ตอนที่ 987
บทที่ 987 ความกดดันของฝูเสีย ....................
October 22, 2026
บทที่ 987 ความกดดันของฝูเสีย
………………..
“สวี่ชิงหายตัวไป!”
“เผ่ามนุษย์มีโองการ ผู้ที่หาสวี่ชิงเจอจะได้วาสนาเพลิงเทวะ!”
“เผ่านภาคิมหันต์ก็มีโองการเช่นกัน ประกาศต่อเทพทั้งหลายในโลกตะวันออก!”
โองการของเผ่ามนุษย์และเผ่านภาคิมหันต์ ตลอดจนรางวัลของพวกเขา ในเสี้ยวขณะนี้จุดความแตกตื่นฮือฮาให้กับคนทั้งหลาย เกิดเป็นลมพายุแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ลมนี้พัดจาดทะเลต้องห้ามแผ่ระลอกไปยังทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณและทวีปต้อนรับเสด็จราชัน แปรเปลี่ยนเป็นพายุพัดพาไปทั่วเขตปกครองผนึกสมุทรและแผ่นดินใหญ่คลื่นศักดิ์สิทธิ์ สุดท้ายกลายเป็นลมกรดพัดกวาดไปทั่วแดนตะวันออกแผ่นดินใหญ่ต้องประสลค์
ในแดนตะวันออกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ แผ่นดินใหญ่ทุกแห่ง เขตปกครองทุกเขต มณฑลทุกมณฑล เผ่าพันธุ์ทุกเผ่า ขั้วอำนาจสำนักทุกขั้ว ไม่ว่าจะธรรมะหรืออธรรม…ล้วนในใจเกิดคลื่นหมื่นจั้ง
ประกาศภารกิจตามหาสวี่ชิงทันที
เพียงพริบตา เงาร่างแต่ละร่างๆ ก็ทะยานขึ้นจากขั้วอำนาจเผ่าพันธุ์ทุกเผ่า พุ่งตรงไปทั่วสารทิศอย่างรวดเร็วเพื่อสืบหา
ทั้งยังมีผู้ที่พลังบำเพ็ญแข็งแกร่งบางคนพกอาวุธวิเศษล้ำค่าของสำนักที่สังกัด ขยายพื้นที่ค้นหาให้หว้างยิ่งขึ้น
บางสำนักและบางเผ่ายิ่งแทบจะออกเคลื่อนไหวทั้งเผ่า เข้าร่วมกับการค้นหา
โลกแดนตะวันออกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เดือดพล่านขึ้นมา
ทุกชั่วขณะล้วนมีผู้บำเพ็ญจำนวนนับไม่ถ้วนตามหาสวี่ชิง
กระทั่งว่าต้นไม้ใบหญ้า ขุนเขาสายธาร ฟ้าดิน ตลอดจนสิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพจำนวนนับไม่ถ้วน ในเสี้ยวขณะนี้ล้วนบ้าคลั่ง
โอกาสสำเร็จเพลิงเทวะ เรื่องนี้เดิมก็เป็นวาสนาท่วมท้นอยู่แล้ว
ต้องรู้ว่าจุดเพลิงเทวะขั้นตอนนี้ลำบากยากเข็ญนัก พิธีกรรมยิ่งซับซ้อน ความไม่แน่นอนระหว่างนั้นตลอดจนเวลา วัตถุดิบที่ต้องเตรียมยิ่งมีความแปรผันและเนิ่นนาน อีกทั้งล้ำค่าเป็นอย่างมาก
อย่างบุตรเทวะชื่อหมู่ในตอนนั้น อย่างอุปราชไอศวรรย์เผ่านภาคิมหันต์ ล้วนเป็นเช่นนี้ แต่ก็ยังคงล้มเหลวอยู่ดี
จะเห็นได้ถึงความยากเข็ญของมัน
แต่ตอนนี้ จักรพรรดินีเผ่ามนุษย์ เทพเจ้าหนึ่งก้าวสู่แท่นเทวะผู้นั้นที่เปลี่ยนจากบำเพ็ญเซียนเป็นบำเพ็ญเทพ คำพูดขององค์ท่านอยู่เหนือกฎเกณฑ์และกฎระเบียบ
เรื่องราวขององค์ท่านแพร่ไปทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ตั้งนานแล้ว ดังนั้น องค์ท่านบอกว่าจะมอบวาสนาเพลิงเทวะ เช่นนั้นก็เป็นที่แน่ชัดว่าความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จมากมายไร้ขอบเขต
และโองการของเผ่านภาคิมหันต์ยิ่งทำให้วาสนานี้เปลี่ยนมาเย้ายวนยิ่งขึ้น ทำให้ตัวตนนับไม่ถ้วนต่างบ้าคลั่งเพื่อมันขึ้นมา
เทพเจ้าระดับแท่นเทวะองค์หนึ่ง ระดับสมบูรณ์แบบไร้ที่ติสามองค์ วาสนาเพลิงเทวะร่วมกันของเหล่าองค์ท่าน…โดยพื้นฐานสามารถยืนยันว่า โอกาสที่จะสำเร็จแทบจะเป็นสิบส่วน!
ดังนั้น สิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพเหล่านั้น ในเสี้ยวขณะนี้ หลายตนต่างอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงคำรามสะท้านสะเทือนออกมา บินออกมาจากที่ที่อยู่อาศัยในทันที เริ่มออกตามหา
ยิ่งมีเทพเจ้าที่อยู่ในขั้นเพลิงเทวะมากมาย ล้วนเป็นเช่นนี้ทั้งนั้น ตื่นขึ้นจากที่พำนักพักอาศัย แผ่กลิ่นอายเทพออกไป ต่างกวาดไปในแดนตะวันออกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
เหล่าองค์ท่านไม่แบ่งแยกดีชั่ว ไม่มีขอบเขตธรรมะ อธรรม สิ่งที่ไล่คว้ามีเพียงความรอบรู้เท่านั้น!
และความรอบรู้จำเป็นต้องอาศัยการยกระดับคุณสมบัติสายเลือดของเทพเจ้า
หาสวี่ชิงเจอก็เท่ากับว่าเส้นทางความรอบรู้ ก้าวไปข้างหน้าแล้วก้าวหนึ่ง
ดังนั้นจึงพูดอย่างไม่เกินเหตุได้เลยว่า แดนตะวันออกของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในวันนี้ปะทุขึ้นเพื่อสวี่ชิง!
ไม่มีใครไม่รู้ ไม่มีใครไม่ได้ยิน
รากฐานพลังเช่นนี้ ทำให้ชื่อสวี่ชิงชิงเปลี่ยนจากเดิมที่ดึงดูดสายตาอยู่แล้วมายิ่งพร่างพรายเจิดจ้าเป็นอย่างยิ่ง ประดุจดวงดาวที่สว่างที่สุด กะพริบวูบวาบในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
และลมพายุน่าตื่นตะลึงครั่นคร้ามที่เกิดขึ้นทางด้านตะวันออกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ลูกนี้ ก็ทำให้พื้นที่เก่าแก่ของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์หลายๆ แห่งรู้เรื่องด้วยเช่นกัน นี่ทำให้ในขณะเดียวกับที่ชื่อของสวี่ชิงยิ่งแพร่กระจายออกไปมากขึ้น ก็ทำให้ขั้วอำนาจทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ สัมผัสได้ถึงความหมายที่แท้จริงของ…อำนาจสูงสุดแห่งแดนบูรพา
อำนาจนี้ย่อมมาจากเผ่ามนุษย์และเผ่านภาคิมหันต์
ในสายตาของเผ่าแข็งแกร่งอย่างเผ่าเอกภพแดนสีชาด เผ่าราชันประกาศิตอุดร และเผ่ากระดูกต้นกำเนิดแห่งยมโลกเช่นนี้ การตามหาสวี่ชิงเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่แสดงออกมาเท่านั้น
ความหมายที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้คือการแสดงอำนาจและเจตจำนงของ…พันธมิตรระหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่านภาคิมหันต์เป็นครั้งแรก!
ใช้เรื่องนี้ประกาศให้ทั่วทั้งแปดทิศรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของผู้ครองอำนาจแห่งแดนตะวันออกในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!
ความน่าเกรงขามนี้ก็สะท้านไปทั่วทุกฝ่ายจริงๆ
เผ่าเอกภพแดนสีชาดและเผ่าแข็งแกร่งอื่นๆ สัมผัสได้ถึงจุดนี้อย่างรุนแรง
ผู้ที่สัมผัสได้ถึงจุดนี้เช่นกันยังมีแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับเหลืองที่ลงมาเยือนยังด้านตะวันออกเหมือนกับแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อกำเนิดกาลกิณีอีกจำนวนหนึ่ง
พวกเขาสั่งการทันทีให้สมาชิกในเผ่าเดินทางกลับ พร้อมทั้งสงบเสงี่ยม ไม่กล้าก่อเรื่องใด ๆ ที่จะนำพาความหายนะในช่วงเวลาสำคัญนี้
ดังนั้น ภายใต้การสำแดงอำนาจและเจตจำนงของเผ่ามนุษย์และเผ่านภาคิมหันต์ ลมพายุครั่นคร้ามที่ออกตามหาสวี่ชิงก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เข้าแทนเจตจำนงสวรรค์ แทนที่ซึ่งทุกสิ่ง
คำวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องนี้จากขั้วอำนาจฝ่ายต่างๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของลมพายุลูกนี้เช่นกัน
ดังเช่นในเวลานี้ บนทะเลต้องห้าม เกาะเผ่าช้างสมุทรที่ตั้งอยู่ใกล้กับมณฑลรับเสด็จราชัน เผ่าช้างสมุทรที่กำลังพูดถึงพายุครั้งนี้ในตลาดบนเกาะก็เป็นภาพสะท้อนของกระแสการสนทนาที่เกิดขึ้นในแดนตะวันออกของแผ่นดินต้องประสงค์
เผ่าช้างสมุทร แม้มีรูปร่างอย่างมนุษย์ แต่หน้าตาต่างกับเผ่ามนุษย์เป็นอย่างมาก
ส่วนสูงโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณหนึ่งจั้ง ทั่วทั้งร่างขณะที่เป็นสีเขียวครามก็เต็มไปด้วยเกล็ดแน่นละเอียด เอกลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นที่สุดคือจมูกของพวกเขายาวมาก ห้อยย้อยอยู่ที่หน้าอกราวงวงช้าง
นอกจากนี้ บนใบหน้าบังมีรยางค์มากมาย ดูแล้วแปลกประหลาดเหี้ยมเกรียมนัก
แต่นิสัยของเผ่านี้ เทียบกับเผ่าที่โหดร้ายบางเผ่าแล้วอ่อนโยนกว่ามาก รวมกับเผ่านี้ห่างกับมณฑลต้อนรับราชันก็ไม่ได้ไกลมากนัก จึงเป็นจุดเติมเสบียงได้
ดังนั้น ในตลาดของเกาะเผ่าพันธุ์นี้มีผู้บำเพ็ญเผ่าอื่นๆ ไม่น้อย
ตอนนี้ ในตลาดคึกคักมาก เอะอะโหวกเหวก เสียงดังไม่ขาดสาย เพียงแต่เสียงที่ดังออกมาจากในนั้นที่ดังออกมามากที่สุดไม่ใช่เสียงค้าขาาย แต่เป็นข่าวที่เกี่ยวกับพายุลูกนี้และชื่อสวี่ชิง
“สวี่ชิงคนนี้ตอนนั้นพูดได้ว่าชื่อเสียงเลื่องลือไปในทะเลต้องห้ามเชียวนะ!”
“เขามาจากทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ เป็นลูกศิษย์ของยอดเขาเจ็ด สำนักเจ็ดเนตรโลหิต หลายสิบปีมานี้เดินมาทีละก้าวๆ กลายเป็นตำนาน!”
“แต่ก็ยังคงทำให้คนจินตนาการไม่ถึงว่า การหายตัวไปของเขาจะทำให้เกิดพายุเช่นนี้!”
“เรื่องนี้ช่างบ้าคลั่งนัก!”