ตอนที่ 991
บทที่ 991 วันนี้ สรรพชีวิตยืนข้างเขา
October 22, 2026
บทที่ 991 วันนี้ สรรพชีวิตยืนข้างเขา
………………..
บริเวณแดนใหญ่หมู่เกาะใต้ในทะเลใกล้ เสียงหวีดคำรามจากท้องฟ้าดังสนั่นแทบหูหนวก ยังมีลมแรงถูกพัดขึ้น กลายเป็นพายุกวาดซัดฟ้าดิน
สั่นสะเทือนทั่วทิศ
ในพายุถึงกับมีเงาร่างสองสาย หวีดคำรามมุ่งหน้าด้วยความเร็วชวนตื่นตะลึง
ผ่านบริเวณใดคล้ายลากรอยยาวสองสายบนนภา คืบขยายแหวกความว่างเปล่าทั้งหมดบนม่านฟ้าอย่างรวดเร็ว
ราบรื่นหาใดเปรียบ
อำนาจฝ่ายต่างๆ บนหมู่เกาะใต้ สิ่งมีชีวิตประเภทเทพ รวมถึงเทพเจ้าที่ซ่อนตัวในที่นี้ แม้กระทั่งสรรพสิ่งในขุนเขาสายธาร สรรพชีวิตในฟ้าดิน ขอแค่เป็นผู้มีพลังรับรู้ สังเกตเห็นเงาร่างสวี่ชิงแล้วต่างเพียงจ้องมอง ไม่ได้ขัดขวางสักน้อยนิด
จ้องมอง เพราะช่วงเวลานี้คลื่นใหญ่ที่เกิดจากสวี่ชิงหายตัวไปกระทบเป็นวงกว้างอย่างยิ่ง สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งรุนแรงเทียมฟ้า นามของสวี่ชิงระบือถ้วนทั่ว
เขาคือมหาขุนพลนภาแห่งนภาคิมหันต์ เขาคืออาจารย์แห่งเผ่ามนุษย์
เขาอยู่ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ตะวันออกเรียกได้ว่าตำแหน่งสูงอำนาจมาก!
เพื่อตามหาเขา แดนตะวันออกบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สะเทือนเลื่อนลั่น
จักรพรรดินีเผ่ามนุษย์กับสามเทพนภาคิมหันต์ยังยืมโอกาสนี้แสดงเจตจำนงถึงขีดสุด บอกใต้หล้าว่าผู้ใดคือเจ้าแดนตะวันออก!
ดังนั้นแม้แดนใหญ่หมู่เกาะใต้มีเผ่ามนุษย์น้อยนัก แต่ว่า…ตราบใดที่อยู่ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ตะวันออก ล้วนต้องทำตามโองการร่วมของเผ่ามนุษย์และเผ่านภาคิมหันต์
ภายใต้สายตาของแต่ละฝ่าย เงาร่างสวี่ชิงกับเอ้อร์หนิวจึงออกจากพื้นที่ทะเลทรายแล้วมุ่งหน้าไป…ทะเลต้องห้าม
ระหว่างห้อตะบึง เรื่องเกี่ยวกับสวี่ชิงรอดพ้นสถานการณ์ลำบากก็แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะแดนใหญ่ต่างๆ ในแดนตะวันออกรู้เรื่องราว โองการจากสวี่ชิงก็ออกคำสั่งแก่คลื่นศักดิ์สิทธิ์กับวิญญาณทมิฬในยามแรก!
“คลื่นศักดิ์สิทธิ์ วิญญาณทมิฬ ประกาศสงครามกับบ่อเกิดกาลกิณี!”
โองการนี้ออกมา ฟ้าดินสั่นสะเทือน
สองแดนใหญ่คลื่นศักดิ์สิทธิ์กับวิญญาณทมิฬที่มีเขตปกครองผนึกสมุทรเป็นศูนย์กลางเอ็ดอึงทันใด ค่ายกลส่งข้ามกินบริเวณกว้างใหญ่เปิดออกฉับพลัน
ผู้บำเพ็ญที่ผ่านร้อยศึกก้าวเข้าไปในค่ายกลเป็นกลุ่มๆ ไปเยือน…แดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีตามคำสั่งของเจ้าแดนพวกเขา รวมตัวกับกองทัพก่อนหน้า
สงครามใหญ่กำลังจะเริ่ม!
ขณะเดียวกัน ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณถ่ายทอดโองการปักษาสวรรค์ทักษิณออกมาเช่นกัน
“ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ประกาศสงครามกับบ่อเกิดกาลกิณี!”
สิ่งมีชีวิตประเภทเทพจากแดนต้องห้ามปักษาราชันพากันพุ่งออกมาด้วยโองการของปักษาสวรรค์ทักษิณ ทำให้ฟ้าดินในยามนี้สั่นสะเทือนไร้สิ้นสุด
“เจ็ดเนตรโลหิต ประกาศสงครามกับบ่อเกิดกาลกิณี!”
หมู่เกาะต่างๆ บนทะเลต้องห้ามตอบรับเสียงของเจ็ดเนตรโลหิตนับไม่ถ้วน จิตสังหารทั้งหมดรวมไปยังบ่อเกิดกาลกิณี
“แดนใหญ่เซ่นจันทรา ประกาศสงครามกับบ่อเกิดกาลกิณี!”
รัฐทายาทและคนอื่นๆ ไม่ได้ไปจากทะเลต้องห้าม หลังรู้ว่าสวี่ชิงปลอดภัยและได้ยินคำสั่งประกาศสงคราม เสียงของพวกเขาก็ดังก้องนภากาศ
ชั่วขณะหนึ่ง กลุ่มอำนาจของสวี่ชิงพากันสะเทือนเลื่อนลั่น ค่ายกลมากมายปรากฏบนแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีที่ถูกผนึกไว้อย่างต่อเนื่อง
นี่ก็คืออิทธิพลในการล่าของสวี่ชิง
ก้าวแรกที่เขาล่าฝูเสีย เท่ากับถอนแดนศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาทั้งราก!
สวี่ชิงไม่ลืมแค้น จุดนี้เขาเป็นมาตั้งแต่เด็ก
แม้เพียงเผยความเป็นศัตรูกับเขา ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร เขาก็จะไปฆ่าทิ้งก่อน ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงฝูเสียที่ทำให้เขาเกือบตาย
ฝูเสียเป็นเจ้าเหนือหัวแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณี แม้บ่อเกิดกาลกิณีถูกบีบให้ขัดขวางไม่ได้ แต่เมล็ดพันธุ์ความแค้นไม่อาจแก้ไขได้แล้ว
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น…
จะสังหารก็สังหารให้เยอะ จะทำลายก็ล้างบางทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์
เช่นนี้จึงจะไม่มีภัยในภาคหน้า
‘อีกอย่าง จะเจอร่องรอยของฝูเสียก็ต้องใช้สายเลือดชาวเผ่ามัน!’
บนนภา จิตสังหารในตาสวี่ชิงลุกเทียมฟ้า
นายกองที่ด้านข้างเลียริมฝีปาก นัยน์ตาเผยแสงโลหิต
“อาชิงน้อย ความคิดเจ้าใช้ได้ บางเรื่องไม่ต้องรอให้คนอื่นป้อนเข้าปากจริง แบบนั้นแม้กินแล้วเลิศรส แต่ก็ไม่มีประสบการณ์ปลอกมันด้วยมือ”
“ในเมื่อเจ้าอยากมีประสบการณ์ เช่นนั้นสังเวยโลหิตแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีแล้ว ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าจะใช้สายเลือดเผ่านี้เตรียมวิถีห้าโคสืบย้อนต้นกำเนิด!”
“เล็งตำแหน่งเจ้าของแสลงนั่นด้วยสิ่งนี้ จากนั้นเราไปฆ่ามันให้ตาย!”
นายกองเสียงดุดันกึกก้อง หลังเสียงห้อตะบึงหวีดคำรามแหวกเมฆหมอก พวกเขามาถึงท้องนภาเหนือทะเลต้องห้ามในที่สุด ไม่หยุดพักแต่อย่างใด มุ่งตรงไปแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีท่ามกลางคลื่นทะเลและม่านฟ้าที่พลิกม้วน
ระหว่างทางจะเห็นอสูรทะเลในนั้นกระโดดขึ้นมานับไม่ถ้วน คลื่นทะเลม้วนทุกสิ่งรวมไปยังบ่อเกิดกาลกิณี
ยังเห็นสิ่งมีชีวิตประเภทเทพหลายตัวเดินออกจากก้นทะเล มีเป้าหมายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีเช่นกัน
กระทั่งเงาร่างทั้งสองปรากฏในขอบเขตอำนาจของแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณี สิ่งที่สะท้อนสู่นัยน์ตาสวี่ชิงคือภาพคลื่นกว้างใหญ่สะเทือนขวัญถึงขั้นเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่เกรียงไกร
ธงนับไม่ถ้วนโบกสะบัดในสายลม
เงาร่างผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนเรียงแถวทั่วทิศ ปราณพิฆาตสั่นสะเทือนทุกสิ่งในยามนี้ ทำให้เมฆลมเปลี่ยนสี พายุกวาดซัดเทียมฟ้า
ผู้บำเพ็ญเหล่านี้มีกองทัพแดนใหญ่คลื่นศักดิ์สิทธิ์ มีนักบวชแดนใหญ่วิญญาณทมิฬ มีกองทัพเผ่ามนุษย์ มีกลุ่มเผ่าทะเลต้องห้ามมากมายที่เป็นพันธมิตรของเจ็ดเนตรโลหิต
ยังมีผู้บำเพ็ญที่มาจากตำหนักขบถจันทร์แดนใหญ่เซ่นจันทรา!
จำนวนคนไร้สิ้นสุดล้อมแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีไว้ด้านใน
บนฟ้ายังมีเงาร่างที่ทำให้สวี่ชิงอุ่นใจอีกมากมาย
มีรัฐทายาท มีท่านย่าสาม ท่านย่าห้า ท่านปู่แปดและท่านปู่เก้า
หลิงเอ๋อร์ก็อยู่ในนั้น
ยังมีอ๋องเจิ้นเหยียนและบรรพจารย์ทั้งหมดในเจ็ดเนตรโลหิต เสี่ยเลี่ยนจื่อถึงกับอยู่ในนั้นด้วย
ผู้แข็งแกร่งในคลื่นศักดิ์สิทธิ์กับวิญญาณทมิฬสองแดนใหญ่ก็ล้วนปรากฏตัว
ส่วนด้านบนสุด กลับเป็นวิหคเพลิงสวรรค์ที่แผ่ร่างบดบังตะวัน เพลิงไร้สิ้นสุดที่โอบล้อมรอบกายเกิดเป็นทะเลเพลิงแผดเผาม่านฟ้า ศิษย์พี่หญิงรองยืนอยู่บนวิหคเพลิงสวรรค์
ทุกคนเตรียมพร้อมรอลงมือ
คอยเพียงสวี่ชิง!
และเงาร่างของสวี่ชิงก็ก้าวเดินมาจากขอบฟ้า
ฝีเท้าที่เคลื่อนลงเกิดเป็นเสียงสะเทือนเลื่อนลั่น เงาร่างที่มาเยือนกลายเป็นพลังทรงอานุภาพ
“คารวะเจ้าแดน!”
“คารวะอาจารย์!”
“คารวะผู้สืบทอดมรรคา!”
“นายแห่งขบถจันทร์!”
คำเรียกต่างกันทอดมาจากกองทัพอำนาจต่างๆ แม้คำพูดไม่เหมือน แต่ความเคารพและความบ้าคลั่งที่แฝงอยู่ในนั้นไม่ต่างกันเลย
เขาคือเจ้าแดนของคลื่นศักดิ์สิทธิ์และวิญญาณทมิฬ
เขาคืออาจารย์ของเผ่ามนุษย์
เขาคือผู้สืบทอดมรรคาแห่งเจ็ดเนตรโลหิต
เขาคือนายแห่งตำหนักขบถจันทร์!
เหล่านี้เขาล้วนได้มาทีละก้าวด้วยกำลังของตนในอดีตที่ผ่านมา!
แต่ฐานะทั้งหมดนี้ เดิมทีตอนสวี่ชิงฝึกฝนให้ได้มาก็ไม่ได้ไปแสดงให้ใครดู เขาแค่อยากฝึกฝนด้วยตัวเองตามความต้องการของอาจารย์
แต่ในเมื่อฝูเสียผู้นั้นอยากให้เขาตายระหว่างการฝึกฝน เช่นนั้นวันนี้ เขามาแล้ว
ระเบิดพลังของตนออกมาทั้งหมด
ยามนี้เดินมาพร้อมอัสนีพลิกม้วน เสียงเลื่อนลั่นสนั่นแก้วหู
ห่างจากแดนศักดิ์สิทธิ์เพียงร้อยลี้
ส่วนแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณี ค่ายกลพังทลายลงแล้ว ชาวเผ่าในนั้นต่างตัวสั่นเทา เผยสีหน้าสิ้นหวัง
ด้วยพลังกดดันจากรอบด้าน พวกเขาส่วนใหญ่เหมือนร่างกายกับจิตวิญญาณกำลังทรมาน ขณะภายในป่วนปั่นส่วนใหญ่ยังพ่นเลือดออกจากมุมปาก
บรรพจารย์บ่อเกิดกาลกิณีผู้นั้นยิ่งสีหน้าอึมครึม ความจริงหลายวันนี้เขาเตรียมตัวไว้แล้ว เพียงแต่เมื่อเห็นเงาร่างของสวี่ชิงเดินมาจากขอบฟ้า ใจเขาพลันกระตุกวูบ
ฉากเลวร้ายที่สุดในความคิดของเขาได้เกิดขึ้นแล้ว
“ฝูเสีย…แพ้แล้ว…”
ในใจบรรพจารย์บ่อเกิดกาลกิณีเปี่ยมความขมขื่นรุนแรง จ้องมองสวี่ชิงที่เดินมา ใจไม่ลังเลอีกต่อไป เลื่อนสายตาไปยังอ๋องเจิ้นเหยียนบนม่านฟ้า พลันเอ่ยคำ
“อ๋องเจิ้นเหยียนเผ่ามนุษย์ โปรดบอกจักรพรรดินีหลีเซี่ย แดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีข้ายอมยกเผ่าสวามิภักดิ์ อยู่ในอาณัติของเผ่ามนุษย์!”
“คำพูดนี้เกิดด้วยปฏิญาณแห่งเผ่า เกิดจากโชคชะตาแห่งเผ่า หากเผ่ามนุษย์เห็นชอบ จากนี้เผ่าข้าจะทำตามคำปฏิญาณนี้สืบไป!”
บรรพจารย์บ่อเกิดกาลกิณีเป็นถึงผู้นำแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณี ย่อมมีแผนการของเขา นับแต่ชั่วเวลาที่เลือกปกป้องฝูเสีย เขาก็วิเคราะห์ภาพรวมไว้แล้ว