ตอนที่ 3
บทที่ 3
September 18, 2026
ทว่าการแสดงที่เกินจริงทำให้คนข้างในหัวเราะลั่นไม่หยุด ลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเวินถิงเยี่ยนก็ยิ่งหัวเราะจนล้มไปซบไหล่ของเขา
ส่วนเวินถิงเยี่ยน ดันไม่พูดอะไรเลยสักคำ...
อาเหวินหัวเราะพลางหันกลับไป "อาเยี่ยน เป็นแบบนี้..."
ยังไม่ทันถามคำว่า "ไหม" ต่อท้ายประโยค ก็เห็นเจี่ยนจือยืนอยู่ตรงประตูแล้ว ใบหน้ายิ้มจึงแข็งค้างอยู่ตรงนั้น "พี่... พี่สะใภ้..."
ทุกคนมองไปที่ขอบประตู
พากันตกตะลึงหมดแล้ว
ลั่วอวี่เฉิงลุกขึ้นจากไหล่ของเวินถิงเยี่ยน แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อ้อ นี่คงเป็นภรรยาของอาเยี่ยนที่พูดถึงกันใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาสิคะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของอาเยี่ยนค่ะ"
ขณะที่เจี่ยนจือมองทุกคนในห้องส่วนตัว หัวใจของเธอเย็นยะเยือก
ในที่สุดเวินถิงเยี่ยนก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอ "เจี่ยนจือ เธอมาทำไม พวกเขาแค่ล้อเล่น เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย"
เจี่ยนจือมองเขา รู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่สุด ไม่เคยรู้สึกแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลย
ที่แท้ ในขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะเยาะภรรยาของเขา เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายอื่นนี่เอง?
"ใช่ครับ พี่... พี่สะใภ้ ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ อย่าโกรธเลยนะครับ" อาเหวินวางแก้วลงแล้วกล่าวขอโทษ
"เจี่ยนจือ!" เวินถิงเยี่ยนเดินมาถึงตรงหน้าเธอ แล้วทำท่าจะกอดเธอ
เจี่ยนจือกลับนึกถึงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะซบไหล่เขา นึกถึงมือที่เขาใช้ปรนเปรอความใคร่ของตัวเองในห้องน้ำ นึกถึงเสียง "เฉิงเฉิง" ที่เขาตะโกนออกมาตอนที่ถึงจุดสุดยอด ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือนี้ของเขาสกปรกเหลือเกิน
เธอรีบหลบเขา
"เจี่ยนจือ" เวินถิงเยี่ยนมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างคิดไม่ถึง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วบอกว่า "ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย อย่าโกรธเลยนะ? กลับไปฉันจะให้ของขวัญเธอ เธออยากได้อะไรก็ซื้อเลย"
ลั่วอวี่เฉิงถลึงใส่อาเหวินอย่างแง่งอนแวบหนึ่ง "ทำภรรยาอาเยี่ยนโกรธแล้ว ยังไม่รีบขอโทษอีก! นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนฉันหมดเหรอ ที่ทั้งซื่อบื้อทั้งซุ่มซ่าม ไม่คิดเล็กคิดน้อย ปล่อยให้พวกนายล้อเล่นตามสบายน่ะ!"
เจี่ยนจือยิ้มเยาะในใจ "คำพูดนี้มันสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ "
แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขารู้สึกดีกับคำพูดนั้นมาก
อาเหวินถูกถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ "ฉันขอโทษไปแล้วนี่! ฉันก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าพี่สะใภ้จะโผล่มา ฉันแค่ล้อเล่นจริง ๆ"
"การล้อเล่นน่ะ คนที่ถูกล้อต้องรู้สึกตลกด้วย ถึงจะเรียกว่าล้อเล่น" เจี่ยนจือกล่าวประโยคนี้ด้วยเสียงสั่นเครือ เธอแทบจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้ว
เธอขาเป๋ เธอไม่คู่ควรกับเวินถิงเยี่ยน
ความรู้สึกนึกคิดนี้กักขังเธอไว้เหมือนคำสาปมาตลอดห้าปี ทุกสายตาที่ตั้งคำถามและดูถูกเธอ ทำให้เธอทำได้แค่ถอยหนี ทำตัวเหมือนนกกระทาหลบอยู่ในรัง ไม่กล้าออกมาเป็นเวลานาน ได้แต่เยียวยาบาดแผลเงียบ ๆ ด้วยตัวเอง
"แต่ฉันขอโทษไปแล้วนี่นา!" อาเหวินได้ยินแล้วบ่นอุบอิบ
"ฉัน...ฉันไม่รับ..." เจี่ยนจือเสียงสั่นกว่าเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยโดยตรงแบบนี้
"ถ้างั้นคุณจะเอายังไง" อาเหวินบ่น
เจี่ยนจือเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเพียงส่ายหน้าเพื่อแสดงออกว่าไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับที่เพื่อนของสามีเยาะเย้ยเธอ ไม่ยอมรับที่สามีเข้าข้างเพื่อนตัวเอง
"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" เวินถิงเยี่ยนลุกขึ้น ยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับอาเหวิน
เขาคือหัวหน้ากลุ่มของคนเหล่านี้
หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนนำพาคนกลุ่มนี้บุกเบิกธุรกิจ อาศัยหัวทางธุรกิจและพลังในการลงมือทำของเขา ถึงสร้างบริษัทที่รุงเรืองอย่างทุกวันนี้ได้