ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 ไม่เข้าใจ
September 30, 2026
อาหารเช้านี้คือปลาที่สามีกำลังนั่งตกอย่างเฉยชา
ซานซานมิได้ถือสาท่าทีเย็นชานั่น มีอะไรให้กินก็กินได้ทั้งนั้น ระหว่างรออาหารนางก็เดินสำรวจรอบบ้านอย่างใจเย็น เห็นเรือนเป็นไม้ไผ่ทั้งหลังก็ชั่งใจว่าควรต่อเติมเพิ่มความเข็งแรงอย่างไรดี เผื่อว่าสามีบังเกิดความรักใคร่ภรรยาร้อนแรงยิ่งกว่านี้บ้านอาจจะพังเอาได้
ในจังหวะที่เดินวนกลับมาที่หน้าเรือนอีกครั้ง พลันได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นทางเบื้องหลัง ซานซานหันหน้าไปมอง ก็เห็นเป็นเจียหรู๋กับอนุจูและชิงลี่ ยังมีเพื่อนบ้านที่เป็นสตรีอีกสี่คนติดตามมาด้วย พวกเขาเดินตรงเข้ามาที่ลานกว้างหน้าเรือน
ชาวบ้านผิงเหยียนปลูกเรือนตามฐานะ หากยากจนย่อมไม่มีกำแพง บางบ้านกระทั่งรั้วไม้เตี้ยๆ ก็ไม่มี
ที่นี่ก็เช่นกัน หากมีแขกมาย่อมเข้ามาหาได้โดยสะดวก ทั้งนี้เรือนไม้ไผ่อยู่ห่างไกลอย่างโดดเดี่ยวและกงหนิวก็ไม่เคยมีใครมาหามาก่อน หากนับครั้งแรกที่ผู้คนพากันมาเผาบ้าน ครั้งนี้ก็คือครั้งสองที่มีคนพากันมาเป็นกลุ่ม
จ้าวเหว่ยกำลังเดินมาทางเรือน หิ้วปลามาด้วยหลายตัวเขาเพียงยืนนิ่งหรี่ตามองอย่างเย็นชา ปกปิดกลิ่นอายสูงศักดิ์อันน่าเกรงขามและตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ด้วยใบหน้าอัปลักษณ์และเรือนร่างงุ้มค่อม ผู้มาเยือนทั้งหลายมองเขาเป็นเพียงชายพิการทึ่มทื่อเบื้อใบ้ก็เท่านั้น
ซานซานยืนมองผู้มาเยือนอย่างเย็นชาเช่นกัน เพียงครู่เท่านั้นก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ เผยเพียงความเรียบเฉยไร้พิษสง
เจียหรู๋คือมารดาของชิงหลิน ซานซานระลึกได้จึงเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ท่านแม่”
เจียหรู๋พยักหน้าให้บุตรสาวก่อนออกคำสั่งกับอนุของสามีว่า “เจ้าพาคนรออยู่ด้านนอกสักครู่”
“เจ้าค่ะ แม่ใหญ่” เสียงนี้คือชิงลี่ ที่ตอบรับแทนมารดาตน
เมื่อได้ยินคำตอบรับ เจียหรู๋ก็เดินเข้าเรือนไม้ไผ่ไปอย่างถือวิสาสะ
ชิงลี่เดินมาทางพี่สาว มองอย่างมีเลศนัย แล้วส่งยิ้มให้
ซานซานเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ว่าอะไร
เพียงครู่เท่านั้น เจียหรู๋ก็เดินออกมาพร้อมถือผ้าปูเตียง สีขาวที่มีคราบเลือดพรหมจรรย์ติดอยู่
เสียงปลาหลุดจากมือจ้าวเหว่ยจนกระแทกพื้นดินดังตุบ ในขณะที่ซานซานเบิกตากว้าง ใบหน้าแดงก่ำ ถามอย่างอับอาย
“ท่านแม่ทำอะไร?”
ของแบบนี้เอามาเปิดเผยต่อหน้าผู้คนได้รึ ? นั่นเลือดของนางผสมน้ำพิสุทธิ์ของสามีเชียวนะ นางหวงแหนมากด้วย
เจียหรู๋ไม่ตอบบุตรสาว แต่เดินไปทางอนุจูและสตรีอีกสี่คนที่ยืนจับกลุ่มกัน เอ่ยเสียงตื่นเต้นว่า
“พวกเจ้าต้องร่วมเป็นพยานให้ข้า พากันไปกระจายให้ทั่วหมู่บ้านด้วย ว่าบุตรสาวของข้ารักนวลสงวนตัวรอกระทั่งเข้าหอ พวกเขาคบหากันอย่างบริสุทธิ์ใจ มิได้ทำตัวเสื่อมเสียแม้แต่น้อย”
ซานซานพลันกะพริบตามองมารดาของชิงหลินอย่างรู้สึกดีขึ้นมาทันที อย่างน้อยสตรีนางนี้ยังคงมีใจปกป้องบุตรสาวสินะ
สิ้นประโยคยาวเหยียดนั้น ชิงลี่ที่ยืนด้านข้างพลันกระซิบเสียงเบาเล่าว่า “พี่หลินของข้าถูกชาวบ้านนินทาว่าร้ายมากมายเหลือเกิน แทนที่แต่งงานแล้วจะจบ ทว่ายังมีพวกปากมากนำเรื่องของพี่ไปนินทาไม่หยุดหย่อน พวกเขาหาว่าพี่ไม่รักศักดิ์ศรีลอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับกงหนิวจนต้องแต่งงานปานฟ้าฟาด ข้าจึงเสนอความคิดช่วยเหลือเช่นนี้ พี่สาวไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกนะเจ้าคะ แค่รักสามีให้มากๆ รักกันยืนยาว ไม่กลับไปหาพี่ฉวนก็พอ”
ซานซานหรี่ตามองชิงลี่ที่ยืนคลี่ยิ้มงดงามอยู่ด้านข้าง พลางทำความเข้าใจได้ไม่ยาก
นี่คือการตอกย้ำว่าชิงหลินมีสามีแล้วจริงๆ
เพื่อที่จางฉวนจะได้ไม่กลับมาหาชิงหลินอีก
เป็นการผลักไสให้ห่างไกลจากอดีตคู่หมั้นชนิดไม่เห็นฝุ่น เป็นการตอกย้ำว่านางเป็นภรรยาของชายอัปลักษณ์โดยสมบูรณ์
ซานซานขมวดคิ้ว คิดในใจ