเหมือนมรดกกลุ่มหนึ่งแผ่มาตามอารมณ์ความรู้สึกของเถาวัลย์เทพ สวี่ชิงสัมผัสถึงมันได้
และสัมผัสรับรู้นี้เป็นเพียงแค่เสี้ยวขณะเท่านั้น ก็หายไปไร้ร่องรอย
สวี่ชิงเพ่งสมาธิ รออยู่ครู่หนึ่ง ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นที่นี่ ดังนั้นเขาจึงก้าวเท้าเดินไปยังฟองอากาศ แต่ในเสี้ยวพริบจาที่เขาเข้าไปใกล้ลองจะย่างก้าวเข้าไป
พลังต้านทานน่าพรั่นพรึงกลุ่มหนึ่งก็พวยพุ่งขึ้นอย่างมหาศาลทรงพลังจากฟองอากาศนี้ ทำให้ร่างสวี่ชิงยากจะเข้าไปได้แม้เพียงน้อยนิด
ในดวงตาสวี่ชิงฉายประกายเย็นเยือก เลือดลมพวยพุ่ง พลังกายเนื้อปะทุขึ้นทุกด้าน อาศัยร่างอันน่าครั่นคร้ามของตน ฝืนก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง
ก้าวหนึ่งเหยียบลงมา ฟองอากาศนี้แผ่ระลอกรุนแรงทันที พลังต่อต้านก็ปะทุขึ้นตามมาด้วย การโจมตีไร้รูปร่างทรงพลังเกินต้านทานโจมตีมาทางสวี่ชิง
สวี่ชิงขมวดคิ้ว เดินไปอีกก้าว จากนั้นก็เป็นก้าวที่สาม ก้าวที่สี่ ก้าวที่ห้า
ฟองอากาศนี้ไม่แตก แต่จากการเดินไปข้างหน้าของสวี่ชิงมันก็ยุบตัวลงไป จนกระทั่งยุบลงไปได้ครึ่งหนึ่ง พลังต้านทานบนนั้นก็มาถึงระดับที่ชวนให้อกสั่นขวัญแขวน
โดยเฉพาะหลังจากก้าวที่หกของสวี่ชิงเหยียบลงมา พลังต้านทานนี้ก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ก่อเป็นแรงสะท้อนอังแข็งแกร่งเกินต้านทาน ทำให้สวี่ชิงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง จำต้องถอยร่นไป
ถอยมาจนมาอยู่ที่เดิม เขาพลันเงยหน้าขึ้น จ้องมองไปทางฟองอากาศข้างหน้า
มุมปากมีเลือดสดๆ ไหลออกมา
นี่เป็นครั้งแรกที่สวี่ชิงได้รับบาดเจ็บในห้าเดือนมานี้!
“มีพลังระดับเจ้าเหนือหัว!”
ในดวงตาสวี่ชิงฉายแววประหลาดใจ
เป้าหมายที่เขามาทะเลต้องห้ามก็คือฝึกฝนร่างกาย เพียงแต่การป้องกันของกายเนื้อแข็งแกร่งเกินไป แม้การเดินทางครั้งนี้ดูเหมือนจะราบรื่น แต่เขากลับไม่พอใจ
จวบจนกระทั่งในขณะนี้ ฟองอากาศลึกลับนี่ ทำให้อารมณ์ของสวี่ชิงในรอบห้าเดือนมานี้ เกิดระลอกคลื่นเป็นครั้งแรก
ดังนั้น เขาสังเกตเถาวัลย์เทพเล็กน้อย มั่นใจว่าการกระทำของตนไม่สร้างผลกระทบใดๆ ให้กับมัน อีกทั้งมรดกเถาวัลย์เทพตอนนี้ก็เหมือนว่าจะไม่อาจสำเร็จได้ในเวลาสั้นๆ
ดังนั้นในใจสวี่ชิงจึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยว เอาขนของเหยียนหวงอันออกมาอันหนึ่ง ส่งจิตเทพไป บอกหวงเหยียนว่าตัวเองจะไม่กลับไปในช่วงนี้ จะฝึกบำเพ็ญที่ใต้ทะเล
แม้การคุ้มกันให้สวี่ชิงจะเป็นคำร้องขอของนายท่านเจ็ด แต่ที่นี่คือมหาสมุทรใน ระดับความอันตรายไม่สูงมาก อีกทั้งกำลังรบของสวี่ชิงตอนนี้ความจริงก็ไม่ต้องการคนคุ้มกันสักเท่าไร
รวมกับเมื่อได้พบกับศิษย์พี่หญิงแล้ว…ดังนั้นหวงเหยียนหลังจากที่ขบคิดก็ตกลง เวลาหลังจากนั้นก็คอยอยู่ข้างกายศิษย์พี่หญิง
เช่นนี้เอง เวลาหมุนไป ไม่นานนัก สามเดือนก็ผ่านพ้น
ในสามเดือนนี้ สวี่ชิงพักอาศัยอยู่ที่ร่องลึกมหาสมุทรเสียเลย
ทุกวันนอกจากฝึกบำเพ็ญแล้วก็ออกไปข้างนอกล่าอสูรสมุทร จนกระทั่งยืดกล้ามเนื้อเตรียมความพร้อมร่างกายแล้ว ก็โคจรเลือดลม อาศัยพลังต้านทานจากฟองอากาศลึกลับนั่นฝึกฝนร่างกาย
แม้จะได้รับบาดเจ็ยหลายครั้ง แต่อาการบาดเจ็บเหล่านี้ไม่นานนักก็ฟื้นฟู และการฝึกฝนเช่นนี้ผลลัพธ์ก็น่าตื่นตะลึงเช่นกัน
สวี่ชิงสามารถสัมผัสได้ว่าการควบคุมร่างกายร่างนี้ของตนยอดเยี่ยมกว่าก่อนหน้านี้ขึ้นอีกเล็กน้อย
โดยเฉพาะพลังต่อต้านจากฟองอากาศนี้นับว่าควบคุมได้ เดินเยอะขึ้นหนึ่งก้าว เดินน้อยลงหนึ่งก้าว พลังสะท้อนล้วนแตกต่างกัน
เช่นนี้แล้ว สำหรับสวี่ชิงในตอนนี้พูดได้ว่าเป็นหินลับมีดที่ดีที่สุด
สำหรับโลกภายนอก การทดสอบของสำนักเจ็ดเนตรโลหิตจบลงไปตั้งนานแล้ว หวงเหยียนก็เดินทางเคียงคู่กับศิษย์พี่หญิงกลับไปยังทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณแล้ว ใช้ขนนกถ่ายทอดเสียงติดต่อกับสวี่ชิงบ้าง รู้ว่าสวี่ชิงปกติดีทุกอย่างก็ยิ่งวางใจ
ส่วนมรดกเถาวัลย์เทพ ระหว่างระยะเวลาสามเดือนนี้ก็ค่อยๆ มาถึงบทสรุป
วันนี้ สวี่ชิงอยู่ข้างหน้าฟองอากาศลึกลับนั่น กำลังฝึกฝนกายเนื้อ เดินไปได้กลายก้าวแล้ว กำลังจะเดินต่อไป แต่เสี้ยวขณะต่อมา ในใจของเขาก็เกิดลางสังหรณ์ขึ้น สายตามองไปทางเจดีย์ทรุดโทรมในฟองอากาศ
เถาวัลย์แห้งเหี่ยวในนั้นตอนนี้กลายเป็นเถ้าธุลีสลายไป
เผยให้เห็นต้นอ่อนเถาวัลย์เทพของสวี่ชิงที่ผสานไปในนั้น
มันพันรัดอยู่บนเจดีย์ทรุดโทรม คล้ายว่ากำลังตื่นขึ้นจากนิทรา ตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง ร่างจึงขยับ พุ่งมาจากเจดีย์ทรุดโทรม ทะลุฟองอากาศตรงมาหาสวี่ชิง
วนล้อมอยู่รอบตัวสวี่ชิง ถูๆ ไถๆ เบาๆ ในระลอกคลื่นอารมณ์ที่แผ่ออกมาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เหมือนว่าญาติพี่น้องจากไปแล้ว
สวี่ชิงยกมือลูบๆ บนตัวมัน อารมณ์ความรู้สึกเช่นนี้ เขาก็เคยมีเหมือนกัน
“เจ้าพาข้าเข้าไปได้หรือ”
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง หลังจากที่อารมณ์ของเถาวัลย์เทพมั่นคงแล้ว สวี่ชิงก็ส่งจิตเทพออกมา
เถาวัลย์เทพได้ยินก็ส่งสัญญาณยืนยันกลับมา
สวี่ชิงพยักหน้า แผ่เจ้าเงาออกไป
“เจ้าคุ้มกันอยู่ข้างนอก คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงภายนอกเอาไว้”
เจ้าเงาน้อยใจ มันรู้สึกว่า นับจากที่เถาวัลย์สมควรตายเส้นนั้นปรากฏตัวขึ้น ฐานะของมันก็สู้เมื่อก่อนไม่ได้อย่างชัดเจน